ทำไมต้อง "เฉิงตู" ? เปิดรายละเอียด ทีมไทยแลนด์" พร้อมเอกชน150 คน ลุยจีนดึงลงทุน

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทำไมต้อง "เฉิงตู" ? เปิดรายละเอียด ทีมไทยแลนด์" พร้อมเอกชน150 คน ลุยจีนดึงลงทุน

"อนุทิน" นำทีมไทยแลนด์บุกเฉิงตู เปิดเกมดึงลงทุน AI–เซมิคอนดักเตอร์–EV นำเอกชนไทยกว่า 150 คน ปักหมุด BOI แห่งใหม่ในจีนตะวันตก


รัฐบาลไทยเดินหน้ารุกตลาดจีนตะวันตกเต็มรูปแบบ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะ "ทีมไทยแลนด์" พร้อมรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้นำภาคเอกชนไทยกว่า 150 คน จากกว่า 40 บริษัท เปิดสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ณ นครเฉิงตู อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดเวที Thailand–China (Sichuan) Investment and Economic Forum ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 750 คน เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเทคโนโลยีระหว่างไทยกับจีน

เปิด BOI เฉิงตู ดึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าไทย


นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ BOI เปิดเผยว่า การจัดตั้งสำนักงาน BOI ณ นครเฉิงตู ถือเป็นสำนักงานต่างประเทศแห่งที่ 18 ของ BOI และเป็นฐานปฏิบัติการเชิงรุกแห่งใหม่ในพื้นที่จีนตะวันตก ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญของจีน


สำนักงานแห่งนี้จะมุ่งเข้าถึงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำและนักลงทุนคุณภาพ เพื่อดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่


* เซมิคอนดักเตอร์

* อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

* ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

* หุ่นยนต์

* ซอฟต์แวร์

* การบินและอวกาศ

* เทคโนโลยีชีวภาพ

* ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

* พลังงานสะอาด


เป้าหมายสำคัญคือยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย เพิ่มมูลค่าการผลิต และเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก


นายกฯ ชูไทยเป็นฐานลงทุนของอาเซียน


ในการกล่าวปาฐกถาพิเศษ นายกรัฐมนตรีระบุว่า การเปิดสำนักงาน BOI แห่งใหม่สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับความร่วมมือกับจีน โดยเฉพาะมณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของจีน


รัฐบาลเชื่อว่าการผสานจุดแข็งของมณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของจีนตะวันตก เข้ากับศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางอาเซียน จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต


นายกรัฐมนตรียังย้ำว่า ไทยพร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่รวดเร็ว โปร่งใส และมีคุณภาพ ผ่านนโยบายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่


* เร่งรัดการอนุมัติโครงการผ่านกลไก Thailand FastPass

* พัฒนาบุคลากรทักษะสูงและยกระดับผู้ประกอบการไทย

* เสริมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจภายในประเทศควบคู่กับการลงทุนจากต่างชาติ


สรุปข่าว

รัฐบาลไทยนำ "ทีมไทยแลนด์" พร้อมภาคเอกชนกว่า 150 คน เดินหน้าบุกนครเฉิงตู เปิดสำนักงาน BOI แห่งที่ 18 ในต่างประเทศ เพื่อดึงการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงจากจีนตะวันตก เป้าหมายสำคัญคืออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ AI หุ่นยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย รัฐบาลย้ำใช้กลไก Thailand FastPass อำนวยความสะดวกการลงทุน พร้อมเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนระดับโลก ผ่านความร่วมมือกับมณฑลเสฉวนและมหานครฉงชิ่ง

"อนุทิน" นำทีมไทยแลนด์บุกเฉิงตู เปิดเกมดึงลงทุน AI–เซมิคอนดักเตอร์–EV นำเอกชนไทยกว่า 150 คน ปักหมุด BOI แห่งใหม่ในจีนตะวันตก


รัฐบาลไทยเดินหน้ารุกตลาดจีนตะวันตกเต็มรูปแบบ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะ "ทีมไทยแลนด์" พร้อมรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้นำภาคเอกชนไทยกว่า 150 คน จากกว่า 40 บริษัท เปิดสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ณ นครเฉิงตู อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดเวที Thailand–China (Sichuan) Investment and Economic Forum ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 750 คน เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเทคโนโลยีระหว่างไทยกับจีน

เปิด BOI เฉิงตู ดึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าไทย


นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ BOI เปิดเผยว่า การจัดตั้งสำนักงาน BOI ณ นครเฉิงตู ถือเป็นสำนักงานต่างประเทศแห่งที่ 18 ของ BOI และเป็นฐานปฏิบัติการเชิงรุกแห่งใหม่ในพื้นที่จีนตะวันตก ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญของจีน


สำนักงานแห่งนี้จะมุ่งเข้าถึงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำและนักลงทุนคุณภาพ เพื่อดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่


* เซมิคอนดักเตอร์

* อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

* ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

* หุ่นยนต์

* ซอฟต์แวร์

* การบินและอวกาศ

* เทคโนโลยีชีวภาพ

* ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

* พลังงานสะอาด


เป้าหมายสำคัญคือยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย เพิ่มมูลค่าการผลิต และเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก


นายกฯ ชูไทยเป็นฐานลงทุนของอาเซียน


ในการกล่าวปาฐกถาพิเศษ นายกรัฐมนตรีระบุว่า การเปิดสำนักงาน BOI แห่งใหม่สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับความร่วมมือกับจีน โดยเฉพาะมณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของจีน


รัฐบาลเชื่อว่าการผสานจุดแข็งของมณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของจีนตะวันตก เข้ากับศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางอาเซียน จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต


นายกรัฐมนตรียังย้ำว่า ไทยพร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่รวดเร็ว โปร่งใส และมีคุณภาพ ผ่านนโยบายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่


* เร่งรัดการอนุมัติโครงการผ่านกลไก Thailand FastPass

* พัฒนาบุคลากรทักษะสูงและยกระดับผู้ประกอบการไทย

* เสริมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจภายในประเทศควบคู่กับการลงทุนจากต่างชาติ


เสฉวนพร้อมจับมือไทย ขยายความร่วมมือรอบด้าน


ด้าน นางซือ เสี่ยวหลิน ผู้ว่าการมณฑลเสฉวน กล่าวว่า ไทยและจีนเป็นทั้งเพื่อนบ้านและหุ้นส่วนที่สำคัญ พร้อมสนับสนุนให้ความสัมพันธ์อันดีแปรเปลี่ยนเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกัน


เธอระบุว่า ไทยมีศักยภาพโดดเด่นด้านยานยนต์ เกษตร และอาหาร ขณะที่เสฉวนมีความแข็งแกร่งด้านอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และทรัพยากร จึงพร้อมขยายความร่วมมือในหลายด้าน ทั้งการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว

นำเอกชนไทยกว่า 150 คน เชื่อมธุรกิจไทย-จีน


ภารกิจครั้งนี้ถือเป็นการนำคณะภาคเอกชนไทยเดินทางร่วมรัฐบาลไปต่างประเทศครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง โดยมีผู้แทนจาก


* สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

* หอการค้าไทย

* สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

* หอการค้าไทย-จีน

* บริษัทชั้นนำด้านพลังงาน

* อาหารและเกษตร

* สุขภาพและเวลเนส

* เคมีภัณฑ์

* ชิ้นส่วนยานยนต์

* นิคมอุตสาหกรรม

* สถาบันการเงิน


ภายในงานมีทั้งการนำเสนอศักยภาพการลงทุนของไทยและเสฉวน การแบ่งปันประสบการณ์ของบริษัทไทยในจีนและบริษัทจีนในไทย รวมถึงกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ เพื่อสร้างเครือข่ายและต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า เทคโนโลยี และซัพพลายเชน


เฉิงตู ฐานเทคโนโลยีสำคัญของจีนตะวันตก


BOI ระบุว่า นครเฉิงตูได้รับเลือกให้เป็นที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่ เนื่องจากเป็นเมืองหลวงของมณฑลเสฉวน ซึ่งมีประชากรกว่า 80 ล้านคน และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 5 ของจีน


พื้นที่ดังกล่าวเป็นแกนหลักของ "Chengdu–Chongqing Economic Circle" ซึ่งรัฐบาลจีนผลักดันให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งใหม่ของประเทศ


นอกจากนี้ ยังเป็นฐานอุตสาหกรรมสำคัญของจีนในด้านเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซอฟต์แวร์ AI หุ่นยนต์ การบินและอวกาศ เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์พลังงานใหม่ และพลังงานสะอาด ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย


อีกปัจจัยสำคัญคือบทบาทด้านโลจิสติกส์ โดยเสฉวนเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างจีนตะวันตกกับอาเซียน ผ่านโครงการ "New International Land–Sea Trade Corridor" และเขตเศรษฐกิจ "Chengdu–Chongqing Economic Circle" ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสด้านการขนส่งสินค้า การพัฒนาซัพพลายเชน และการขยายตลาดของทั้งสองประเทศ


จีนยังเป็นนักลงทุนอันดับหนึ่งของไทย


ข้อมูลของ BOI ระบุว่า ในปี 2568 นักลงทุนจีนยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทย 982 โครงการ คิดเป็น 41% ของโครงการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด และมีมูลค่ารวมกว่า 172,000 ล้านบาท


ขณะที่ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 จีนยังคงเป็นประเทศที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงสุด จำนวน 155 โครงการ คิดเป็น 36% ของโครงการลงทุนจากต่างประเทศ มูลค่ารวมกว่า 17,300 ล้านบาท


นายนฤตม์กล่าวว่า สำนักงาน BOI ณ นครเฉิงตู จะทำหน้าที่เป็นฐานปฏิบัติการเชิงรุกในการเข้าถึงบริษัทเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นทาง เพื่อคัดเลือกการลงทุนที่มีคุณภาพ ไม่เพียงเพิ่มจำนวนโครงการ แต่ต้องเป็นการลงทุนที่มีเทคโนโลยี นวัตกรรม และสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการพัฒนาบุคลากร การถ่ายทอดองค์ความรู้ การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนโลก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน.

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ