สถานการณ์น้ำวันนี้ เขื่อนใหญ่ ระบายเท่าไร ต้องจับตาจุดไหน

Share on Line Share on Facebook Share on X
สถานการณ์น้ำวันนี้ เขื่อนใหญ่ ระบายเท่าไร ต้องจับตาจุดไหน

น้ำท่วมยังขยายวงกว้าง หลายพื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูง เร่งช่วยเหลือประชาชน

สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ยังคงน่าเป็นห่วง หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำสะสมเพิ่มสูงและสถานการณ์น้ำท่วมขยายวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมแม่น้ำ และชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ ซึ่งประชาชนยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามระดับน้ำและปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบน รวมถึงการระบายน้ำจากเขื่อนและระบบชลประทาน พร้อมเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

สรุปข่าว

เช็กสถานการณ์เขื่อนใหญ่วันนี้ กรมชลประทานเดินหน้าบริหารจัดการน้ำและควบคุมการระบายให้เหมาะสม หลังหลายพื้นที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง พร้อมจับตาปริมาณน้ำในเขื่อนและลุ่มน้ำสำคัญอย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับฝนระลอกใหม่และลดผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน

น้ำท่วมยังขยายวงกว้าง หลายพื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูง เร่งช่วยเหลือประชาชน

สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ยังคงน่าเป็นห่วง หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำสะสมเพิ่มสูงและสถานการณ์น้ำท่วมขยายวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมแม่น้ำ และชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ ซึ่งประชาชนยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามระดับน้ำและปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบน รวมถึงการระบายน้ำจากเขื่อนและระบบชลประทาน พร้อมเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

เจาะลึกสถานการณ์น้ำวันนี้ (4 ต.ค. 69)

เขื่อนเจ้าพระยา

กรมชลประทาน อัปเดตสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา 4 ตุลาคม 2569  เวลา 06.00 น.

- สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,132 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลง

- สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,500 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อน +17.71 ม.รทก. ทรงตัว

จากสถานการณ์ฝนตกหนักบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาและในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาขณะนี้ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป

น้ำลุ่มน้ำป่าสัก

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  จ.ลพบุรี

กรมชลประทาน รายงาน 4 ตุลาคม 2569  เวลา 06.00 น.

- ปริมาณน้ำเก็บกัก 965 ล้าน ลบ.ม. (111%)  ระบายน้ำ 450 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มเพิ่มขึ้น

- เขื่อนพระราม6 จ.พระนครศรีอยุธยา ปริมาณน้ำไหลผ่าน 655 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มเพิ่มขึ้น

ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักท้ายเขื่อนพระราม 6 เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.00–1.20 เมตร 

พื้นที่เฝ้าระวัง: บริเวณริมแม่น้ำป่าสัก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ตำบลท่าเรือ ท่าหลวง จำปา ท่าเจ้าสนุก ศาลาลอย วังแดง โพธิ์เอน และปากท่า

- แม่น้ำป่าสักไหลมารวมกับแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนจะไหลลงสู่สถานี C29B อ.สามโคก จ.ปทุมธานี (จุดวัดน้ำเจ้าพระยาก่อนไหลผ่านกรุงเทพฯ) ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,675 ลบ.ม./วินาที (ควบคุมไม่เกิน 3,600 ลบ.ม./วินาที )

** ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานคร หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนป่าสักฯเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป

คาดการณ์ ระดับน้ำเจ้าพระยา วันนี้ 

กรุงเทพมหานคร เผย ยังไม่ล้นแนวเขื่อนฯ แต่เฝ้าระวัง สำหรับชุมชนนอกแนวเขื่อนฯ และจุดฟันหลอ 11 ชุมชน

- ในพื้นที่เขตดุสิต พระนคร บางคอแหลม ยานนาวา บางกอกน้อย และคลองสาน 

- รวมทั้งชุมชนแนวริมคลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ให้เฝ้าระวังน้ำรั่วซึมแนวเขื่อนฯ 

ข้อมูลสถานการณ์ระดับน้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่ กทม.  อ้างอิงคาดการณ์ของกรมอุทกศาสตร์  วันที่ 4 ตุลาคม 2569 

- คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสูงสุดช่วงเวลา 20.42 น. 

- ระดับน้ำขึ้นสูงสุด บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ เขตบางกอกน้อย +1.76 ม.รทก. (ระดับวิกฤติอยู่ที่ +3.00 ม.รทก. ) 

หมายเหตุ : คำนวนจากฐานน้ำขึ้นสูงสุด +1.06 ม.รทก. ในช่วงน้ำขึ้นวันละ 2 ครั้ง เช้าและค่ำ

ภาพรวมสถานการณ์ ระดับน้ำในจุดติดตามต่าง ๆ ยังต่ำกว่าแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีระยะห่างประมาณ 1.16-1.49 เมตร (แนวเขื่อนฯ สูง 2.8-3.5 เมตร) 

กทม. ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำ


จับตาฝนระลอกใหม่ 4-7 ตุลาคม 2569

ในช่วงวันที่ 4-7 ต.ค. 69 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ตามช่วงเวลาดังนี้

-  ในวันที่ 4 ต.ค. 69: บริเวณภาคเหนือตอนบนและด้านตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

-  ในช่วงวันที่ 5-6 ต.ค. 69: บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลง

-  ในวันที่ 7 ต.ค. 69: ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง

ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงปลายฤดูฝนบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 8-13 ต.ค. 69 บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดในระยะนี้



ที่มาข้อมูล : กรมชลประทาน / กทม./ อุตุฯ

ที่มารูปภาพ : กรมชลประทาน

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ