"เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์" ระดับน้ำเกิน 100% เตือนยกของขึ้นที่สูง-เตรียมพร้อมอพยพ

Share on Line Share on Facebook Share on X
"เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์" ระดับน้ำเกิน 100%  เตือนยกของขึ้นที่สูง-เตรียมพร้อมอพยพ

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย หรือ JICC ประจำวัน โดยเตือนว่า ช่วงวันที่ 4-8 ตุลาคม จะมีฝนเพิ่มขึ้นจากฝนเปลี่ยนฤดู โดยเฉพาะวันที่ 6-7 ตุลาคม พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดฝั่งตะวันตกจะมีฝนมากกว่าปกติ ส่วนกรุงเทพมหานครคาดว่าฝนเปลี่ยนฤดูจะเข้าช่วงวันที่ 7-8 ตุลาคม จึงต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือจากแม่น้ำปิง ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลง โดยมวลน้ำจะทยอยไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งมีการบริหารจัดการด้วยการระบายน้ำแบบขั้นบันได จากเดิม 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และกำหนดกรอบการระบายไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สรุปข่าว

รัฐบาลเตือนรับมือฝนระลอกใหม่ ช่วงวันที่ 4-8 ตุลาคม จะมีฝนเพิ่มขึ้นจากฝนเปลี่ยนฤดู โดยเฉพาะวันที่ 6-7 ตุลาคม พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดฝั่งตะวันตกจะมีฝนมากกว่าปกติ ส่วนกรุงเทพมหานครคาดว่าฝนเปลี่ยนฤดูจะเข้าช่วงวันที่ 7-8 ตุลาคม จึงต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำเกินระดับ 100% และมีการระบายน้ำลงพื้นที่พระนครศรีอยุธยา จึงแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำให้เฝ้าระวังและยกของขึ้นที่สูง และเตรียมพร้อมอพยพ

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย หรือ JICC ประจำวัน โดยเตือนว่า ช่วงวันที่ 4-8 ตุลาคม จะมีฝนเพิ่มขึ้นจากฝนเปลี่ยนฤดู โดยเฉพาะวันที่ 6-7 ตุลาคม พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดฝั่งตะวันตกจะมีฝนมากกว่าปกติ ส่วนกรุงเทพมหานครคาดว่าฝนเปลี่ยนฤดูจะเข้าช่วงวันที่ 7-8 ตุลาคม จึงต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือจากแม่น้ำปิง ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลง โดยมวลน้ำจะทยอยไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งมีการบริหารจัดการด้วยการระบายน้ำแบบขั้นบันได จากเดิม 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และกำหนดกรอบการระบายไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำเกินระดับ 100% และมีการระบายน้ำลงพื้นที่พระนครศรีอยุธยา จึงแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำให้เฝ้าระวังและยกของขึ้นที่สูง เตรียมพร้อมอพยพ  ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันตก กาญจนบุรีเริ่มระบายน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ เพื่อพร่องน้ำรองรับน้ำที่จะเข้ามาเพิ่มเติม ขณะที่เขื่อนแม่กลองระบายน้ำอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ราชบุรีและสมุทรสงคราม ซึ่งทางจังหวัดได้แจ้งเตือนประชาชนให้ยกของขึ้นที่สูงและเตรียมพร้อมอพยพแล้ว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : กรมชลประทาน