ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากสถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและสร้างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ได้วิเคราะห์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ถึงทิศทางราคาทองคำที่ยังคงอยู่ในช่วงขาลง พร้อมปรับลดเป้าหมายและประเมินกรอบแนวรับสำคัญแก่นักลงทุน
ปรับลดเป้าหมายราคาทองคำปีนี้
จากการประเมินสถานการณ์ความผันผวน นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่า ได้มีการปรับลดเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้ลงมา โดยคาดว่าราคาไม่น่าจะถึง 5,000 เหรียญสหรัฐต่อทรอยออนซ์แล้ว และจุดที่ดีที่สุดน่าจะอยู่บริเวณ 4,600 เหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นราคาทองคำแท่งของไทยที่ประมาณ 70,000 บาท ส่วนเป้าหมายที่ไกลกว่านี้คงต้องคาดหวังกันใหม่ในช่วงปีหน้า เนื่องจากปัจจัยสงครามยังเป็นตัวแปรสำคัญที่กดดันราคาให้ปรับลดลงมา
สรุปข่าว
ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากสถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและสร้างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ได้วิเคราะห์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ถึงทิศทางราคาทองคำที่ยังคงอยู่ในช่วงขาลง พร้อมปรับลดเป้าหมายและประเมินกรอบแนวรับสำคัญแก่นักลงทุน
ปรับลดเป้าหมายราคาทองคำปีนี้
จากการประเมินสถานการณ์ความผันผวน นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่า ได้มีการปรับลดเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้ลงมา โดยคาดว่าราคาไม่น่าจะถึง 5,000 เหรียญสหรัฐต่อทรอยออนซ์แล้ว และจุดที่ดีที่สุดน่าจะอยู่บริเวณ 4,600 เหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นราคาทองคำแท่งของไทยที่ประมาณ 70,000 บาท ส่วนเป้าหมายที่ไกลกว่านี้คงต้องคาดหวังกันใหม่ในช่วงปีหน้า เนื่องจากปัจจัยสงครามยังเป็นตัวแปรสำคัญที่กดดันราคาให้ปรับลดลงมา
ประเมินแนวรับสำคัญและทิศทางทองคำไทย
สำหรับแนวรับสำคัญของทองคำไทย ประเมินว่าจะอยู่ในกรอบ 61,000 - 62,000 บาท ทั้งนี้ต้องจับตาการแกว่งตัวของค่าเงินบาทร่วมด้วย เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรง
ในส่วนของราคาทองคำตลาดโลก ประเมินแนวรับไว้ที่บริเวณ 3,800 - 3,900 เหรียญสหรัฐฯ โดยในระยะ 1 เดือนนี้ มีกรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case) คือหากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ อาจเป็นแรงกดดันให้ราคาทองคำมีความเสี่ยงหลุดระดับ 3,900 เหรียญสหรัฐฯ ได้
คำแนะนำและกลยุทธ์การลงทุน
ในสภาวะที่ทิศทางราคาทองคำยังคงเป็นขาลง กลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดคือการลงทุนระยะยาว โดยมีข้อแนะนำดังนี้
นักลงทุนระยะยาว แนะนำให้หาจังหวะทยอยเข้าซื้อสะสม เมื่อราคาย่อตัวลงมาประมาณ 50 - 100 เหรียญสหรัฐฯ หรือเมื่อราคาทองไทยลงมาอยู่ในกรอบแนวรับ 61,000 - 62,000 บาท
นักลงทุนที่ติดดอย หากเป็นเงินเย็น แนะนำให้อยู่นิ่งๆ และถือรอไปก่อน ยกเว้นแต่มีเงินเหลือเก็บจริงๆ จึงค่อยทยอยเข้าซื้อสะสมตามกรอบแนวรับที่ประเมินไว้
- "ราคาทอง" หลุด 4,000 ราคาน้ำมัน สงครามกดดัน เจอแรงขาย รับถัดไป 3,800
- ทองขึ้น +$7.54 ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ร่วง หลังตัวเลข PPI แผ่ว
- "ราคาทอง" แกว่งแคบ เงินเฟ้อสหรัฐต่ำคาด Sideways Down รับ 4,000 ดอลลาร์
- "ราคาทอง" ดีดกลับ หลังเงินเฟ้อต่ำคาด เทรดกรอบแคบ 3,950-4,140 ดอลลาร์
- ทองเสี่ยงหลุด 4,000 ดอลลาร์ฯ จับตาเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ที่มาข้อมูล : นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold)
ที่มารูปภาพ : รายการ WEALTH LIVE วันที่ 20 กรกฎาคม 2569
จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน
