
นายกฯ แจ้ง ครม. ผลเยือนจีนสำเร็จเป็นรูปธรรม สั่งทุกหน่วยเร่ง Action Plan ดัน 15 MOU สู่การปฏิบัติ
วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 15/2569 ณ ห้อง 501 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล โดยได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงผลการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) เพื่อผลักดันความร่วมมือไทย–จีนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีรายงานต่อที่ประชุม ครม. ว่า การหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประสบผลสำเร็จ ทั้งสองฝ่ายยืนยันร่วมกันในการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านไทย–จีน
ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมหลายมิติสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี การค้าและการลงทุน ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การท่องเที่ยว ตลอดจนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
นอกจากนี้ การเยือนครั้งนี้ยังมีการลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ (MOU) รวมทั้งสิ้น 15 ฉบับ ครอบคลุมความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัยและพัฒนา AI การพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรม การสำรวจอวกาศ การส่งออกสัตว์น้ำ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การสาธารณสุข รวมถึงความร่วมมือในสาขาสำคัญอื่น ๆ
นายกรัฐมนตรียังได้หารือกับผู้ประกอบการชั้นนำของจีน เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเน้นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ (Cloud Infrastructure) เทคโนโลยี AI รวมถึงการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์เทคโนโลยี เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันและเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
สรุปข่าว
นายกฯ แจ้ง ครม. ผลเยือนจีนสำเร็จเป็นรูปธรรม สั่งทุกหน่วยเร่ง Action Plan ดัน 15 MOU สู่การปฏิบัติ
วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 15/2569 ณ ห้อง 501 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล โดยได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงผลการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) เพื่อผลักดันความร่วมมือไทย–จีนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีรายงานต่อที่ประชุม ครม. ว่า การหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประสบผลสำเร็จ ทั้งสองฝ่ายยืนยันร่วมกันในการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านไทย–จีน
ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมหลายมิติสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี การค้าและการลงทุน ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การท่องเที่ยว ตลอดจนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
นอกจากนี้ การเยือนครั้งนี้ยังมีการลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ (MOU) รวมทั้งสิ้น 15 ฉบับ ครอบคลุมความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัยและพัฒนา AI การพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรม การสำรวจอวกาศ การส่งออกสัตว์น้ำ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การสาธารณสุข รวมถึงความร่วมมือในสาขาสำคัญอื่น ๆ
นายกรัฐมนตรียังได้หารือกับผู้ประกอบการชั้นนำของจีน เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเน้นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ (Cloud Infrastructure) เทคโนโลยี AI รวมถึงการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์เทคโนโลยี เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันและเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ที่ประชุม ครม. ยังได้รับทราบข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการในแต่ละด้าน พร้อมกำหนดกรอบเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจน เพื่อผลักดันผลการหารือและความร่วมมือต่าง ๆ ให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และรายงานความคืบหน้าต่อคณะรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง
หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งขับเคลื่อนผลการเยือนจีนให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วที่สุด.
หัวข้อ 15 ความตกลงและบันทึกความเข้าใจ (MOU) ไทย–จีน ที่ลงนามระหว่างการเยือนจีน
1. ความร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนาบุคลากร
2. ความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI)
3. ความร่วมมือด้านการพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรม (Industrial Supply Chain)
4. ความร่วมมือด้านการสำรวจและเทคโนโลยีอวกาศ
5. ความร่วมมือด้านการส่งออกสัตว์น้ำและสินค้าเกษตรประมง
6. ความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
7. ความร่วมมือด้านสาธารณสุขและการแพทย์
8. ความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงคมนาคม
9. ความร่วมมือด้านการค้าและการอำนวยความสะดวกทางการค้า
10. ความร่วมมือด้านการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
11. ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
12. ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน
13. ความร่วมมือด้านความมั่นคง และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
14. ความร่วมมือด้านพลังงานและการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว
15. ความร่วมมือด้านนวัตกรรมและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น AI, Data Center, Cloud Infrastructure และการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
*หมายเหตุ: จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีการระบุว่า ลงนาม MOU รวม 15 ฉบับ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดรายชื่อทั้ง 15 ฉบับอย่างเป็นทางการครบถ้วน โดยข้อ 1–7 เป็นสาขาที่ระบุชัดเจน ส่วนข้อ 8–15 เป็นกรอบความร่วมมือสำคัญที่รัฐบาลไทยและจีนประกาศผลักดันร่วมกันระหว่างการเยือนครั้งนี้
- คิดจากเงินเดือนทั้งชีวิต? คนทำงานต้องรู้! สูตร CARE คำนวณบำนาญชราภาพ "ประกันสังคม"
- สานมิตรภาพร่วมมือ "ไทย–จีน" ปีที่ 51 นายกฯหารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน
- ครม. อนุทิน- สมทบทีมไทยแลนด์ ลุยต่อปักกิ่ง ดูเทคโนโลยี “หัวเว่ย–CP Center”
- เปิดประตูเศรษฐกิจ! "ไทย-เซี่ยงไฮ้" นายกฯ เร่งดันลงทุน AI ขยายตลาดสินค้าไทย
- "อนุทิน" นำทีมเศรษฐกิจ เยือนจีน เจรจา-จับคู่ธุรกิจ เปิดสำนักงาน BOI เฉิงตู
ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย
ที่มารูปภาพ : OpenAI รัฐบาลไทย
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
