ชลประทานลดระบายน้ำเขื่อนแม่กลอง เหลือ 1,882 ลบ.ม./วินาที

Share on Line Share on Facebook Share on X
ชลประทานลดระบายน้ำเขื่อนแม่กลอง เหลือ 1,882 ลบ.ม./วินาที

สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำแม่กลองเริ่มมีทิศทางดีขึ้น หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนทยอยลดลง ส่งผลให้กรมชลประทานสามารถปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนแม่กลองให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้า พร้อมเดินหน้าบริหารจัดการระดับน้ำและช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. ระบุว่า เขื่อนแม่กลองปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนลงมาอยู่ที่ 1,882 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากช่วงก่อนหน้านี้ที่มีการระบายน้ำมากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สรุปข่าว

สถานการณ์ลุ่มน้ำแม่กลองมีแนวโน้มดีขึ้น กรมชลประทานลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเหลือ 1,882 ลบ.ม./วินาที คาดวันที่ 3 ต.ค. น้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนไม่เกิน 1,600 ลบ.ม./วินาที หากไม่มีฝนหนัก พร้อมจับตาฝนกาญจนบุรี-ราชบุรี โดยเฉพาะวันที่ 6 ต.ค. และเตรียมเครื่องสูบน้ำ-เครื่องจักรตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำแม่กลองเริ่มมีทิศทางดีขึ้น หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนทยอยลดลง ส่งผลให้กรมชลประทานสามารถปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนแม่กลองให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้า พร้อมเดินหน้าบริหารจัดการระดับน้ำและช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. ระบุว่า เขื่อนแม่กลองปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนลงมาอยู่ที่ 1,882 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากช่วงก่อนหน้านี้ที่มีการระบายน้ำมากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ขณะที่ช่วงเที่ยงวันที่ 2 ตุลาคม คาดว่าปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนแม่กลองจะอยู่ที่ประมาณ 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยกรมชลประทานจะพิจารณาปรับการระบายน้ำตามปริมาณน้ำที่ไหลเข้าและสภาพพื้นที่ท้ายเขื่อนอย่างเหมาะสม

กรมชลประทาน โดยศูนย์อำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้าเขื่อนแม่กลอง สำนักงานชลประทานที่ 13 ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนแม่กลองให้อยู่ที่ประมาณ 22.60-22.70 เมตร เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำและลดความเสี่ยงจากมวลน้ำด้านท้ายที่อาจไหลย้อนกลับเข้าสู่พื้นที่

สำหรับวันที่ 3 ตุลาคม 2569 คาดว่าปริมาณน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนแม่กลองจะลดลงเหลือไม่เกิน 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังปริมาณฝนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและราชบุรี โดยเฉพาะวันที่ 6 ตุลาคม พร้อมประเมินข้อมูลฝน น้ำท่า ระดับน้ำเหนือและท้ายเขื่อน เพื่อปรับแผนบริหารจัดการน้ำตามสถานการณ์

กรมชลประทานยังเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องจักรไว้สนับสนุนพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมประสานหน่วยงานในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง และเข้าดำเนินการเมื่อมีความจำเป็น จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : กรมชลประทาน

บรรณาธิการออนไลน์