เจาะลึกเฟดคงดอกเบี้ย 9:3 / DELTA-TSD รั่ว ฉุดหุ้นไทยร่วง

Share on Line Share on Facebook Share on X

สรุปประเด็นเศรษฐกิจและการลงทุน จากการสัมภาษณ์ นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ในรายการ WEALTH LIVE วันที่ 30 ก.ค. 69 วิเคราะห์เจาะลึกมติเฟดคงอัตราดอกเบี้ย ความผันผวนของตลาดหุ้นโลก และสาเหตุหลักที่กดดันตลาดหุ้นไทย

เฟดคงดอกเบี้ย 9:3 ดาวโจนส์ผันผวนหนัก

ที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติ 9 ต่อ 3 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50 - 3.75% โดยนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ส่งสัญญาณชัดเจนว่า เฟดจะลดการทำ Forward Guidance (การชี้นำตลาดล่วงหน้า) โดยเฟดจะถอยมาทำหน้าที่เป็นเพียงกรรมการ และปล่อยให้ตลาดหรือราคาสินทรัพย์เคลื่อนไหวไปตามข้อมูลความเป็นจริง เช่น ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน อัตราเงินเฟ้อ หรือภาวะเศรษฐกิจ มากกว่าที่จะให้ตลาดมารอการส่งสัญญาณจากเฟด

อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วงแรกตลาดจะไม่ได้ตอบรับในเชิงลบ แต่ในช่วงท้ายตลาด ดัชนีดาวโจนส์กลับถูกเทขายอย่างหนักจนร่วงลงกว่า 1,000 จุด ประกอบกับมีปัจจัยกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ กรณีอิหร่านประกาศโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตอบโต้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น


สรุปข่าว

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ วิเคราะห์มติเฟดล่าสุดที่ให้คงอัตราดอกเบี้ยด้วยเสียง 9 ต่อ 3 พร้อมส่งสัญญาณลดการชี้นำตลาดล่วงหน้า (Forward Guidance) โดยปล่อยให้ราคาสินทรัพย์เคลื่อนไหวตามข้อมูลจริง ปัจจัยนี้ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ผันผวนหนักและดิ่งลงกว่าพันจุด ผนวกกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ดันราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น สำหรับตลาดหุ้นไทยถูกกดดันอย่างหนักจากงบ DELTA ที่ต้นทุนพุ่งสูง และความตื่นตระหนกเรื่องข้อมูลระบบ TSD รั่วไหล ซึ่งขอย้ำว่าหลุดเพียงข้อมูลส่วนบุคคลพื้นฐานเท่านั้น ไม่มีข้อมูลพอร์ตลงทุน ช่วงนี้จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นไทยไปก่อน แล้วหันไปหาจังหวะเข้าซื้อกองทุนรวมหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ที่เพิ่งร่วงแรงกว่า 20% เพื่อเก็งกำไรในจังหวะลุ้นตลาดฟื้นตัว

สรุปประเด็นเศรษฐกิจและการลงทุน จากการสัมภาษณ์ นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ในรายการ WEALTH LIVE วันที่ 30 ก.ค. 69 วิเคราะห์เจาะลึกมติเฟดคงอัตราดอกเบี้ย ความผันผวนของตลาดหุ้นโลก และสาเหตุหลักที่กดดันตลาดหุ้นไทย

เฟดคงดอกเบี้ย 9:3 ดาวโจนส์ผันผวนหนัก

ที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติ 9 ต่อ 3 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50 - 3.75% โดยนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ส่งสัญญาณชัดเจนว่า เฟดจะลดการทำ Forward Guidance (การชี้นำตลาดล่วงหน้า) โดยเฟดจะถอยมาทำหน้าที่เป็นเพียงกรรมการ และปล่อยให้ตลาดหรือราคาสินทรัพย์เคลื่อนไหวไปตามข้อมูลความเป็นจริง เช่น ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน อัตราเงินเฟ้อ หรือภาวะเศรษฐกิจ มากกว่าที่จะให้ตลาดมารอการส่งสัญญาณจากเฟด

อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วงแรกตลาดจะไม่ได้ตอบรับในเชิงลบ แต่ในช่วงท้ายตลาด ดัชนีดาวโจนส์กลับถูกเทขายอย่างหนักจนร่วงลงกว่า 1,000 จุด ประกอบกับมีปัจจัยกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ กรณีอิหร่านประกาศโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตอบโต้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น


งบ DELTA และประเด็น TSD รั่วไหล ฉุดหุ้นไทยดิ่ง

สำหรับสาเหตุที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง นายประกิตระบุว่า ปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการของ DELTA ที่ประกาศออกมา แม้จะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากการสั่งซื้อชิ้นส่วนจากบริษัทแม่มาประกอบในไทย ทำให้กำไรไม่เป็นไปตามคาด ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของ DELTA ฉุดดัชนีภาพรวมของตลาดหุ้นไทย

ส่วนประเด็นข่าวข้อมูลรั่วไหลจากระบบ TSD (ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์) จากการถูกแฮ็กนั้น นายประกิตยืนยันว่า ข้อมูลที่หลุดไปเป็นเพียง "ข้อมูลโปรไฟล์ส่วนบุคคล" เช่น อายุ รูปแบบการลงทุน และเลขที่บัญชี ไม่ได้มีข้อมูลธุรกรรมการซื้อขาย หรือจำนวนหุ้นหลุดออกไป โดยเหตุการณ์นี้เกิดจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ในระหว่างที่ TSD กำลังเร่งยกระดับพัฒนาระบบความปลอดภัย

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ออกเตือนนักลงทุนว่า หากมีมิจฉาชีพโทรศัพท์มาข่มขู่โดยอ้างข้อมูลส่วนตัวที่ถูกต้อง และส่งลิงก์มาให้ ขอให้นักลงทุนตั้งสติ อย่าตื่นตระหนก และห้ามกดลิงก์หรือทำรายการใดๆ เด็ดขาด

แนะเลี่ยงหุ้นไทย ชี้เป้า "หุ้นเกาหลีใต้" จังหวะลุ้นเด้ง

ในด้านกลยุทธ์การลงทุน นายประกิตประเมินว่าทิศทางตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อ จึงยังไม่ใช่จังหวะในการเข้าไปซื้อสะสมหุ้นไทยในระยะนี้ (ยกเว้นกลุ่มธนาคารที่อาจจะประคองตัวได้)

แต่แนะนำให้มองหาโอกาสใน ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) แทน เนื่องจากดัชนีเพิ่งปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงกว่า 20% ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา จากการถูกบังคับขาย (Force Sell) ของกลุ่มที่ใช้เลเวอเรจ (Leverage) ทำให้เป็นจังหวะที่น่าสนใจในการเข้าไปซื้อกองทุนรวมเพื่อเก็งกำไรในจังหวะที่ตลาดฟื้นตัวเด้งกลับ (Technical Rebound)

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน