หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 22 ก.ค. 2569 ปิดบวก 385.38 จุด หุ้นชิปพุ่ง-จับตางบบิ๊กเทค

Share on Line Share on Facebook Share on X
หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 22 ก.ค. 2569 ปิดบวก 385.38 จุด หุ้นชิปพุ่ง-จับตางบบิ๊กเทค

ดาวโจนส์ 22 ก.ค.2569 ปิดบวก 385.38 จุด

ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป แม้ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและข้อพิพาทด้านภาษีศุลกากร ขณะที่นักลงทุนรอติดตามผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่

ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐ

-ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) ปิดที่ 52,224.64 จุด เพิ่มขึ้น 385.38 จุด หรือ 0.74%

-ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,509.20 จุด เพิ่มขึ้น 65.92 จุด หรือ 0.89%

-ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,837.21 จุด เพิ่มขึ้น 329.13 จุด หรือ 1.29%

สรุปข่าว

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 22 ก.ค. 2569 ปิดที่ 52,224.64 จุด เพิ่มขึ้น 385.38 จุด ขณะที่ Nasdaq ทะยานกว่า 1% หลังแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มชิปหนุนตลาด แม้ยังเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดา นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดในระยะถัดไป

ดาวโจนส์ 22 ก.ค.2569 ปิดบวก 385.38 จุด

ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป แม้ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและข้อพิพาทด้านภาษีศุลกากร ขณะที่นักลงทุนรอติดตามผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่

ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐ

-ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) ปิดที่ 52,224.64 จุด เพิ่มขึ้น 385.38 จุด หรือ 0.74%

-ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,509.20 จุด เพิ่มขึ้น 65.92 จุด หรือ 0.89%

-ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,837.21 จุด เพิ่มขึ้น 329.13 จุด หรือ 1.29%

หุ้นกลุ่มชิปนำตลาดฟื้นตัว

แรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนตลาด ส่งผลให้ดัชนี PHLX Semiconductor Index พุ่งขึ้น 5.2% ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สอง หลังจากร่วงแรงเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม จากความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูงและการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)

นักวิเคราะห์จากบริษัท 248 Ventures ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ระบุว่า นักลงทุนเร่งเข้าซื้อหุ้นกลุ่มชิปก่อนการประกาศผลประกอบการ เนื่องจากเกรงว่าจะพลาดโอกาส (FOMO) หากบริษัทต่าง ๆ รายงานกำไรสูงกว่าคาดและปรับเพิ่มแนวโน้มผลประกอบการ

ปัจจัยลบยังคงกดดันตลาด

แม้ตลาดจะปรับตัวขึ้น แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่นักลงทุนติดตาม ได้แก่

-สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังกลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในช่องแคบบับเอลมันเดบ ส่งผลให้เส้นทางเดินเรือบริเวณตอนใต้ของทะเลแดงถูกปิดสำหรับเรือของซาอุดีอาระเบีย และทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

-ข้อพิพาทด้านการค้า หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมจากแคนาดาในอัตรา 50% โดยให้เหตุผลว่าแคนาดาเลือกปฏิบัติต่อการค้าของสหรัฐฯ ขณะที่นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการดำเนินการฝ่ายเดียวและขัดต่อข้อตกลงการค้าแคนาดา–สหรัฐฯ–เม็กซิโก (CUSMA)

ภาพรวมรายกลุ่มอุตสาหกรรม

หุ้น 9 จาก 11 กลุ่ม ในดัชนี S&P 500 ปิดในแดนบวก โดย

-กลุ่มเทคโนโลยี เพิ่มขึ้น 2.35%

-กลุ่มพลังงาน เพิ่มขึ้น 1.15%

ส่วนกลุ่มที่ปรับตัวลดลง ได้แก่

-กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ลดลง 1.00%

-กลุ่มบริการด้านการสื่อสาร ลดลง 0.85%

หุ้นเด่นรายตัว

หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ได้แก่

-Sandisk เพิ่มขึ้น 14.3%

-Western Digital เพิ่มขึ้น 12.5%

-Micron Technology เพิ่มขึ้น 12.2%

นอกจากนี้

-3M พุ่งขึ้น 7.3% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรตลอดปีงบประมาณ 2569

-Hasbro เพิ่มขึ้น 8.8% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้และกำไรทั้งปี 2569

ขณะที่ MSCI ร่วงลง 10% แม้รายได้ไตรมาสล่าสุดสูงกว่าคาด แต่บริษัทได้ปรับเพิ่มประมาณการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตลอดปีงบประมาณ 2569

จับตาผลประกอบการบิ๊กเทค

นักลงทุนยังคงติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ โดย

-22 กรกฎาคม: Tesla และ Alphabet

-สัปดาห์หน้า: Microsoft, Meta, Apple และ Amazon

ที่มาข้อมูล : IQ

ที่มารูปภาพ : AFP

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ