อนุทินขึ้นเวที Forbes สิงคโปร์ ชู 8 นโยบายดึงลงทุนไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
อนุทินขึ้นเวที Forbes สิงคโปร์ ชู 8 นโยบายดึงลงทุนไทย

สรุป 8 ประเด็นสำคัญ “อนุทิน” ขึ้นเวที Forbes สิงคโปร์ ชูเศรษฐกิจไทยดึงลงทุนโลก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุม Forbes Global CEO Conference 2026 ครั้งที่ 24 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ พร้อมร่วมเสวนาแบบตัวต่อตัว (One-on-One) กับนายสตีฟ ฟอร์บส์ (Steve Forbes) ประธานกรรมการและบรรณาธิการบริหาร Forbes Media

การเสวนาครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอวิสัยทัศน์และทิศทางการบริหารประเทศ ครอบคลุมสถานการณ์เศรษฐกิจโลก การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ความมั่นคงทางพลังงาน การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ตลอดจนบทบาทของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ

สรุปข่าว

อนุทิน ชาญวีรกูล ร่วมประชุม Forbes Global CEO Conference 2026 ที่สิงคโปร์ นำเสนอ 8 ประเด็นเศรษฐกิจไทย ชูศักยภาพฐานการผลิต ดึงลงทุนต่างชาติ ส่งเสริมพลังงานสะอาด เดินหน้าเข้า OECD พร้อมยืนยันความพร้อมจัดประชุม IMF–World Bank วันที่ 12–18 ตุลาคม 2569

สรุป 8 ประเด็นสำคัญ “อนุทิน” ขึ้นเวที Forbes สิงคโปร์ ชูเศรษฐกิจไทยดึงลงทุนโลก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุม Forbes Global CEO Conference 2026 ครั้งที่ 24 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ พร้อมร่วมเสวนาแบบตัวต่อตัว (One-on-One) กับนายสตีฟ ฟอร์บส์ (Steve Forbes) ประธานกรรมการและบรรณาธิการบริหาร Forbes Media

การเสวนาครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอวิสัยทัศน์และทิศทางการบริหารประเทศ ครอบคลุมสถานการณ์เศรษฐกิจโลก การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ความมั่นคงทางพลังงาน การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ตลอดจนบทบาทของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ

โดยมีประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้

1. ไทยพร้อมรับมือการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์ระหว่างประเทศที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงในหลายด้าน

ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยรัฐบาลจะดำเนินนโยบายที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความมั่นคง

แนวทางที่นายกรัฐมนตรีนำเสนอให้ความสำคัญกับการรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน

2. ผลักดันไทยกลับมามีบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงเป้าหมายในการส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับนานาประเทศ

โดยเฉพาะบทบาทของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ซึ่งมีความสำคัญต่อการรักษาเสถียรภาพและความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

รัฐบาลไทยพร้อมมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของอาเซียน และสนับสนุนการเชื่อมโยงความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความเข้มข้นมากขึ้น

3. ชูศักยภาพไทยเป็นฐานการผลิต ดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติ

ประเด็นเศรษฐกิจและการลงทุนเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่นายกรัฐมนตรีนำเสนอต่อกลุ่มผู้บริหารและนักลงทุนระดับโลก

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงจุดแข็งของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตที่สามารถรองรับการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท

รัฐบาลมีเป้าหมายสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตและระบบเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก พร้อมส่งเสริมการลงทุนจากประเทศต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ

4. เดินหน้าความมั่นคงทางพลังงาน เพิ่มทางเลือกพลังงานสะอาด

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความสำคัญของความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเพิ่มทางเลือกด้านพลังงานสะอาด ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงของระบบพลังงานภายในประเทศ

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการเสวนาที่เผยแพร่ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดโครงการพลังงานใหม่ วงเงินลงทุน หรือกรอบเวลาดำเนินการที่ชัดเจน

5. ยืนยันไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank 2026

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2569

การประชุมมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

การประชุมดังกล่าวเป็นเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งจะมีผู้แทนจากประเทศสมาชิกและองค์กรเศรษฐกิจระหว่างประเทศเข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีใช้โอกาสในการเสวนากับ Forbes ยืนยันความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพ ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์ถัดไป

6. เดินหน้าเป้าหมายไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD

อีกหนึ่งประเด็นที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง คือเป้าหมายระยะยาวของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD

องค์กรดังกล่าวเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศด้านนโยบายเศรษฐกิจ การพัฒนา และมาตรฐานการบริหารจัดการภาครัฐ

การเข้าเป็นสมาชิก OECD เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ควบคู่กับการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม การเสวนาครั้งนี้ยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ประเทศไทยจะเข้าเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ หรือรายละเอียดขั้นตอนดำเนินการเพิ่มเติม

7. เปิดนโยบายเศรษฐกิจไทยต่อผู้บริหารและมหาเศรษฐีระดับโลก

การประชุม Forbes Global CEO Conference 2026 มีผู้เข้าร่วมประมาณ 400–450 คน ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูง นักลงทุนรายใหญ่ และผู้นำจากภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของโลก

ข้อมูลการจัดงานระบุว่า ผู้เข้าร่วมประชุมมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมกันมากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยประมาณร้อยละ 40 เป็นบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในทำเนียบมหาเศรษฐี Forbes Rich Lists

การขึ้นเวทีครั้งนี้เปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจและทิศทางการลงทุนของประเทศไทยต่อผู้บริหารและนักลงทุนจากหลายประเทศโดยตรง

เนื้อหาการเสวนาครอบคลุมทั้งความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับการลงทุน นโยบายสนับสนุนภาคธุรกิจ และเป้าหมายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไป

ทั้งนี้ ข้อมูลต้นฉบับไม่ได้ระบุว่ามีการลงนามข้อตกลงการลงทุน หรือประกาศเม็ดเงินลงทุนใหม่จากการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้

8. เวที Forbes 2026 เน้น AI เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์

การประชุม Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 24 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “Speed of Change” ซึ่งให้ความสำคัญกับการปรับตัวของภาคธุรกิจต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจโลก

หัวข้อการประชุมครอบคลุมการพัฒนาทางเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายการค้าระหว่างประเทศ

การประชุมครั้งนี้มีคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (Singapore Economic Development Board: EDB) เป็นเจ้าภาพร่วม และธนาคารกรุงเทพเป็นผู้สนับสนุนหลัก (Principal Sponsor)

บุคคลสำคัญที่เข้าร่วมประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ รวมถึงผู้บริหารบริษัทชั้นนำจากประเทศไทย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCC) กลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) และบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BGRIM)

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

บรรณาธิการออนไลน์