หุ้นไทย 1,644 รับแรงหนุนงบกลุ่มแบงก์-แนะทยอยลดพอร์ต

Share on Line Share on Facebook Share on X

วันที่ 21 ก.ค. 69 นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยหลังดัชนีปรับตัวผ่านระดับ 1,644 จุด โดยระบุว่าตลาดได้รับแรงหนุนสำคัญจากผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พร้อมเตือนความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาทที่ยังคงอ่อนค่า และแนะกลยุทธ์การลงทุนให้ทยอยลดพอร์ตลง

หุ้นไทยรับแรงหนุนงบกลุ่มแบงก์

ดัชนี SET สามารถทะลุแนวต้าน 1,644 จุดมาได้อย่างง่ายดาย โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการรายงานผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เช่น TTB และ KKP ที่ผลกำไรออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก ส่งผลให้มีแรงซื้อดักเข้ามาในหุ้นกลุ่มธนาคารทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ระดับดัชนีที่ปรับตัวขึ้นมานี้เริ่มมีราคาแพงและมีความสุ่มเสี่ยง หากเกิดสถานการณ์รุนแรงในช่องแคบฮอร์มุซ ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบสูงเนื่องจากมีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงาน

อิเล็กทรอนิกส์ซึม คาดงบ DELTA ชะลอตัว

สำหรับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังมีทิศทางที่ไม่ค่อยดีนัก สอดคล้องกับดัชนีกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และกองทุน ETF กลุ่มหน่วยความจำ (Memory) ในต่างประเทศที่ปรับตัวลดลงและเผชิญแรงกดดัน ขณะที่หุ้น DELTA ประเมินว่าผลประกอบการไตรมาสนี้อาจชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องจากในไตรมาสแรกทำฐานกำไรไว้สูงมาก แต่คาดว่าจะยังคงเติบโตได้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)

สรุปข่าว

ประเมินตลาดหุ้นไทยหลังดัชนีทะลุแนวต้าน 1,644 จุด ได้รับแรงหนุนสำคัญจากผลประกอบการกลุ่มธนาคารที่เติบโตดีกว่าคาด อย่างไรก็ตาม มูลค่าตลาดเริ่มตึงตัวและมีความเสี่ยงจากทิศทางเงินบาทที่ยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง จึงแนะนำกลยุทธ์ "ทยอยลดพอร์ต" โดยให้ขายทำกำไรเมื่อหุ้นปรับตัวขึ้นและเน้นถือเงินสดไว้ก่อนโดยไม่จำเป็นต้องรีบซื้อกลับทันที พร้อมเตือนให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในทองคำอย่างเด็ดขาดเนื่องจากเผชิญแรงกดดันหนักจากปัจจัยอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) ขณะที่หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง DELTA คาดว่างบไตรมาส 2 จะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

วันที่ 21 ก.ค. 69 นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยหลังดัชนีปรับตัวผ่านระดับ 1,644 จุด โดยระบุว่าตลาดได้รับแรงหนุนสำคัญจากผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พร้อมเตือนความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาทที่ยังคงอ่อนค่า และแนะกลยุทธ์การลงทุนให้ทยอยลดพอร์ตลง

หุ้นไทยรับแรงหนุนงบกลุ่มแบงก์

ดัชนี SET สามารถทะลุแนวต้าน 1,644 จุดมาได้อย่างง่ายดาย โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการรายงานผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เช่น TTB และ KKP ที่ผลกำไรออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก ส่งผลให้มีแรงซื้อดักเข้ามาในหุ้นกลุ่มธนาคารทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ระดับดัชนีที่ปรับตัวขึ้นมานี้เริ่มมีราคาแพงและมีความสุ่มเสี่ยง หากเกิดสถานการณ์รุนแรงในช่องแคบฮอร์มุซ ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบสูงเนื่องจากมีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงาน

อิเล็กทรอนิกส์ซึม คาดงบ DELTA ชะลอตัว

สำหรับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังมีทิศทางที่ไม่ค่อยดีนัก สอดคล้องกับดัชนีกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และกองทุน ETF กลุ่มหน่วยความจำ (Memory) ในต่างประเทศที่ปรับตัวลดลงและเผชิญแรงกดดัน ขณะที่หุ้น DELTA ประเมินว่าผลประกอบการไตรมาสนี้อาจชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องจากในไตรมาสแรกทำฐานกำไรไว้สูงมาก แต่คาดว่าจะยังคงเติบโตได้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)

เตือนระวัง "บาทอ่อน" แนะทยอยลดพอร์ต

แม้จะมีกระแสเงินทุน (Fund Flow) ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจัยที่น่ากังวลคือทิศทาง "ค่าเงินบาท" ที่ยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ของตลาดยังไม่ปลอดภัยและมีความเปราะบาง

กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ แนะนำให้นักลงทุน "ทยอยลดพอร์ต" หากหุ้นที่ถืออยู่ปรับตัวขึ้นจนมีกำไร แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรออกไปเพื่อลดสัดส่วนการลงทุนลงเรื่อยๆ และไม่แนะนำให้นำเงินสดที่ได้จากการขายกลับเข้าไปซื้อหุ้นหรือลงทุนในสินทรัพย์อื่นต่อในทันที

เลี่ยงลงทุน "ทองคำ" กังวลปัจจัย Real Yield

สำหรับทิศทางราคาน้ำมัน เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวหลังมีประเทศตัวกลางพยายามเสนอเงื่อนไขหยุดยิง 10 วันกับอิหร่าน เพื่อเปิดทางเจรจา แม้ว่าทางสหรัฐฯ โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังคงมีท่าทีต้องการตอบโต้จากการสูญเสียทหารก็ตาม ส่งผลให้ราคาน้ำมันยังคงทรงตัวและไม่มีปัจจัยบวกให้ปรับตัวขึ้น

ในส่วนของการลงทุน "ทองคำ" แนะนำให้ "หลีกเลี่ยง" การเข้าซื้อในช่วงนี้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากทองคำไม่ใช่สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) เสมอไป และมีความน่ากังวลจากปัจจัยเรื่องอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) ซึ่งจะเป็นตัวกดดันราคาทองคำในระยะกลาง ทำให้การลงทุนในทองคำช่วงนี้มีความเสี่ยงสูง

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน