ต่างชาติลุยเก็บหุ้นแบงก์ ดัน SET ลุ้นเป้า 1,644 จุด

Share on Line Share on Facebook Share on X

รายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 3 ก.ค. 69 นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลัง ชี้กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) เริ่มไหลเข้าหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พร้อมเปิดกลยุทธ์การลงทุนและทิศทางสินทรัพย์ทางเลือก

ต่างชาติซื้อแบงก์รับเศรษฐกิจฟื้น ชู KKP-SCB เด่น

นายประกิต ระบุว่า สาเหตุที่หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นแรง 5-7% เป็นผลจากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า (Fund Flow) ผนวกกับค่าเงินบาทและเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นชัดเจน ซึ่งตามกลไกแล้ว หากนักลงทุนเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว หุ้นกลุ่มธนาคารจะเป็นกลุ่มแรกที่ปรับตัวนำตลาด (Lead) ขึ้นมาก่อน โดยมองว่านักลงทุนยังสามารถเข้าซื้อต่อได้ เนื่องจากค่าเงินบาทเพิ่งเริ่มแข็งค่า

สำหรับหุ้นกลุ่มธนาคารที่น่าสนใจ ได้แก่

  • KKP เป็นธนาคารที่คาดการณ์ผลประกอบการ (Earning Preview) ออกมาดูดีที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่ม

  • SCB เป็นตัวที่น่าสนใจเข้าลงทุน (Bet) แม้ตลาดจะประเมินว่ากำไรสุทธิอาจลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่คาดว่าจะเติบโตราว 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2 ไว้ราว 12,700 ล้านบาท ซึ่งอาจออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด

  • KBANK แนะนำให้ระมัดระวัง เนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 1 ทำไว้ดีมาก จึงมีความเสี่ยงที่ผลประกอบการไตรมาส 2 จะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)

สรุปข่าว

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังมีแนวโน้มสดใส โดยให้เป้าหมายดัชนีไว้ที่ 1,644 จุด ปัจจัยหลักมาจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลเข้าหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์รับอานิสงส์เงินบาทแข็งค่า โดยมี KKP และ SCB เป็นหุ้นเด่นที่น่าจับตาจากคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 2 ที่เติบโตเด่น หลังจากนี้คาดว่าเม็ดเงินจะหมุนเวียนไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต อุปโภคบริโภค และรับเหมาก่อสร้าง ขณะที่กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ส่วนทิศทางราคาทองคำแม้ได้แรงหนุนจากดอลลาร์อ่อนค่า แต่ราคาปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างแรง จึงแนะนำให้รอจังหวะย่อตัวก่อนพิจารณาเข้าซื้อเก็งกำไร

รายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 3 ก.ค. 69 นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลัง ชี้กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) เริ่มไหลเข้าหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พร้อมเปิดกลยุทธ์การลงทุนและทิศทางสินทรัพย์ทางเลือก

ต่างชาติซื้อแบงก์รับเศรษฐกิจฟื้น ชู KKP-SCB เด่น

นายประกิต ระบุว่า สาเหตุที่หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นแรง 5-7% เป็นผลจากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า (Fund Flow) ผนวกกับค่าเงินบาทและเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นชัดเจน ซึ่งตามกลไกแล้ว หากนักลงทุนเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว หุ้นกลุ่มธนาคารจะเป็นกลุ่มแรกที่ปรับตัวนำตลาด (Lead) ขึ้นมาก่อน โดยมองว่านักลงทุนยังสามารถเข้าซื้อต่อได้ เนื่องจากค่าเงินบาทเพิ่งเริ่มแข็งค่า

สำหรับหุ้นกลุ่มธนาคารที่น่าสนใจ ได้แก่

  • KKP เป็นธนาคารที่คาดการณ์ผลประกอบการ (Earning Preview) ออกมาดูดีที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่ม

  • SCB เป็นตัวที่น่าสนใจเข้าลงทุน (Bet) แม้ตลาดจะประเมินว่ากำไรสุทธิอาจลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่คาดว่าจะเติบโตราว 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2 ไว้ราว 12,700 ล้านบาท ซึ่งอาจออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด

  • KBANK แนะนำให้ระมัดระวัง เนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 1 ทำไว้ดีมาก จึงมีความเสี่ยงที่ผลประกอบการไตรมาส 2 จะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)

จับตาเม็ดเงินจ่อเข้ากลุ่มผลิตและรับเหมาฯ

หลังจากกระแสเงินทุนเข้าจุดพลุในกลุ่มธนาคารแล้ว ประเมินว่าลำดับถัดไปเม็ดเงินจะเริ่มหมุนเวียน (Rotation) ไปยังกลุ่มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การอุปโภคบริโภค กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และอุตสาหกรรมหนักที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน รวมถึงกลุ่มการเงิน (สินเชื่อเช่าซื้อ) หากสภาพคล่องในระบบฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ยังไม่แนะนำให้เก็งกำไรในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กในระยะนี้

อิเล็กทรอนิกส์เริ่มเหนื่อย รับแรงกดดันชิปแพง

สำหรับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันอาจเริ่มมีความเหนื่อยล้า เนื่องจากห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของกลุ่ม AI กำลังถูกเคลียร์ ประกอบกับราคาชิปที่สูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนรายใหญ่ (Hyperscalers) อาจชะลอการลงทุนลง ซึ่งภาพดังกล่าวสะท้อนได้จากดัชนีหุ้นเทคโนโลยีในเกาหลีใต้ที่ปรับตัวลดลง แม้ในระยะสั้นจะเริ่มมีแรงซื้อคืน (Rebound) กลับมาบวกได้บ้างเล็กน้อยก็ตาม

ลุ้น SET 1,644 จุด - แนะรอย่อซื้อเก็งกำไรทองคำ

  • ตลาดหุ้นไทย ภาพรวมตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังยังมีโอกาสลงทุนที่สดใส โดยรายการประเมินเป้าหมาย (Target) ของดัชนี SET ไว้ที่ 1,644 จุด จากระดับปัจจุบันที่แกว่งตัวบริเวณ 1,593 จุด โดยมีแนวต้านระยะสั้นถัดไปที่ 1,610 จุด

  • ทองคำ ได้รับปัจจัยบวกจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm) ของสหรัฐฯ และดอลลาร์ที่เริ่มอ่อนค่าลง ทำให้เริ่มมีความน่าสนใจในการเก็งกำไรระยะสั้น แต่เนื่องจากราคาปรับชูตขึ้นมาแรงกว่า 100 เหรียญแล้ว จึงแนะนำให้ "รอจังหวะราคาย่อตัว" ก่อนพิจารณาเข้าซื้อ

  • น้ำมัน ทิศทางราคาคาดว่าจะยังคงแกว่งตัว (Sideways) อยู่ในระดับต่ำกว่า 80 เหรียญ ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดปัญหาสงคราม

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน