หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 28 ก.ค. 2569 ปิดบวก 262.83 จุด จับตางบบิ๊กเทค-ประชุมเฟด

Share on Line Share on Facebook Share on X
หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 28 ก.ค. 2569 ปิดบวก 262.83 จุด จับตางบบิ๊กเทค-ประชุมเฟด

ดาวโจนส์ 28 ก.ค.2569 ปิดบวก 262.83 จุด 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง ขณะที่ S&P 500 ปิดบวกเพียงเล็กน้อย และ Nasdaq ปิดลบ เนื่องจากนักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสัปดาห์นี้

ดัชนีสำคัญ

-Dow Jones ปิดที่ 52,210.08 จุด เพิ่มขึ้น 262.83 จุด (+0.51%)

-S&P 500 ปิดที่ 7,413.18 จุด เพิ่มขึ้น 1.20 จุด (+0.02%)

-Nasdaq ปิดที่ 24,932.08 จุด ลดลง 43.74 จุด (-0.18%)

ประเด็นสำคัญที่กดดันตลาด

นักลงทุนจับตาผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Microsoft, Amazon, Meta และ Apple ซึ่งจะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางคำถามว่ากระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เป็นแรงขับเคลื่อนตลาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาจเริ่มชะลอตัว

ความกังวลดังกล่าวเพิ่มขึ้นหลัง Tesla และ Alphabet รายงานผลประกอบการเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยสะท้อนการใช้จ่ายด้าน AI ที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มกังวลต่อผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว

สรุปข่าว

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 28 ก.ค. 2569 ปิดที่ 52,210.08 จุด เพิ่มขึ้น 262.83 จุด สวนทาง Nasdaq ที่อ่อนตัว ท่ามกลางความกังวลว่ากระแสลงทุนด้าน AI อาจเริ่มชะลอ หลังนักลงทุนรอฟังผลประกอบการจาก Microsoft, Amazon, Meta และ Apple เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มเทคโนโลยี

ดาวโจนส์ 28 ก.ค.2569 ปิดบวก 262.83 จุด 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง ขณะที่ S&P 500 ปิดบวกเพียงเล็กน้อย และ Nasdaq ปิดลบ เนื่องจากนักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสัปดาห์นี้

ดัชนีสำคัญ

-Dow Jones ปิดที่ 52,210.08 จุด เพิ่มขึ้น 262.83 จุด (+0.51%)

-S&P 500 ปิดที่ 7,413.18 จุด เพิ่มขึ้น 1.20 จุด (+0.02%)

-Nasdaq ปิดที่ 24,932.08 จุด ลดลง 43.74 จุด (-0.18%)

ประเด็นสำคัญที่กดดันตลาด

นักลงทุนจับตาผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Microsoft, Amazon, Meta และ Apple ซึ่งจะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางคำถามว่ากระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เป็นแรงขับเคลื่อนตลาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาจเริ่มชะลอตัว

ความกังวลดังกล่าวเพิ่มขึ้นหลัง Tesla และ Alphabet รายงานผลประกอบการเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยสะท้อนการใช้จ่ายด้าน AI ที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มกังวลต่อผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อ่อนตัว

ดัชนี PHLX Semiconductor Index ปรับตัวลดลง 2.2% ทำให้ดัชนีร่วงลงรวม 21% จากระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. แม้ว่ายังคงปรับขึ้น 63% นับตั้งแต่ต้นปี

อีกปัจจัยที่ถูกจับตาคือ การเข้าซื้อขายวันแรกที่แข็งแกร่งของ CXMT Corp. ผู้ผลิตชิปของจีน รวมถึงรายงานว่าจีนสามารถผลิตเครื่องผลิตชิปแบบ Deep Ultraviolet Lithography (DUV) ที่พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งสะท้อนการแข่งขันด้านเซมิคอนดักเตอร์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ทวีความเข้มข้น

ความเคลื่อนไหวของกลุ่มอุตสาหกรรม

จากทั้งหมด 11 กลุ่มอุตสาหกรรม ในดัชนี S&P 500 มี 7 กลุ่ม ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มที่โดดเด่น ได้แก่

-กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น +1.58%

-กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ +1.25%

หุ้นที่ช่วยพยุงตลาด ได้แก่

-Walmart +2.1%

-Microsoft +1.9%

-Johnson & Johnson +1.0%

หุ้นพลังงานถูกกดดันจากราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงกว่า 8% มาอยู่บริเวณ 89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ระงับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านที่ดำเนินมานานสองสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีล่าสุดของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางความขัดแย้งกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมากกว่า 5 เดือน

แรงกดดันดังกล่าวส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลง เช่น

-Occidental Petroleum -4.1%

-Exxon Mobil -1.4%

จับตาการประชุมเฟดและตัวเลขเงินเฟ้อ

นักลงทุนติดตามการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ระหว่างวันที่ 28–29 ก.ค. โดยข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า

-มีโอกาส 62% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50%–3.75%

-มีโอกาส 38% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%

ที่มาข้อมูล : IQ

ที่มารูปภาพ : AFP

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ