เอกนิติ ชูไทยพร้อมจัดประชุม IMF–World Bank 2026 รับผู้ร่วมงาน 17,000 คน

Share on Line Share on Facebook Share on X
เอกนิติ ชูไทยพร้อมจัดประชุม IMF–World Bank 2026 รับผู้ร่วมงาน 17,000 คน

เอกนิติ ยืนยันไทยพร้อมจัดประชุม IMF–World Bank 2026 หลังเตรียมงานนาน 3 ปี

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2569 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

การประชุมครั้งนี้นับเป็นการกลับมาจัดงานในประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 35 ปี หลังจากไทยเคยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกเมื่อปี 2534 หรือ ค.ศ. 1991 โดยรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เวลาเตรียมความพร้อมต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อรองรับการประชุมด้านเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศครั้งสำคัญ

ดร.เอกนิติ ระบุว่า ขณะนี้การเตรียมสถานที่จัดประชุมเสร็จสมบูรณ์แล้ว พร้อมส่งมอบพื้นที่ให้แก่ IMF และกลุ่มธนาคารโลกอย่างเป็นทางการ โดยประเทศไทยตั้งเป้าแสดงศักยภาพการจัดประชุมระดับนานาชาติ ทั้งด้านสถานที่ ระบบบริหารจัดการ ความปลอดภัย เทคโนโลยี และการต้อนรับผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก

ผู้เข้าร่วมเกือบ 17,000 คน จาก 191 ประเทศ

สำหรับการประชุม IMF–World Bank 2026 ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมแล้วมากกว่า 16,000 คน และใกล้ถึง 17,000 คน จาก 191 ประเทศ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมระบบรองรับผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งภายในศูนย์การประชุมและพื้นที่โดยรอบ

ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย มีการจัดระบบคัดกรองผู้เข้าพื้นที่ เครื่องเอกซเรย์ตรวจสัมภาระ ระบบกล้องวงจรปิด CCTV และการประสานกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อดูแลการประชุมตลอดระยะเวลาจัดงาน

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมระบบดูแลโรงแรมที่พักในกรุงเทพมหานครจำนวน 21 แห่ง พร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงศูนย์ควบคุมระบบถ่ายทอดสัญญาณและการบริหารจัดการงานด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ

ดร.เอกนิติ กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้นำมาตรฐานการจัดงานขนาดใหญ่ระดับโลก หรือ Mega Event มาประยุกต์ใช้ โดยอาศัยบุคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เพื่อให้การประชุมดำเนินไปอย่างเรียบร้อยและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เข้าร่วม

สรุปข่าว

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เผยไทยพร้อมจัดประชุม IMF–World Bank 2026 วันที่ 12–18 ต.ค. หลังเตรียมงาน 3 ปี มีผู้ลงทะเบียนเกือบ 17,000 คน จาก 191 ประเทศ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง นำผลิตภัณฑ์จาก 28 ชุมชนจัดแสดง หวังส่งเสริมเศรษฐกิจ การลงทุน และวัฒนธรรมไทย

เอกนิติ ยืนยันไทยพร้อมจัดประชุม IMF–World Bank 2026 หลังเตรียมงานนาน 3 ปี

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2569 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

การประชุมครั้งนี้นับเป็นการกลับมาจัดงานในประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 35 ปี หลังจากไทยเคยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกเมื่อปี 2534 หรือ ค.ศ. 1991 โดยรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เวลาเตรียมความพร้อมต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อรองรับการประชุมด้านเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศครั้งสำคัญ

ดร.เอกนิติ ระบุว่า ขณะนี้การเตรียมสถานที่จัดประชุมเสร็จสมบูรณ์แล้ว พร้อมส่งมอบพื้นที่ให้แก่ IMF และกลุ่มธนาคารโลกอย่างเป็นทางการ โดยประเทศไทยตั้งเป้าแสดงศักยภาพการจัดประชุมระดับนานาชาติ ทั้งด้านสถานที่ ระบบบริหารจัดการ ความปลอดภัย เทคโนโลยี และการต้อนรับผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก

ผู้เข้าร่วมเกือบ 17,000 คน จาก 191 ประเทศ

สำหรับการประชุม IMF–World Bank 2026 ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมแล้วมากกว่า 16,000 คน และใกล้ถึง 17,000 คน จาก 191 ประเทศ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมระบบรองรับผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งภายในศูนย์การประชุมและพื้นที่โดยรอบ

ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย มีการจัดระบบคัดกรองผู้เข้าพื้นที่ เครื่องเอกซเรย์ตรวจสัมภาระ ระบบกล้องวงจรปิด CCTV และการประสานกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อดูแลการประชุมตลอดระยะเวลาจัดงาน

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมระบบดูแลโรงแรมที่พักในกรุงเทพมหานครจำนวน 21 แห่ง พร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงศูนย์ควบคุมระบบถ่ายทอดสัญญาณและการบริหารจัดการงานด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ

ดร.เอกนิติ กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้นำมาตรฐานการจัดงานขนาดใหญ่ระดับโลก หรือ Mega Event มาประยุกต์ใช้ โดยอาศัยบุคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เพื่อให้การประชุมดำเนินไปอย่างเรียบร้อยและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เข้าร่วม

รัฐบาลมองโอกาสกระตุ้นเศรษฐกิจและดึงดูดการลงทุน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า การเป็นเจ้าภาพประชุม IMF และ World Bank ถือเป็นวาระสำคัญของประเทศ โดยรัฐบาลมองเห็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ในระยะสั้น การเดินทางเข้าประเทศไทยของผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมากจะก่อให้เกิดการใช้จ่ายในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง และบริการต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงการจัดงาน

ส่วนระยะยาว รัฐบาลต้องการใช้เวทีการประชุมครั้งนี้ประชาสัมพันธ์ศักยภาพของประเทศไทยต่อผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจ สถาบันการเงิน และนักลงทุนจากนานาประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจไทยและชุมชนท้องถิ่นนำเสนอสินค้า บริการ และความสามารถในการแข่งขัน

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้ประเทศไทยมีบทบาทในการนำเสนอแนวคิดและร่วมกำหนดประเด็นหารือด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการคลังในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะแนวทางการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นำผลิตภัณฑ์จาก 28 ชุมชนทั่วไทยจัดแสดงบนเวทีโลก

นอกจากการเตรียมความพร้อมด้านสถานที่และระบบรักษาความปลอดภัยแล้ว ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการนำเสนอเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมผ่านการออกแบบพื้นที่จัดงาน อาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์จากชุมชน

ดร.เอกนิติ เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้มีการนำผลงานและผลิตภัณฑ์จาก 28 ชุมชนทั่วประเทศเข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะผ้าไทยจำนวน 39 ราย รวมถึงวัสดุและงานตกแต่งที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ประชุม

ด้านอาหารและเครื่องดื่ม มีการคัดเลือกวัตถุดิบจากประเทศไทย รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น เพื่อจัดทำเมนูสำหรับการประชุมโดยเฉพาะ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศได้สัมผัสอาหารไทยและผลิตภัณฑ์ของชุมชน

ขณะเดียวกัน ภายในงานยังเตรียมนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยในด้านสุขภาพและ Wellness อุตสาหกรรมอาหาร เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ตลอดจนระบบการเงินและนวัตกรรมทางการเงินของไทย

การนำเสนอองค์ประกอบเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการจัดประชุมที่ผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับอัตลักษณ์ความเป็นไทย พร้อมสร้างโอกาสให้สินค้าและบริการของผู้ประกอบการไทยเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ

จัด Royal Thai Pavilion น้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9

อีกหนึ่งส่วนสำคัญของการจัดประชุมครั้งนี้คือ Royal Thai Pavilion ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดียวกับวันที่ 13 ตุลาคม อันเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ภายในพื้นที่ดังกล่าวจะนำเสนอแนวพระราชดำริและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมจากนานาประเทศได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนาที่พระองค์ทรงริเริ่มและดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

ดร.เอกนิติ ระบุว่า แนวทางการพัฒนาตามพระราชดำริมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Development ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของประชาคมโลก โดยการจัดแสดงจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ศึกษาตัวอย่างการพัฒนาของประเทศไทย

คลังร่วมแสดงความยินดี สบน. ครบรอบ 24 ปี

ในวันเดียวกัน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง นายสันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง และนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ครบรอบ 24 ปี

โดยมีนายธิบดี วัฒนกุล รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม 1201–1203 ชั้น 12 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

สำหรับการประชุม IMF–World Bank 2026 ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ ประเทศไทยเตรียมใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพนำเสนอความพร้อมด้านเศรษฐกิจ การเงิน เทคโนโลยี และวัฒนธรรมต่อผู้เข้าร่วมจาก 191 ประเทศ โดยรัฐบาลคาดหวังให้การประชุมช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและเพิ่มโอกาสความร่วมมือระหว่างประเทศในอนาคต

 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์