ราคาทองสะดุดหลุด $4,000 เจาะลึกแนวรับสำคัญ

Share on Line Share on Facebook Share on X

ราคาทองคำในตลาดโลกช่วงเริ่มต้นไตรมาสที่ 3 เปิดตลาดที่ระดับประมาณ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และได้ปรับตัวลดลงจนหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ลงมาเล็กน้อย ในรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 1 ก.ค. 69 ได้สัมภาษณ์นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย และฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด เพื่อวิเคราะห์ทิศทางและกลยุทธ์การลงทุนทองคำในระยะนี้

ปัจจัยกดดันราคาทองคำ

  • ปัจจุบันการลงทุนในทองคำให้ปรับตัวขึ้นเป็นเรื่องยาก เนื่องจากกระแสเงินลงทุนในตลาดโลกไหลเข้าไปอยู่ในกลุ่มชิป (Chip) เป็นจำนวนมาก

  • ราคาชิปที่แพงขึ้นไม่ได้มาจากต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความต้องการที่สูงขึ้นจากหลายบริษัทที่กลัวว่าจะตามเทคโนโลยีไม่ทัน

  • ชิปได้กลายเป็นต้นทุนใหม่ในชีวิตประจำวัน เช่น ในโทรศัพท์มือถือ ส่งผลให้ต้นทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นและดึงให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย

  • จากปัจจัยเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้มีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยังคงส่งสัญญาณในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป ซึ่งส่งผลกดดันต่อราคาทองคำ

สรุปข่าว

ราคาทองคำ Q3 ปรับตัวหลุด 4,000 ดอลลาร์/ออนซ์ ถูกกดดันจากเงินทุนโลกที่ไหลเข้าหุ้นชิปและ AI บลป.คลาสสิก ออสสิริส แนะนำกลยุทธ์ระยะสั้นให้ "เด้งชอร์ต" ทำกำไรฝั่งขาลง ส่วนนักลงทุนระยะยาวควรรอซื้อสะสมที่แนวรับสำคัญ 3,655 ดอลลาร์ (ประมาณ 58,000 บาท) อย่างไรก็ตาม ต้องระวังความเสี่ยง "ฟองสบู่ AI" หากงบกลุ่มเทคโนโลยีในเดือน ก.ค. และ ต.ค. ออกมาน่าผิดหวัง อาจเกิดแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยง และดันให้เม็ดเงินไหลกลับมาหนุนราคาทองคำให้พลิกกลับเป็นขาขึ้นแรงได้ครับ

ราคาทองคำในตลาดโลกช่วงเริ่มต้นไตรมาสที่ 3 เปิดตลาดที่ระดับประมาณ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และได้ปรับตัวลดลงจนหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ลงมาเล็กน้อย ในรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 1 ก.ค. 69 ได้สัมภาษณ์นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย และฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด เพื่อวิเคราะห์ทิศทางและกลยุทธ์การลงทุนทองคำในระยะนี้

ปัจจัยกดดันราคาทองคำ

  • ปัจจุบันการลงทุนในทองคำให้ปรับตัวขึ้นเป็นเรื่องยาก เนื่องจากกระแสเงินลงทุนในตลาดโลกไหลเข้าไปอยู่ในกลุ่มชิป (Chip) เป็นจำนวนมาก

  • ราคาชิปที่แพงขึ้นไม่ได้มาจากต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความต้องการที่สูงขึ้นจากหลายบริษัทที่กลัวว่าจะตามเทคโนโลยีไม่ทัน

  • ชิปได้กลายเป็นต้นทุนใหม่ในชีวิตประจำวัน เช่น ในโทรศัพท์มือถือ ส่งผลให้ต้นทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นและดึงให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย

  • จากปัจจัยเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้มีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยังคงส่งสัญญาณในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป ซึ่งส่งผลกดดันต่อราคาทองคำ

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น แนะนำ "เด้งชอร์ต"

  • คุณธนะเกียรติประเมินความน่าจะเป็นที่ราคาทองคำจะปรับตัวลงต่อไว้สูงถึงเกือบ 80% เนื่องจากภาพเชิงลบที่มีต่อทองคำในขณะนี้มีมากกว่าภาพเชิงบวก

  • กลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำในระยะนี้คือการ "เด้งชอร์ต"

  • โดยมองว่าหากราคามีการรีบาวด์ (Rebound) หรือปรับตัวขึ้นไปแต่ไม่ผ่านแนวต้านที่บริเวณ 4,090 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนะนำให้เน้นการทำกำไรฝั่งขาลง

  • สำหรับแนวรับจิตวิทยาด้านล่าง ประเมินไว้ที่ระดับ 3,900, 3,800 และ 3,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ตามลำดับ

กลยุทธ์ระยะยาว จุดเข้าซื้อสะสมทองคำแท่ง

  • สำหรับนักลงทุนระยะยาว แนวรับสุดท้ายที่แข็งแกร่งและแนะนำให้ทยอยเข้าซื้อสะสมทองคำแท่งได้ จะอยู่ที่บริเวณ 3,654 - 3,655 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

  • เมื่อคำนวณเปรียบเทียบเป็นราคาทองคำในประเทศ จะอยู่ที่ประมาณเกือบๆ 58,000 บาทต่อ 1 บาททองคำ

  • คุณธนะเกียรติให้มุมมองส่วนตัวว่า หากราคาทองคำปรับตัวลงมาต่ำกว่า 60,000 บาท จะทำการเข้าซื้อสะสมเพิ่มเป็นเท่าตัว เนื่องจากมองว่าตลาดยังไม่หลุดแนวโน้ม

ความเสี่ยง "ฟองสบู่ AI" จุดพลิกผันราคาทอง

  • แม้แนวโน้มหลักในระยะนี้จะเป็นขาลง แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ราคาทองคำกลับตัวเป็นขาขึ้นได้ นั่นคือประเด็นเรื่องฟองสบู่ชิปและ AI

  • ไมเคิล เบอร์รี (Michael Burry) นักลงทุนชื่อดัง เริ่มออกมาเตือนถึงความเสี่ยงฟองสบู่ในหุ้นกลุ่มชิป โดยมองว่าราคาปรับตัวแพงเกินไป และมีนักลงทุนรายย่อยเข้ามาเก็งกำไรจำนวนมาก

  • สิ่งที่ต้องจับตาคือการประกาศผลประกอบการของบริษัทกลุ่มชิปในช่วงเดือนกรกฎาคมและตุลาคม

  • หากผลประกอบการออกมาไม่ดีเท่าที่ควร จะทำให้เกิดความผิดหวังและนำไปสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) ครอบคลุมตลาด

  • เมื่อเกิดภาวะความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจ เม็ดเงินลงทุนจะไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำอย่างแน่นอน ซึ่งจะทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้เป็นอย่างดี

  • นอกจากนี้ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ก็จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนราคาทองคำในช่วงที่เหลือของปีนี้ด้วยเช่นกัน

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน