แนะย่อซื้อทองคำ รับ 3,800 ต้าน 4,200 จับตาเฟดขึ้นดอกเบี้ย

Share on Line Share on Facebook Share on X

ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ที่ขยับเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ได้ส่งผลให้ตลาดจับตาแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาทองคำ

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยผ่านรายการ WEALTH LIVE ว่า ทิศทางราคาทองคำในช่วงเวลานี้มีหลายปัจจัยเดิมที่เข้ามากระทบและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

จับตา 3 ปัจจัยหลักกระทบตลาดทองคำ

1. แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed จากราคาน้ำมันที่ยังปรับตัวสูงขึ้น ประเมินว่า Fed มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้อย่างน้อย 1 ครั้ง และไม่ควรเกิน 2 ครั้ง โดยให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งมากกว่า เนื่องจากราคาน้ำมันยังไม่ได้ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

2. สถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้จะมีการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านต่อเนื่องมาเป็นเวลา 11 วัน 12 คืน โดยไม่มีการเจรจา แต่พบว่าราคาทองคำไม่ได้ตอบสนองเชิงบวกจากประเด็นนี้มากนัก สะท้อนให้เห็นว่าทองคำเริ่มลดบทบาทการเป็นสินทรัพย์เสี่ยงหรือสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) จากข่าวความขัดแย้งนี้ลงไปแล้ว

3. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) หากเทียบตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พบว่า Bond Yield ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยรุ่นอายุ 2 ปี ปรับขึ้นมาประมาณ 41 Basis Point (bps) ขณะที่รุ่นอายุ 10 ปี ปรับขึ้นมาประมาณ 20 Basis Point (bps) การที่ผลตอบแทนระยะสั้นปรับขึ้นเร็วกว่าระยะยาว สะท้อนว่าตลาดยังกังวลเรื่องเงินเฟ้อและการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ขณะที่ผลตอบแทนระยะยาวสะท้อนให้เห็นว่าภาพรวมเศรษฐกิจในระยะยาวยังคงมีเสถียรภาพการเติบโตแบบในอดีต แต่ไม่ได้เติบโตร้อนแรง

สรุปข่าว

ทิศทางราคาทองคำปัจจุบันถูกกดดันจากความกังวลเรื่องราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่ประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้ช่วยหนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยแล้ว ทาง บล.โกลเบล็ก จึงแนะนำกลยุทธ์ลงทุนแบบ "ย่อซื้อ" โดยประเมินจุดเข้าสะสมที่แนวรับ 3,800-4,000 และจุดทำกำไรที่แนวต้าน 4,200 เนื่องจากตลาดยังคงเคลื่อนไหวในกรอบและไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุนอย่างมีนัยสำคัญ

ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ที่ขยับเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ได้ส่งผลให้ตลาดจับตาแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาทองคำ

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยผ่านรายการ WEALTH LIVE ว่า ทิศทางราคาทองคำในช่วงเวลานี้มีหลายปัจจัยเดิมที่เข้ามากระทบและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

จับตา 3 ปัจจัยหลักกระทบตลาดทองคำ

1. แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed จากราคาน้ำมันที่ยังปรับตัวสูงขึ้น ประเมินว่า Fed มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้อย่างน้อย 1 ครั้ง และไม่ควรเกิน 2 ครั้ง โดยให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งมากกว่า เนื่องจากราคาน้ำมันยังไม่ได้ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

2. สถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้จะมีการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านต่อเนื่องมาเป็นเวลา 11 วัน 12 คืน โดยไม่มีการเจรจา แต่พบว่าราคาทองคำไม่ได้ตอบสนองเชิงบวกจากประเด็นนี้มากนัก สะท้อนให้เห็นว่าทองคำเริ่มลดบทบาทการเป็นสินทรัพย์เสี่ยงหรือสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) จากข่าวความขัดแย้งนี้ลงไปแล้ว

3. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) หากเทียบตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พบว่า Bond Yield ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยรุ่นอายุ 2 ปี ปรับขึ้นมาประมาณ 41 Basis Point (bps) ขณะที่รุ่นอายุ 10 ปี ปรับขึ้นมาประมาณ 20 Basis Point (bps) การที่ผลตอบแทนระยะสั้นปรับขึ้นเร็วกว่าระยะยาว สะท้อนว่าตลาดยังกังวลเรื่องเงินเฟ้อและการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ขณะที่ผลตอบแทนระยะยาวสะท้อนให้เห็นว่าภาพรวมเศรษฐกิจในระยะยาวยังคงมีเสถียรภาพการเติบโตแบบในอดีต แต่ไม่ได้เติบโตร้อนแรง

กลยุทธ์ลงทุนทองคำ เน้น "ย่อซื้อ" ตามกรอบ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนทองคำในช่วงนี้ ทาง บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์ "ย่อซื้อ" เนื่องจากพบว่าเมื่อราคาหลุดระดับ 4,000 ลงไป จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาสนับสนุนตลอด

  • แนวรับ (จุดเข้าซื้อสะสม) แนะนำที่บริเวณ 3,800 - 4,000 ซึ่งมองว่าเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าซื้อสะสม

  • แนวต้าน (จุดทำกำไร) แนะนำที่บริเวณ 4,200

นักลงทุนควรเน้นการเก็งกำไรในกรอบแนวรับ-แนวต้านดังกล่าวไปก่อน เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีปัจจัยใหม่ๆ ที่เข้ามากดดันหรือสนับสนุนทิศทางราคาทองคำให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน