จับตาผลเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน ปัจจัยชี้ชะตาทองคำ
คุณธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย และฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2569 ถึงทิศทางตลาดทองคำว่า ปัจจุบันราคาทองคำพยายามทรงตัวรักษาระดับอยู่ที่ประมาณ 4,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในระยะถัดไปคือ การเดินทางเยือนจีนของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อเจรจาการค้า ซึ่งได้นำซีอีโอจากบริษัทชั้นนำในกลุ่มเทคโนโลยี, AI, ชิป และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของสหรัฐฯ ร่วมคณะไปด้วย
หากการเจรจาครั้งนี้ประสบความสำเร็จ จะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจโลกและกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี
ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุน (Fund Flow) มีแนวโน้มไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อย่างทองคำ ไปสู่สินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index) ที่กลับมาแข็งค่าขึ้น รวมถึงความกังวลด้านสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เริ่มคลี่คลายและไม่ขยายวงกว้าง ถือเป็นอีกปัจจัยที่กดดันราคาทองคำ
กลยุทธ์ลงทุนทองคำ เน้นทำกำไรระยะสั้น นักลงทุนระยะยาวควรรอซื้อเมื่อย่อตัวลึก
สำหรับมุมมองทางเทคนิค คุณธนะเกียรติ ประเมินว่า แม้ระยะสั้นราคาทองคำจะมีการรีบาวด์ขึ้นมาได้บ้าง แต่ในระยะกลางยังคงเผชิญแนวต้านสำคัญที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
นักลงทุนระยะสั้น แนะนำให้ระมัดระวัง หากราคาหลุดแนวรับที่ 4,560 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงแรง แนะนำให้หาจังหวะเปิดสถานะ Short สำหรับกรอบการลงทุนรายวัน (Day Trade) ให้แนวรับไว้ที่ 4,630 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และแนวต้านที่ 4,774 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
นักลงทุนระยะยาว (กรอบเวลา 1 ปีขึ้นไป) แนะนำให้ชะลอการลงทุนและรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับแข็งแกร่งที่ 4,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (คิดเป็นเงินบาทประมาณ 64,000 บาท)
สรุปข่าว
จับตาผลเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน ปัจจัยชี้ชะตาทองคำ
คุณธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย และฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2569 ถึงทิศทางตลาดทองคำว่า ปัจจุบันราคาทองคำพยายามทรงตัวรักษาระดับอยู่ที่ประมาณ 4,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในระยะถัดไปคือ การเดินทางเยือนจีนของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อเจรจาการค้า ซึ่งได้นำซีอีโอจากบริษัทชั้นนำในกลุ่มเทคโนโลยี, AI, ชิป และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของสหรัฐฯ ร่วมคณะไปด้วย
หากการเจรจาครั้งนี้ประสบความสำเร็จ จะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจโลกและกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี
ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุน (Fund Flow) มีแนวโน้มไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อย่างทองคำ ไปสู่สินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index) ที่กลับมาแข็งค่าขึ้น รวมถึงความกังวลด้านสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เริ่มคลี่คลายและไม่ขยายวงกว้าง ถือเป็นอีกปัจจัยที่กดดันราคาทองคำ
กลยุทธ์ลงทุนทองคำ เน้นทำกำไรระยะสั้น นักลงทุนระยะยาวควรรอซื้อเมื่อย่อตัวลึก
สำหรับมุมมองทางเทคนิค คุณธนะเกียรติ ประเมินว่า แม้ระยะสั้นราคาทองคำจะมีการรีบาวด์ขึ้นมาได้บ้าง แต่ในระยะกลางยังคงเผชิญแนวต้านสำคัญที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
นักลงทุนระยะสั้น แนะนำให้ระมัดระวัง หากราคาหลุดแนวรับที่ 4,560 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงแรง แนะนำให้หาจังหวะเปิดสถานะ Short สำหรับกรอบการลงทุนรายวัน (Day Trade) ให้แนวรับไว้ที่ 4,630 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และแนวต้านที่ 4,774 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
นักลงทุนระยะยาว (กรอบเวลา 1 ปีขึ้นไป) แนะนำให้ชะลอการลงทุนและรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับแข็งแกร่งที่ 4,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (คิดเป็นเงินบาทประมาณ 64,000 บาท)
"แร่เงิน" (Silver) ดาวเด่นรับเทรนด์เทคโนโลยี โอกาสทำกำไรใหม่
ในกรณีที่การเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน เป็นผลสำเร็จ อุตสาหกรรมที่จะได้รับอานิสงส์โดยตรงคือกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV), AI และชิปประมวลผล ซึ่งจะส่งผลดีอย่างยิ่งต่อ "แร่เงิน" (Silver) เนื่องจากแร่เงินเป็นส่วนประกอบสำคัญในแผงวงจรชิปและอุปกรณ์ยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ หลายประเทศยังมีการกักตุนแร่เงินเพื่อใช้ในยุทโธปกรณ์ทางทหาร เช่น จรวดขีปนาวุธ ทำให้ความต้องการในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
คำแนะนำการลงทุนในแร่เงิน
เป้าหมายราคาของแร่เงินในระยะยาว ประเมินไว้ที่ 100 - 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ปัจจุบันราคาแร่เงินปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างสูงที่ระดับประมาณ 87 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะย่อตัวลงมาที่ระดับ 81 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จึงเป็นจุดที่น่าสนใจในการเข้าสะสม
ช่องทางการลงทุนแร่เงินในประเทศไทย
การซื้อแร่เงินแท่ง (Physical Silver) นักลงทุนจะถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% โดยราคาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 90,000 บาทต่อกิโลกรัม
การลงทุนผ่าน TFEX (Silver Online Futures) เป็นช่องทางที่เหมาะสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้นถึงกลาง มีสภาพคล่องสูง โดยใช้เงินวางหลักประกัน (Margin) ต่ำกว่า และไม่มีภาระเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนการถือครองของจริง
- จับตา "ทรัมป์" เยือนจีนรอบ 10 ปี หนุนบรรยากาศลงทุน ชี้เป้าสะสมกองทุนหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ-จีน
- ศึกซัมมิตปธน. ทรัมป์-สี เดิมพันปมอิหร่าน ท่ามกลางเงินเฟ้อและบอนด์ยีลด์พุ่งเขย่าราคาทอง
- ทิศทางราคาทองคำผันผวน จับตาช่องแคบฮอร์มุส-ราคาน้ำมัน นพ.กฤชรัตน์ ชี้โอกาสย่อตัวเพื่อสะสมระยะยาว
- YLG เผยดีมานด์ทองพุ่งทำสถิติใหม่ หลังธนาคารกลางแห่ซื้อตุน หนุนราคาระยะยาว
- GCAP GOLD เตือนสัญญาณอันตราย เสี่ยงเปิดฉาก Stagflation ระยะแรก คาดราคาทองระยะสั้นผันผวน ก่อนเข้าสู่ขาขึ้นตามวัฎจักร
ที่มาข้อมูล : คุณธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย และฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด
ที่มารูปภาพ : รายการ WEALTH LIVE วันที่ 13 พฤษภาคม 2569
จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน
