
นายกฯ ชู 3 หลักธรรมาภิบาล AI บนเวทีโลก ดันไทยเป็นผู้ร่วมสร้างเศรษฐกิจ AI ไม่ใช่แค่ผู้ใช้เทคโนโลยี
นายกรัฐมนตรีประกาศวิสัยทัศน์บนเวที World Artificial Intelligence Conference 2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้ เสนอ 3 หลักธรรมาภิบาล AI "คุ้มครองประชาชน–ปลดล็อกศักยภาพ–สร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน" พร้อมย้ำ AI ต้องเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ทุกประเทศเข้าถึงได้ ไม่ใช่เครื่องมือสร้างความเหลื่อมล้ำ และประเทศไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางทดลองธรรมาภิบาล AI ของภูมิภาค
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดการประชุม World Artificial Intelligence Conference 2026 (WAIC 2026) ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้หัวข้อ "AI Partnership for a Brighter Future" โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของจีน พร้อมผู้นำประเทศต่างๆ ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจ และภาควิชาการจากทั่วโลกเข้าร่วม
นายกรัฐมนตรีระบุว่า โลกกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของเศรษฐกิจโลก แต่ความสำเร็จของ AI จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกประเทศร่วมกันกำหนดกติกาและธรรมาภิบาลที่เหมาะสม เพื่อให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างแท้จริง
ชู 3 หลักธรรมาภิบาล AI สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัล
นายกรัฐมนตรีเสนอหลักการสำคัญ 3 ประการ เพื่อเป็นรากฐานของธรรมาภิบาล AI ระดับโลก ได้แก่
1. Protection หรือการคุ้มครองประชาชน
AI ต้องรับใช้มนุษย์ คุ้มครองสิทธิมนุษยชน ความเป็นส่วนตัว และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมรับมือความเสี่ยงจากข่าวปลอม ข้อมูลบิดเบือน อคติของ AI การหลอกลวงออนไลน์ อาชญากรรมไซเบอร์ และการค้ามนุษย์
ประเทศไทยได้นำหลักจริยธรรม AI ของยูเนสโกมาปรับใช้ และร่วมมือกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) พัฒนาแพลตฟอร์ม **SHIELD** เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามพรมแดนในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งจีนได้แสดงความสนใจเข้าร่วมความร่วมมือดังกล่าว
2. Potential หรือการปลดล็อกศักยภาพ
รัฐบาลเห็นว่า การกำกับดูแล AI ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ควรสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและนวัตกรรม ผ่านการพัฒนาสถาบันที่น่าเชื่อถือ บุคลากรที่มีทักษะ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และกฎระเบียบที่มีความชัดเจนและคาดการณ์ได้
แนวทางดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ พร้อมส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในระยะยาว
3. Prosperity หรือการสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตัวชี้วัดความสำเร็จของ AI ไม่ใช่เพียงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ต้องวัดจากคุณภาพชีวิตของประชาชน โดย AI ควรเป็นเครื่องมือสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ยกระดับการศึกษา ระบบสาธารณสุข การให้บริการภาครัฐ และสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชน
พร้อมย้ำว่า ประเทศกำลังพัฒนาไม่ควรเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่ต้องมีบทบาทเป็นผู้ร่วมออกแบบอนาคตของ AI โลก
สรุปข่าว
นายกฯ ชู 3 หลักธรรมาภิบาล AI บนเวทีโลก ดันไทยเป็นผู้ร่วมสร้างเศรษฐกิจ AI ไม่ใช่แค่ผู้ใช้เทคโนโลยี
นายกรัฐมนตรีประกาศวิสัยทัศน์บนเวที World Artificial Intelligence Conference 2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้ เสนอ 3 หลักธรรมาภิบาล AI "คุ้มครองประชาชน–ปลดล็อกศักยภาพ–สร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน" พร้อมย้ำ AI ต้องเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ทุกประเทศเข้าถึงได้ ไม่ใช่เครื่องมือสร้างความเหลื่อมล้ำ และประเทศไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางทดลองธรรมาภิบาล AI ของภูมิภาค
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดการประชุม World Artificial Intelligence Conference 2026 (WAIC 2026) ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้หัวข้อ "AI Partnership for a Brighter Future" โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของจีน พร้อมผู้นำประเทศต่างๆ ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจ และภาควิชาการจากทั่วโลกเข้าร่วม
นายกรัฐมนตรีระบุว่า โลกกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของเศรษฐกิจโลก แต่ความสำเร็จของ AI จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกประเทศร่วมกันกำหนดกติกาและธรรมาภิบาลที่เหมาะสม เพื่อให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างแท้จริง
ชู 3 หลักธรรมาภิบาล AI สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัล
นายกรัฐมนตรีเสนอหลักการสำคัญ 3 ประการ เพื่อเป็นรากฐานของธรรมาภิบาล AI ระดับโลก ได้แก่
1. Protection หรือการคุ้มครองประชาชน
AI ต้องรับใช้มนุษย์ คุ้มครองสิทธิมนุษยชน ความเป็นส่วนตัว และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมรับมือความเสี่ยงจากข่าวปลอม ข้อมูลบิดเบือน อคติของ AI การหลอกลวงออนไลน์ อาชญากรรมไซเบอร์ และการค้ามนุษย์
ประเทศไทยได้นำหลักจริยธรรม AI ของยูเนสโกมาปรับใช้ และร่วมมือกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) พัฒนาแพลตฟอร์ม **SHIELD** เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามพรมแดนในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งจีนได้แสดงความสนใจเข้าร่วมความร่วมมือดังกล่าว
2. Potential หรือการปลดล็อกศักยภาพ
รัฐบาลเห็นว่า การกำกับดูแล AI ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ควรสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและนวัตกรรม ผ่านการพัฒนาสถาบันที่น่าเชื่อถือ บุคลากรที่มีทักษะ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และกฎระเบียบที่มีความชัดเจนและคาดการณ์ได้
แนวทางดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ พร้อมส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในระยะยาว
3. Prosperity หรือการสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตัวชี้วัดความสำเร็จของ AI ไม่ใช่เพียงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ต้องวัดจากคุณภาพชีวิตของประชาชน โดย AI ควรเป็นเครื่องมือสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ยกระดับการศึกษา ระบบสาธารณสุข การให้บริการภาครัฐ และสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชน
พร้อมย้ำว่า ประเทศกำลังพัฒนาไม่ควรเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่ต้องมีบทบาทเป็นผู้ร่วมออกแบบอนาคตของ AI โลก
หนุนไทยเป็นศูนย์กลางธรรมาภิบาล AI ของภูมิภาค
นายกรัฐมนตรีประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการจัดตั้ง AI Governance Practice Center ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดลอง (Sandbox) สำหรับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อทดลองนำหลักธรรมาภิบาล AI ระดับสากลมาประยุกต์ใช้จริง และพัฒนาเป็นมาตรฐานที่สามารถขยายผลได้
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล ศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ และอุตสาหกรรม AI ของภูมิภาค ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
สนับสนุนความร่วมมือโลก ลดความเสี่ยงการแข่งขันด้าน AI
นายกรัฐมนตรียังกล่าวชื่นชมจีนที่ผลักดันความร่วมมือด้านธรรมาภิบาล AI ผ่านข้อริเริ่มจัดตั้ง World Artificial Intelligence Cooperation Organization และสนับสนุนการหารือด้านธรรมาภิบาล AI ภายใต้สหประชาชาติ เพื่อสร้างระบบความร่วมมือระหว่างประเทศที่เปิดกว้างและครอบคลุม
พร้อมย้ำว่า AI ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือของการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ควรเป็นเวทีแห่งความร่วมมือที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างนวัตกรรมที่ทุกประเทศสามารถเข้าถึงได้
นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า ทางเลือกของโลกในวันนี้ไม่ใช่การเลือกระหว่าง "นวัตกรรม" กับ "การกำกับดูแล" แต่คือการสร้าง "ความก้าวหน้าที่ได้รับความไว้วางใจ" (Trusted Progress) เพื่อให้ทุกประเทศและทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์จาก AI อย่างเท่าเทียม พร้อมยืนยันว่า เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างอนาคตที่ปลอดภัย มั่งคั่ง และ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"
- ความเชื่อมั่น "จีน" พุ่งแซงหน้าสหรัฐฯ จากผลสำรวจ 36 ประเทศ ทั่วโลก
- อนุทินและคณะถึงเซี่ยงไฮ้ เตรียมประชุม World AI Conference 2026
- จีนเตือนรับมือพายุ 5–6 ลูก หลังฝนหนักสุดในรอบ 65 ปี
- โนเบล-บิ๊กเทค เตือนโลกระวัง “AI” จ่อ “ปฏิวัติเศรษฐกิจ” แรง-เร็ว กว่าอดีต
- ถอดรหัส! ปมในใจคนรุ่นใหม่ "รู้สึกดีไม่พอ" กับพฤติกรรมการใช้เงินที่ไม่เหมือนเดิม
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
