ราคาทองพักฐานทดสอบ 4,000$ กองทุนเทขายเก็งกำไร

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายกสมาคมค้าทองคำชี้แนวรับ 4,000 ดอลลาร์ฯ แข็งแกร่ง แนะระยะยาวทยอยสะสม ลุ้นทะลุ 5,000 ดอลลาร์ฯ ต้นปีหน้า

สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกปรับฐานลงมาทดสอบระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์อีกครั้ง นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ระบุว่า ปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำเกิดจากแรงเทขายทำกำไรของกลุ่มกองทุนเพื่อเก็งกำไร ไม่ใช่การตื่นตระหนกเทขายของนักลงทุนทั่วไปในตลาด

สำหรับทิศทางราคาทองคำ ประเมินว่าแนวรับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ยังมีความแข็งแกร่ง แต่หากหลุดระดับดังกล่าว คาดว่าจะมีแนวรับถัดไปที่ 3,850 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (เทียบเท่าราคาทองคำในประเทศประมาณ 63,000 บาทต่อ 1 บาททองคำ) โดยปัจจุบันเงินบาทที่อ่อนค่าได้ช่วยพยุงราคาทองคำในประเทศไว้ไม่ให้ปรับตัวลงลึกมากนัก

ในประเด็นความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ นายจิตติมองว่า หากอัตราเงินเฟ้อไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็คาดว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อภาระของรัฐบาล กระแสข่าวเรื่องดอกเบี้ยจึงเป็นเพียงปัจจัยที่กองทุนนำมาใช้สร้างกระแสเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น

สรุปข่าว

ราคาทองคำโลกร่วงทดสอบแนวรับ 4,000 ดอลลาร์ฯ จากแรงเทขายทำกำไรของกองทุน แต่นายกสมาคมค้าทองคำชี้ว่าแนวรับดังกล่าวยังแข็งแกร่ง หากหลุดคาดว่าจะลงไปที่ 3,850 ดอลลาร์ฯหรือคิดเป็นทองคำไทยที่ระดับประมาณ 63,000 บาท โดยมีเงินบาทอ่อนค่าช่วยพยุงราคาในประเทศไว้ แนะนำนักลงทุนระยะสั้นรอจังหวะซื้อเมื่อย่อตัว ส่วนระยะยาวสามารถทยอยสะสมได้ เนื่องจากภาพรวมยังคงเป็นบวก และมีโอกาสลุ้นราคาพุ่งไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ฯ หรือราว 80,000 บาท ในช่วงต้นปีหน้า

นายกสมาคมค้าทองคำชี้แนวรับ 4,000 ดอลลาร์ฯ แข็งแกร่ง แนะระยะยาวทยอยสะสม ลุ้นทะลุ 5,000 ดอลลาร์ฯ ต้นปีหน้า

สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกปรับฐานลงมาทดสอบระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์อีกครั้ง นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ระบุว่า ปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำเกิดจากแรงเทขายทำกำไรของกลุ่มกองทุนเพื่อเก็งกำไร ไม่ใช่การตื่นตระหนกเทขายของนักลงทุนทั่วไปในตลาด

สำหรับทิศทางราคาทองคำ ประเมินว่าแนวรับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ยังมีความแข็งแกร่ง แต่หากหลุดระดับดังกล่าว คาดว่าจะมีแนวรับถัดไปที่ 3,850 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (เทียบเท่าราคาทองคำในประเทศประมาณ 63,000 บาทต่อ 1 บาททองคำ) โดยปัจจุบันเงินบาทที่อ่อนค่าได้ช่วยพยุงราคาทองคำในประเทศไว้ไม่ให้ปรับตัวลงลึกมากนัก

ในประเด็นความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ นายจิตติมองว่า หากอัตราเงินเฟ้อไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็คาดว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อภาระของรัฐบาล กระแสข่าวเรื่องดอกเบี้ยจึงเป็นเพียงปัจจัยที่กองทุนนำมาใช้สร้างกระแสเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น

กลยุทธ์การลงทุน

นายกสมาคมค้าทองคำ ประเมินทิศทางและให้คำแนะนำแก่นักลงทุน แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่

  • นักลงทุนระยะสั้น แนะนำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาทดสอบบริเวณแนวรับ

  • นักลงทุนระยะยาว ภาพรวมยังคงมีมุมมองเชิงบวก สามารถทยอยเข้าซื้อสะสมได้เมื่อราคาปรับฐาน โดยคาดการณ์ว่าในช่วงต้นปีหน้า ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ระดับ 5,000 กว่าดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (เทียบเท่าราคาทองคำในประเทศประมาณ 80,000 บาท)

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน