
ตลาดหุ้นไทยวันนี้ 30 กรกฎาคม (SET) ปิดการซื้อขายที่ 1,598.11 จุด ลดลง 26.36 จุด หรือ 1.62% หลุดระดับจิตวิทยา 1,600 จุด มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 112,047.42 ล้านบาท โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ นำโดย DELTA และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงหุ้นกลุ่มธนาคาร ท่ามกลางความกังวลทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้น
ระหว่างวัน ดัชนีเปิดตลาดในแดนลบและอ่อนตัวต่อเนื่อง โดยทำ จุดสูงสุด 1,616.06 จุด และ จุดต่ำสุด 1,587.29 จุด ขณะที่มีหลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 152 หลักทรัพย์ ลดลง 307 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 193 หลักทรัพย์
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นไทยวันนี้ 30 กรกฎาคม (SET) ปิดการซื้อขายที่ 1,598.11 จุด ลดลง 26.36 จุด หรือ 1.62% หลุดระดับจิตวิทยา 1,600 จุด มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 112,047.42 ล้านบาท โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ นำโดย DELTA และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงหุ้นกลุ่มธนาคาร ท่ามกลางความกังวลทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้น
ระหว่างวัน ดัชนีเปิดตลาดในแดนลบและอ่อนตัวต่อเนื่อง โดยทำ จุดสูงสุด 1,616.06 จุด และ จุดต่ำสุด 1,587.29 จุด ขณะที่มีหลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 152 หลักทรัพย์ ลดลง 307 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 193 หลักทรัพย์
นักวิเคราะห์ชี้ DELTA กดดัชนี-เฟดส่งสัญญาณไม่ชัด
นายณรงค์เดช จันทรไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ไอร่า กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับฐานแรงจากแรงขายหุ้น DELTA ซึ่งฉุดกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์โดยรวม หลังนักลงทุนกังวลการลงทุนด้าน AI (Capex) ส่งผลให้หุ้นกลุ่ม Semiconductor ปรับตัวลงทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่เผชิญแรงขายจากการใช้ Leverage สูง
สำหรับตลาดหุ้นไทย หุ้น DELTA, HANA และ KCE ต่างเผชิญแรงขายหนัก ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารถูกขายทำกำไรหลังราคาปรับขึ้นมาระยะหนึ่ง ส่งผลให้ดัชนีปรับฐานในวงกว้าง
บอนด์ยีลด์พุ่ง กดดันสินทรัพย์เสี่ยง
แม้ว่าการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่ถ้อยแถลงของประธานเฟดยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในระยะต่อไป ส่งผลให้ตลาดยังคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้ง
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเพิ่มขึ้น
สงครามตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยกดดัน
อีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันบรรยากาศการลงทุน คือ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง แม้นักวิเคราะห์มองว่าตลาดรับรู้ปัจจัยดังกล่าวไปมากแล้ว แต่การปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานยังเพิ่มต้นทุนให้ภาคธุรกิจ และจำกัดโอกาสการฟื้นตัวของตลาดหุ้น
แนวโน้มหุ้นไทยพรุ่งนี้
นักวิเคราะห์ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ยังมีโอกาสอ่อนตัวต่อ แม้อาจเกิดแรงรีบาวด์ทางเทคนิค (Technical Rebound) ระหว่างวัน โดยต้องติดตามทิศทางตลาดหุ้นเกาหลีใต้และปัจจัยต่างประเทศอย่างใกล้ชิด
- แนวรับสำคัญ: 1,580 จุด
- แนวต้าน: 1,600-1,610 จุด
5 หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด
- DELTA ปิดที่ 264.00 บาท ลดลง 21.00 บาท (-7.37%) มูลค่าซื้อขาย 11,119.74 ล้านบาท
- TRUE ปิดที่ 14.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท (+5.04%) มูลค่าซื้อขาย 8,388.14 ล้านบาท
- KBANK ปิดที่ 242.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าซื้อขาย 5,884.10 ล้านบาท
- KTB ปิดที่ 42.75 บาท ลดลง 0.75 บาท (-1.72%) มูลค่าซื้อขาย 4,879.70 ล้านบาท
- GULF ปิดที่ 65.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท (+0.77%) มูลค่าซื้อขาย 4,817.96 ล้านบาท
- เจาะลึกเฟดคงดอกเบี้ย 9:3 / DELTA-TSD รั่ว ฉุดหุ้นไทยร่วง
- หุ้นไทยวันนี้ 22 กรกฎาคม 2569 ปิดร่วง 13.63 จุด แรงขายหุ้นแบงก์
- ต่างชาติชูหุ้นไทย Safe Haven ลุยซื้อแบงก์-การเงิน
- หุ้นไทยวันนี้ 9 กรกฎาคม 2569 ปิดพุ่ง 32 จุดรับข่าวไฟเขียว พ.ร.ก. กู้เงิน
- หุ้นไทยวันนี้ 3 กรกฎาคม 2569 ปิดพุ่ง 17.72 จุด ทุบสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี
ที่มาข้อมูล : ตลาดหุ้นไทย
ที่มารูปภาพ : TNN
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
