ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจากสหรัฐฯ “ลูเมนตั้ม” ปักหมุดไทยฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก

Share on Line Share on Facebook Share on X
ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจากสหรัฐฯ “ลูเมนตั้ม” ปักหมุดไทยฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก

นายไมเคิล เออริสตัน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลูเมนตั้ม เปิดเผยภายหลังเดินทางมาเยือนประเทศไทย และได้พบกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พร้อมด้วยคณะผู้ช่วยและที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อหารือแนวทางยกระดับการลงทุน 


นายไมเคิลได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลที่กำหนดให้โฟโตนิกส์เป็นผลิตภัณฑ์เป้าหมายของชาติ ในยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ และยืนยันความพร้อมทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ โดยลูเมนตั้มวางแผนจัดตั้งศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ห้องวิจัย และศูนย์สร้างต้นแบบ มีการจ้างวิศวกรและนักวิจัยเพิ่ม และศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานผลิตเวเฟอร์ในไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “Build in Thailand” และ “Engineer in Thailand” ซึ่งไทยมีตำแหน่งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เหมาะสมต่อการเป็นฐานของบริษัทอเมริกันด้าน AI และศูนย์ข้อมูล รวมถึงผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทาน


    ทั้งนี้ นายไมเคิลระบุว่า ยอดขายในปีงบประมาณที่ผ่านมาเติบโตเกือบเท่าตัว โดยการประกอบขั้นสุดท้ายและการทดสอบผลิตภัณฑ์จำนวนมากดำเนินการที่โรงงานในไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของบริษัททั่วโลก การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล AI ผลักดันให้ความต้องการเทคโนโลยีของบริษัท ซึ่งส่งผ่านข้อมูลด้วยความเร็วแสง เติบโตแข็งแกร่งเป็นพิเศษ จนกำลังการผลิตปัจจุบันตามหลังความต้องการ 25-35% และสูงถึง 75% ในบางผลิตภัณฑ์ โดยกำลังการผลิตเวเฟอร์ชิปเลเซอร์เป็นหนึ่งในคอขวดสำคัญ ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิตเวเฟอร์หลัก 4 แห่ง และกำลังก่อสร้างแห่งที่ 5 ที่เมืองกรีนส์โบโร รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา


สรุปข่าว

“ลูเมนตั้ม” ขานรับยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ ยกระดับระบบนิเวศการออกแบบและผลิตโฟโตนิกส์ของไทย

นายไมเคิล เออริสตัน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลูเมนตั้ม เปิดเผยภายหลังเดินทางมาเยือนประเทศไทย และได้พบกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พร้อมด้วยคณะผู้ช่วยและที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อหารือแนวทางยกระดับการลงทุน 


นายไมเคิลได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลที่กำหนดให้โฟโตนิกส์เป็นผลิตภัณฑ์เป้าหมายของชาติ ในยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ และยืนยันความพร้อมทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ โดยลูเมนตั้มวางแผนจัดตั้งศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ห้องวิจัย และศูนย์สร้างต้นแบบ มีการจ้างวิศวกรและนักวิจัยเพิ่ม และศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานผลิตเวเฟอร์ในไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “Build in Thailand” และ “Engineer in Thailand” ซึ่งไทยมีตำแหน่งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เหมาะสมต่อการเป็นฐานของบริษัทอเมริกันด้าน AI และศูนย์ข้อมูล รวมถึงผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทาน


    ทั้งนี้ นายไมเคิลระบุว่า ยอดขายในปีงบประมาณที่ผ่านมาเติบโตเกือบเท่าตัว โดยการประกอบขั้นสุดท้ายและการทดสอบผลิตภัณฑ์จำนวนมากดำเนินการที่โรงงานในไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของบริษัททั่วโลก การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล AI ผลักดันให้ความต้องการเทคโนโลยีของบริษัท ซึ่งส่งผ่านข้อมูลด้วยความเร็วแสง เติบโตแข็งแกร่งเป็นพิเศษ จนกำลังการผลิตปัจจุบันตามหลังความต้องการ 25-35% และสูงถึง 75% ในบางผลิตภัณฑ์ โดยกำลังการผลิตเวเฟอร์ชิปเลเซอร์เป็นหนึ่งในคอขวดสำคัญ ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิตเวเฟอร์หลัก 4 แห่ง และกำลังก่อสร้างแห่งที่ 5 ที่เมืองกรีนส์โบโร รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา


นายไมเคิลคาดว่าอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์จะเติบโตต่อเนื่อง เพราะการเชื่อมต่อภายในศูนย์ข้อมูลจะเปลี่ยนจากสายทองแดงเป็นการเชื่อมต่อด้วยแสงมากขึ้น และเข้าใกล้โปรเซสเซอร์ผ่านเทคโนโลยี Co-Packaged Optics (CPO) และ Near-Packaged Optics (NPO) ขณะเดียวกันจะมีศูนย์ข้อมูล AI ขนาดเล็กแบบโมดูลมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความต้องการผลิตภัณฑ์สื่อสารด้วยแสงระยะไกลที่ ลูเมนตั้ม เชี่ยวชาญในประเทศไทย บริษัทเพิ่มกำลังการผลิตกว่า 4 เท่า ขยายกำลังคนอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะจ้างงานเพิ่มในอนาคตอันใกล้ โดยโรงงานแห่งใหม่ขนาด 3 ชั้นเดินเครื่องเต็มกำลังแล้ว บริษัทยังสร้างระบบนิเวศพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เช่น Fabrinet ผู้รับจ้างผลิตรายสำคัญ ที่ตัดสินใจตั้งโรงงานใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ห่างจากโรงงานของ ลูเมนตัม ไม่ถึง 3 กิโลเมตร พร้อมเพิ่มบริษัทในไทยกว่า 50 รายเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน คาดว่าการเติบโตของ ลูเมนตั้ม เพียงรายเดียวจะกระตุ้นการจ้างงานราว 30,000 ตำแหน่งในพื้นที่


นอกจากนั้น ในระหว่างเยือนประเทศไทยของนายไมเคิลยังได้จัดงาน Builders Summit ร่วมกับบริษัท Fabrinet เปิดโอกาสให้ผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองฝั่งแลกเปลี่ยนมุมมองและหารือแนวทางสนับสนุนลูกค้าในอุตสาหกรรมออปติกที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยนายไมเคิล เออริสตัน กล่าวว่า “ความร่วมมือที่แข็งแกร่งเกิดจากคนที่ทำงานร่วมกันทุกวัน งานนี้ช่วยกระชับความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนแนวคิด และมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการส่งมอบคุณภาพและนวัตกรรมให้ลูกค้า” ในขณะที่ นายซีมัส เกรดี ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Fabrinet กล่าวว่า “เรายินดีที่ได้ขยายความร่วมมือกับ Lumentum และได้รับความไว้วางใจให้เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในโครงการสำคัญนี้ ความสัมพันธ์ที่ยาวนานกว่า 20 ปีแข็งแกร่งขึ้นด้วยความมุ่งมั่นร่วมกันในด้านความเป็นเลิศ นวัตกรรม คุณภาพ และความสำเร็จของลูกค้า”

    ด้านการพัฒนาบุคลากร ลูเมนตั้ม ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการ Upskill/Reskill ด้านโฟโตนิกส์ และเปิดหลักสูตรออนไลน์ฟรีผ่าน Chula MOOC ระดับเบื้องต้นและระดับกลาง โดยระดับสูงอยู่ระหว่างพัฒนา ผู้เรียนจบได้รับวุฒิบัตรจากจุฬาฯ นอกจากนี้ยังกำลังพัฒนาหลักสูตรระดับปริญญาด้านโฟโตนิกส์และเลเซอร์ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และร่วมกับศูนย์พัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร จัดตั้ง Lumentum Photonics Lab ในประเทศไทย


    ระหว่างการเยือนโรงงาน นายไมเคิลยังบรรยายให้นิสิตวิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาฯ และนักเรียนมัธยมปลายกว่า 300 คนจาก 5 โรงเรียน ได้แก่ สวนกุหลาบวิทยาลัย เตรียมอุดมศึกษา สามเสนวิทยาลัย เทพศิรินทร์ และมหิดลวิทยานุสรณ์ เพื่อกระตุ้นความสนใจด้านวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์

นายไมเคิลกล่าวทิ้งท้ายว่า การเข้ามาของ ลูเมนตั้ม จะช่วยวางรากฐานให้ไทยยกระดับห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งระบบ สร้างงานและทักษะใหม่ให้คนไทย และก้าวสู่เศรษฐกิจมูลค่าเพิ่มสูงที่พึ่งพาอุตสาหกรรมเดิมน้อยลง โดยไทยมีโอกาสเป็นผู้ส่งออกอุปกรณ์โฟโตนิกส์และการสื่อสารขั้นสูงรายสำคัญของโลก


ลูเมนตั้ม (Lumentum) บริษัทเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ชั้นนำระดับโลก ประกาศขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นด้านการประกอบและทดสอบผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันมีพนักงานในไทยหลายพันคนและยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บริษัทกำลังผลักดันให้โรงงานในไทยเป็นโรงงานเรือธงระดับโลก (Global Flagship Factory) รองรับความต้องการชิ้นส่วนโฟโตนิกส์สำหรับศูนย์ข้อมูลและการสื่อสารความเร็วสูงทั่วโลก พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานของไทยขยายกำลังการผลิต มีแผนจัดตั้งศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในไทย และกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการสร้างโรงงานผลิตเวเฟอร์ (wafer fab) ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ ที่กำหนดให้โฟโตนิกส์เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักของประเทศ

ที่มาข้อมูล : กระทรวงการคลัง

ที่มารูปภาพ : กระทรวงการคลัง