“เอกนิติ” ลงพื้นที่คลองรังสิต เร่งระบายน้ำ 84 ลบ.ม./วินาที

วันที่ 4 ตุลาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง ลงพื้นที่ประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและความพร้อมของระบบระบายน้ำ ก่อนรับมือฝนระลอกใหม่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และกรมชลประทาน ร่วมรายงานสถานการณ์
นายเอกนิติระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยสถานการณ์ที่ต้องติดตามในขณะนี้คือปริมาณน้ำจากจังหวัดนครนายกที่ไหลเข้าสู่พื้นที่ ขณะที่น้ำเหนือยังอยู่ในระดับค่อนข้างทรงตัวและยังไม่ได้สร้างผลกระทบมากนัก แต่ทุกหน่วยงานจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรองรับฝนที่จะเข้ามาเพิ่มเติม
เสริมเครื่องสูบน้ำ ช่วยพื้นที่ชุมชน
จังหวัดปทุมธานีได้ขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งรัฐบาลได้จัดหาเข้ามาสนับสนุนแล้ว พร้อมกำชับให้จังหวัดให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชน และประเมินความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามสถานการณ์
ขณะเดียวกัน กรมชลประทานเร่งใช้โครงข่ายชลประทานและสถานีสูบน้ำระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยคลองรังสิตประยูรศักดิ์ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญในการระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
สรุปข่าว
วันที่ 4 ตุลาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง ลงพื้นที่ประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและความพร้อมของระบบระบายน้ำ ก่อนรับมือฝนระลอกใหม่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และกรมชลประทาน ร่วมรายงานสถานการณ์
นายเอกนิติระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยสถานการณ์ที่ต้องติดตามในขณะนี้คือปริมาณน้ำจากจังหวัดนครนายกที่ไหลเข้าสู่พื้นที่ ขณะที่น้ำเหนือยังอยู่ในระดับค่อนข้างทรงตัวและยังไม่ได้สร้างผลกระทบมากนัก แต่ทุกหน่วยงานจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรองรับฝนที่จะเข้ามาเพิ่มเติม
เสริมเครื่องสูบน้ำ ช่วยพื้นที่ชุมชน
จังหวัดปทุมธานีได้ขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งรัฐบาลได้จัดหาเข้ามาสนับสนุนแล้ว พร้อมกำชับให้จังหวัดให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชน และประเมินความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามสถานการณ์
ขณะเดียวกัน กรมชลประทานเร่งใช้โครงข่ายชลประทานและสถานีสูบน้ำระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยคลองรังสิตประยูรศักดิ์ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญในการระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
บริหารน้ำองครักษ์-ปทุมธานี เชื่อมโยงต้นน้ำถึงปลายน้ำ
สำหรับสถานการณ์ในอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ซึ่งมีประชาชนเรียกร้องให้ระบายน้ำมายังฝั่งจังหวัดปทุมธานี นายเอกนิติระบุว่า จำเป็นต้องพิจารณาการบริหารน้ำในภาพรวม เนื่องจากระบบน้ำของนครนายก ปทุมธานี และกรุงเทพมหานครมีความเชื่อมโยงกัน
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เตรียมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ลดผลกระทบจากการบริหารน้ำที่แยกส่วนในแต่ละพื้นที่
อีกประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือการสื่อสารกับประชาชน โดยผู้ว่าราชการจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องแจ้งข้อมูลสถานการณ์และเตือนประชาชนล่วงหน้า โดยเฉพาะกรณีจำเป็นต้องระบายน้ำเข้าสู่พื้นที่ ซึ่งต้องประเมินผลกระทบอย่างรอบคอบ
ย้ำไม่ประมาท เตรียมแผนระยะสั้นและระยะยาว
นายเอกนิติกล่าวถึงข้อกังวลว่าสถานการณ์จะขยายตัวในลักษณะเดียวกับอุทกภัยปี 2554 หรือไม่ว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและไม่ควรประมาท เมื่อทราบข้อมูลล่วงหน้าต้องเตรียมมาตรการรองรับและวางแนวทางแก้ไขทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว
ในฐานะผู้กำกับดูแลด้านงบประมาณ พร้อมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่จำเป็น โดยเฉพาะพื้นที่คลองรังสิต ซึ่งเป็นเส้นทางระบายน้ำสำคัญลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา หากมีน้ำไหลเข้ามาสมทบในปริมาณมาก พื้นที่รอยต่ออาจได้รับผลกระทบ จึงต้องบริหารจัดการให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
นายกรัฐมนตรียังกำชับเรื่องการเยียวยาและฟื้นฟู โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งประสานและดำเนินการช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย
เดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลัง ระบาย 84 ลบ.ม./วินาที
สำหรับสถานีสูบน้ำบริเวณปากคลองรังสิต ปัจจุบันเปิดใช้งานเครื่องสูบน้ำทั้งหมด รวมถึงเครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก สามารถระบายน้ำได้ประมาณ 84 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานรายงานว่า ก่อนหน้านี้เคยมีปัญหาไฟฟ้าดับจนกระทบประสิทธิภาพการสูบน้ำ นายเอกนิติจึงสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานการไฟฟ้า เตรียมระบบไฟฟ้าสำรองสำหรับสถานีสูบน้ำ เพื่อให้สามารถเดินระบบได้ต่อเนื่องหากเกิดเหตุขัดข้อง
ส่วนบริเวณคลองแปด ซึ่งมีการก่อสร้างประตูระบายน้ำแต่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน จะมีทีมงานเข้าไปติดตามและบริหารจัดการต่อไป
รัฐบาลและหน่วยงานในพื้นที่ยังคงติดตามปริมาณฝนและน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการประสานงานระหว่างจังหวัด กรมชลประทาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานด้านสาธารณูปโภค เพื่อเตรียมระบบระบายน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ภาคกลาง
- เร่งเคลียร์น้ำก่อนฝนรอบใหม่! เตือนจับตาน้ำเหนือ หวั่นน้ำท่วมซ้ำ 5–8 ต.ค.
- กรมชลฯ จับตาน้ำเจ้าพระยา เขื่อนระบาย 2,200 ลบ.ม./วินาที
- กรมชลฯ สั่งบริหารจัดการเชิงรุก รับมือฝนเพิ่ม–ลดผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน
- เพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำ-นอกแนวคันกั้นติดตามใกล้ชิด
- ปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา กาง 3 แผนแนวทางบริหารจัดการน้ำ
บรรณาธิการออนไลน์
