ปม "ขังกรง" ศูนย์ดูแลผู้ป่วยจิตเวช-ผู้สูงวัย กาญจนบุรี ทำได้ หรือละเมิดสิทธิ์?

จับผู้ป่วยจิตเวช "ขังกรง" นี่คือการดูแลเพื่อความปลอดภัย หรือการทารุณกรรมกันแน่?
หลังมีรายการดังแฉ ตำรวจสอบสวนกลาง ก็บุกตรวจศูนย์ดูแลแห่งหนึ่งทันที และนี่คือข้อเท็จจริงที่พบ จากภาพที่น่าหดหู่ โดยเฉพาะผู้ป่วยจิตเวชต้องนอนโดยถูกกรงขังครอบ และมันอาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่คุณรัก
เริ่มจากที่มาเรื่องนี้ก่อน
ย้อนไป 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจสอบสวนกลาง ลงพื้นที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี หลังมีคนร้องเรียนว่าส่งแม่มารักษา แต่กลับถูกทำร้ายและกักขัง
ทางเจ้าของศูนย์ ซึ่งเป็นอดีตพยาบาล ยืนยันว่าเปิดถูกต้อง และมีใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข โดยปัจจุบันที่นี่ดูแลผู้ป่วยกว่า 90 คน ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 80 คน คือผู้ป่วยจิตเวช
ส่วนประเด็น "ห้องกรงเหล็ก" เจ้าของชี้แจงว่า จำเป็นต้องใช้กับผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการรุนแรง เช่น ชอบทำลายข้าวของ หรือทำร้ายร่างกายผู้อื่น จึงต้องมีโครงสร้างแข็งแรงเพื่อความปลอดภัย
นี่คือมาตรการที่ถูกต้องจริงหรือ?
ในทางการแพทย์ ข้อมูลจากสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทยระบุว่า การจำกัดพฤติกรรมผู้ป่วยจิตเวชสามารถทำได้เพื่อป้องกันอันตราย แต่ต้องมีมาตรฐานการดูแลที่รัดกุม ไม่ใช่ปล่อยทิ้งไว้
ในมุมกฎหมาย พ.ร.บ.สุขภาพจิต ระบุชัดเจนว่า การผูกมัดหรือจำกัดพื้นที่ ทำได้เฉพาะกรณีจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายต่อตัวผู้ป่วยและผู้อื่นเท่านั้น และที่สำคัญ... ต้องอยู่ภายใต้การดูแลที่คำนึงถึง "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์"
สำหรับประเด็นนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 6 ตุลาคม ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจกล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยาน เพื่อพิจารณาว่ามีการละเมิดกฎหมาย หรือทำร้ายร่างกายจริงตามที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่
สรุปข่าว
จับผู้ป่วยจิตเวช "ขังกรง" นี่คือการดูแลเพื่อความปลอดภัย หรือการทารุณกรรมกันแน่?
หลังมีรายการดังแฉ ตำรวจสอบสวนกลาง ก็บุกตรวจศูนย์ดูแลแห่งหนึ่งทันที และนี่คือข้อเท็จจริงที่พบ จากภาพที่น่าหดหู่ โดยเฉพาะผู้ป่วยจิตเวชต้องนอนโดยถูกกรงขังครอบ และมันอาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่คุณรัก
เริ่มจากที่มาเรื่องนี้ก่อน
ย้อนไป 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจสอบสวนกลาง ลงพื้นที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี หลังมีคนร้องเรียนว่าส่งแม่มารักษา แต่กลับถูกทำร้ายและกักขัง
ทางเจ้าของศูนย์ ซึ่งเป็นอดีตพยาบาล ยืนยันว่าเปิดถูกต้อง และมีใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข โดยปัจจุบันที่นี่ดูแลผู้ป่วยกว่า 90 คน ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 80 คน คือผู้ป่วยจิตเวช
ส่วนประเด็น "ห้องกรงเหล็ก" เจ้าของชี้แจงว่า จำเป็นต้องใช้กับผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการรุนแรง เช่น ชอบทำลายข้าวของ หรือทำร้ายร่างกายผู้อื่น จึงต้องมีโครงสร้างแข็งแรงเพื่อความปลอดภัย
นี่คือมาตรการที่ถูกต้องจริงหรือ?
ในทางการแพทย์ ข้อมูลจากสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทยระบุว่า การจำกัดพฤติกรรมผู้ป่วยจิตเวชสามารถทำได้เพื่อป้องกันอันตราย แต่ต้องมีมาตรฐานการดูแลที่รัดกุม ไม่ใช่ปล่อยทิ้งไว้
ในมุมกฎหมาย พ.ร.บ.สุขภาพจิต ระบุชัดเจนว่า การผูกมัดหรือจำกัดพื้นที่ ทำได้เฉพาะกรณีจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายต่อตัวผู้ป่วยและผู้อื่นเท่านั้น และที่สำคัญ... ต้องอยู่ภายใต้การดูแลที่คำนึงถึง "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์"
สำหรับประเด็นนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 6 ตุลาคม ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจกล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยาน เพื่อพิจารณาว่ามีการละเมิดกฎหมาย หรือทำร้ายร่างกายจริงตามที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่
สะท้อนสังคมสูงวัยหรือไม่
ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น ภาพกรงเหล็กนี้อาจเป็นอีกภาพสะท้อนของปัญหา "ผู้ป่วยล้นระบบ" ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตในปี 2566 เผยว่า ไทยมีผู้ป่วยจิตเวชเข้ารับการรักษาสูงถึง 2 ล้าน 9 แสนคน และอาจมีกลุ่มแฝงที่ไม่ได้รักษาอีกนับ 10 ล้านคน
ตัวเลขนี้สวนทางอย่างหนักกับจำนวนบุคลากร เพราะทั้งประเทศเรามีจิตแพทย์เพียง 800 กว่าคน หรือคิดเป็น 1.3 คนต่อประชากรแสนคน ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำขององค์การอนามัยโลกไปมาก
เมื่อโรงพยาบาลรัฐรับมือไม่ไหว ผู้ป่วยเรื้อรังจึงถูกส่งต่อมายังศูนย์ดูแลเอกชน ยิ่งไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมหรือป่วยจิตเวชร่วมด้วย ก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้น ศูนย์ดูแลเอกชนจึงผุดขึ้นมารองรับความต้องการนี้
แม้ศูนย์เหล่านี้จะต้องขออนุญาตจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. แต่การลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรฐานให้ครอบคลุม และลึกซึ้งไปถึงสิทธิมนุษยชนในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช ยังคงเป็นความท้าทาย
คดีที่กาญจนบุรี เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง หากรัฐไม่เร่งอุดช่องโหว่ทั้งเรื่องบุคลากรและมาตรฐานศูนย์ดูแล ในอนาคตเราอาจเห็นผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ถูกผลักไสให้อยู่หลังลูกกรงแบบนี้เพิ่มขึ้นอีก
ที่มาข้อมูล : TNN Online รวบรวม
ที่มารูปภาพ : CIB
