สทนช. เตือน 5-7 ต.ค. 40 จังหวัด กทม.และปริมณฑล เฝ้าระวังน้ำท่วม-น้ำป่า-น้ำล้นตลิ่ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
สทนช. เตือน 5-7 ต.ค. 40 จังหวัด กทม.และปริมณฑล เฝ้าระวังน้ำท่วม-น้ำป่า-น้ำล้นตลิ่ง

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่ความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคกลาง ทั้งนี้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่5 - 7 ตุลาคม 2569 ดังนี้

 

พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม

ภาคเหนือ

  • จังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอพร้าว จอมทอง ดอยสะเก็ด แม่แตง ดอยหล่อ แม่วาง แม่แจ่ม และสะเมิง) 
  • จังหวัดเชียงราย (อำเภอเมืองเชียงราย เวียงแก่น เชียงของ เวียงป่าเป้า และเวียงชัย) 
  • จังหวัดลำพูน(อำเภอบ้านโฮ่ง และบ้านธิ) 
  • จังหวัดลำปาง(อำเภอเมืองลำปาง ห้างฉัตร วังเหนือ และงาว) 
  • จังหวัดพะเยา (อำเภอปง และเชียงคำ) 
  • จังหวัดน่าน (อำเภอทุ่งช้าง ปัว เชียงกลาง และเวียงสา) 
  • จังหวัดกำแพงเพชร (อำเภอเมืองกำแพงเพชร ขาณุวรลักษบุรี คลองขลุง คลองลาน และโกสัมพีนคร) 
  • จังหวัดพิษณุโลก (อำเภอเมืองพิษณุโลกชาติตระการ พรหมพิราม วังทอง นครไทย และบางระกำ) 
  • จังหวัดพิจิตร (อำเภอเมืองพิจิตร วชิรบารมี สามง่าม ดงเจริญ โพธิ์ประทับช้าง และสากเหล็ก) 
  • จังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ น้ำหนาว หล่มเก่า และหล่มสัก)
  • จังหวัดนครสวรรค์ (อำเภอหนองบัว เมืองนครสวรรค์ และลาดยาว) 
  • จังหวัดอุทัยธานี(อำเภอลานสัก ห้วยคต และบ้านไร่)

 

ภาคกลาง

  • จังหวัดชัยนาท (อำเภอเมืองชัยนาท มโนรมย์ วัดสิงห์ สรรพยาหันคา และหนองมะโมง) 
  • จังหวัดสิงห์บุรี (อำเภอเมืองสิงห์บุรี พรหมบุรี และอินทร์บุรี) 
  • จังหวัดอ่างทอง(อำเภอเมืองอ่างทอง วิเศษชัยชาญ ป่าโมก และไชโย) 
  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 


สรุปข่าว

สทนช. เตือน 40 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ กลาง ตะวันออก ตะวันตก และภาคใต้ เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน เข้าสู่ความกดอากาศต่ำกำลังแรงในทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคอีสานตอนล่างและภาคกลาง รวมถึงเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุ และเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและอาจล้นตลิ่งท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่ความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคกลาง ทั้งนี้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่5 - 7 ตุลาคม 2569 ดังนี้

 

พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม

ภาคเหนือ

  • จังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอพร้าว จอมทอง ดอยสะเก็ด แม่แตง ดอยหล่อ แม่วาง แม่แจ่ม และสะเมิง) 
  • จังหวัดเชียงราย (อำเภอเมืองเชียงราย เวียงแก่น เชียงของ เวียงป่าเป้า และเวียงชัย) 
  • จังหวัดลำพูน(อำเภอบ้านโฮ่ง และบ้านธิ) 
  • จังหวัดลำปาง(อำเภอเมืองลำปาง ห้างฉัตร วังเหนือ และงาว) 
  • จังหวัดพะเยา (อำเภอปง และเชียงคำ) 
  • จังหวัดน่าน (อำเภอทุ่งช้าง ปัว เชียงกลาง และเวียงสา) 
  • จังหวัดกำแพงเพชร (อำเภอเมืองกำแพงเพชร ขาณุวรลักษบุรี คลองขลุง คลองลาน และโกสัมพีนคร) 
  • จังหวัดพิษณุโลก (อำเภอเมืองพิษณุโลกชาติตระการ พรหมพิราม วังทอง นครไทย และบางระกำ) 
  • จังหวัดพิจิตร (อำเภอเมืองพิจิตร วชิรบารมี สามง่าม ดงเจริญ โพธิ์ประทับช้าง และสากเหล็ก) 
  • จังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ น้ำหนาว หล่มเก่า และหล่มสัก)
  • จังหวัดนครสวรรค์ (อำเภอหนองบัว เมืองนครสวรรค์ และลาดยาว) 
  • จังหวัดอุทัยธานี(อำเภอลานสัก ห้วยคต และบ้านไร่)

 

ภาคกลาง

  • จังหวัดชัยนาท (อำเภอเมืองชัยนาท มโนรมย์ วัดสิงห์ สรรพยาหันคา และหนองมะโมง) 
  • จังหวัดสิงห์บุรี (อำเภอเมืองสิงห์บุรี พรหมบุรี และอินทร์บุรี) 
  • จังหวัดอ่างทอง(อำเภอเมืองอ่างทอง วิเศษชัยชาญ ป่าโมก และไชโย) 
  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 


ภาคตะวันออก

  • จังหวัดฉะเชิงเทรา (อำเภอสนามชัยเขต ท่าตะเกียบ และบ้านโพธิ) 
  • จังหวัดนครนายก (อำเภอเมืองนครนายก ปากพลี และองครักษ์) 
  • จังหวัดปราจีนบุรี (อำเภอกบินทร์บุรี บ้านสร้าง และประจันตคาม) 
  • จังหวัดสระแก้ว(อำเภอเมืองสระแก้ว และคลองหาด) 
  • จังหวัดชลบุรี (อำเภอบางละมุง และศรีราชา) 
  • จังหวัดระยอง (อำเภอเขาชะเมา) 
  • จังหวัดจันทบุรี (อำเภอสอยดาว แก่งหางแมว และเขาคิชฌกูฏ) 
  • จังหวัดตราด(อำเภอเมืองตราด คลองใหญ่ เขาสมิง และบ่อไร่)

 

ภาคตะวันตก

  • จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอด่านมะขามเตี้ย ห้วยกระเจา และเลาขวัญ) 
  • จังหวัดเพชรบุรี (อำเภอแก่งกระจาน) 
  • จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ กุยบุรี สามร้อยยอด หัวหินปราณบุรี บางสะพานน้อย และบางสะพาน)

 

ภาคใต้

  • จังหวัดชุมพร (อำเภอเมือชุมพร ปะทิว พะโต๊ะ หลังสวน ละแมและสวี) จังหวัดระนอง (อำเภอกระบุรี) 
  • จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอบ้านนาสาร เวียงสระพระแสง คีรีรัฐนิคม บ้านนาเดิม และท่าฉาง) 
  • จังหวัดนครศรีธรรมราช (อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ลานสกา จุฬาภรณ์ ทุ่งสงหัวไทร ชะอวด เชียรใหญ่ นบพิตำ พรหมคีรี พิปูน และร่อนพิบูลย์) 
  • จังหวัดพังงา (อำเภอตะกั่วทุ่ง และท้ายเหมือง) 
  • จังหวัดภูเก็ต (อำเภอถลาง เมืองภูเก็ต และกะทู้) 
  • จังหวัดกระบี่ (อำเภอเหนือคลองคลองท่อม ปลายพระยา อ่าวลึก และเขาพนม) 
  • จังหวัดตรัง (อำเภอเมืองตรังรัษฎา ห้วยยอด นาโยง สิเกา และปะเหลียน)
  • จังหวัดพัทลุง (อำเภอเมืองพัทลุง ศรีนครินทร์ เขาชัยสน ป่าพะยอม ปากพะยูน ศรีบรรพต บางแก้ว และควนขนุน) 
  • จังหวัดสตูล (อำเภอเมืองสตูล ละงู มะนัง ควนกาหลง ควนโดน ทุ่งหว้า และท่าแพ)
  • จังหวัดสงขลา (อำเภอหาดใหญ่ สะเดาคลองหอยโข่ง สทิงพระ กระแสสินธุ์ และสะบ้าย้อย) 
  • จังหวัดยะลา (อำเภอเมืองยะลา รามัน เบตง และธารโต)
  • จังหวัดปัตตานี (อำเภอยะรัง และโคกโพธิ์) 
  • จังหวัดนราธิวาส (อำเภอเจาะไอร้องสุไหงปาดี ตากใบ ศรีสาคร จะแนะ แว้ง สุไหงโก-ลก และสุคิริน)


เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก ได้แก่

  • อ่างเก็บน้ำกิ่วลม อ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมาจังหวัดลำปาง 
  • บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ 
  • อ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดสระบุรี 
  • อ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก 
  • อ่างเก็บน้ำคลองสียัด จังหวัดฉะเชิงเทรา 
  • อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง 
  • อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จังหวัดปราจีนบุรี 
  • อ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ และอ่างเก็บน้ำศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี 
  • อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี 
  • อ่างเก็บน้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

 

และเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกักบริเวณ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ปราจีนบุรี ตราด กาญจนบุรี และระนอง

 

เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ดังนี้

 

  • แม่น้ำปิง จังหวัดกำแพงเพชร 
  • แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี 
  • แม่น้ำแควน้อย จังหวัดพิษณุโลก 
  • และแม่น้ำป่าสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ 
  • แม่น้ำป่าสัก จังหวัดสระบุรี
  • แม่น้ำท่าจีน จังหวัดนครปฐม 
  • แม่น้ำนครนายก จังหวัดนครนายก 
  • แม่น้ำปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี 
  • คลองพระสะทึง และคลองพระปรง จังหวัดสระแก้ว 
  • แม่น้ำจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 
  • แม่น้ำตราด จังหวัดตราด 
  • แม่น้ำแควน้อย และแม่น้ำแควใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี 
  • คลองบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 
  • แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

 

 ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ

2. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ

ถึงปลายน้ำและอิทธิพลของการขึ้น-ลง ของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก

3. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที

4. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

ที่มาข้อมูล : สทนช.

ที่มารูปภาพ : Envato