เจ้าพระยาระบายน้ำ 2,200 ลบ.ม./วินาที เฝ้าระวัง 6 จังหวัด

Share on Line Share on Facebook Share on X
เจ้าพระยาระบายน้ำ 2,200 ลบ.ม./วินาที เฝ้าระวัง 6 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ประจำวันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 07.00 น. โดยประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ขณะที่ภาคใต้ยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่

ปริมาณฝนสูงสุดรายภาคในรอบ 24 ชั่วโมง พบว่า ภาคเหนือสูงสุดที่ จ.ลำพูน 84 มิลลิเมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี 34 มิลลิเมตร ภาคกลาง จ.สระบุรี 42 มิลลิเมตร ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา 37 มิลลิเมตร ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี 60 มิลลิเมตร และภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี 88 มิลลิเมตร

สำหรับช่วงวันที่ 1-3 ตุลาคม 2569 คาดว่าประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง แต่ยังมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก

สรุปข่าว

สทนช. รายงาน 30 ก.ย. 2569 น้ำในอ่างทั่วประเทศ 63,718 ล้าน ลบ.ม. หรือ 79% ขณะที่น้ำไหลผ่านนครสวรรค์ 2,326 ลบ.ม./วินาที เขื่อนเจ้าพระยาระบาย 2,200 ลบ.ม./วินาที คาดระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่ม 0.20-0.30 เมตร พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่ 6 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ประจำวันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 07.00 น. โดยประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ขณะที่ภาคใต้ยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่

ปริมาณฝนสูงสุดรายภาคในรอบ 24 ชั่วโมง พบว่า ภาคเหนือสูงสุดที่ จ.ลำพูน 84 มิลลิเมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี 34 มิลลิเมตร ภาคกลาง จ.สระบุรี 42 มิลลิเมตร ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา 37 มิลลิเมตร ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี 60 มิลลิเมตร และภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี 88 มิลลิเมตร

สำหรับช่วงวันที่ 1-3 ตุลาคม 2569 คาดว่าประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง แต่ยังมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก

น้ำในอ่างทั่วประเทศอยู่ที่ 79%

สถานการณ์อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 63,718 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 79% ของความจุเก็บกัก ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การอยู่ที่ 39,596 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 70%

เมื่อแยกตามภูมิภาค พบว่า ภาคเหนือมีน้ำ 19,825 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 72% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8,118 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 67% ภาคกลาง 1,375 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 73% ภาคตะวันออก 2,889 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 91% ภาคตะวันตก 26,179 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 92% และภาคใต้ 5,332 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 70%

เจ้าพระยาระบาย 2,200 ลบ.ม./วินาที

สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 30 กันยายน สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ มีระดับน้ำ 37.94 เมตร รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.31 เมตร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนสถานี N.67 อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ระดับน้ำอยู่ที่ 26.24 เมตร รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 1.97 เมตร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,326 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำ 23.51 เมตร รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 2.19 เมตร ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +17.69 เมตร รทก. และท้ายเขื่อน +15.22 เมตร รทก.

สทนช. เตือน 6 จังหวัดเฝ้าระวัง

สทนช. ประกาศเฝ้าระวังผลกระทบจากการปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งคาดว่าจะทำให้ระดับน้ำบริเวณท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.20-0.30 เมตร

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท บริเวณ อ.สรรพยา, สิงห์บุรี ใน อ.พรหมบุรี อ.เมือง และ อ.อินทร์บุรี, อ่างทอง ใน อ.เมือง อ.วิเศษชัยชาญ อ.ไชโย และ อ.ป่าโมก, พระนครศรีอยุธยา ใน อ.บางซ้าย อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางไทร และ อ.ลาดบัวหลวง รวมถึง อ.สามโคกและ อ.เมือง จ.ปทุมธานี ตลอดจน อ.เมือง อ.บางกรวย และ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

หน่วยงานด้านน้ำยังคงติดตามปริมาณน้ำเหนือและระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : กรมชลประทาน

บรรณาธิการออนไลน์