ผู้สูงอายุ1 ใน 3 หกล้มทุกปี กระดูกสะโพกหักมากกว่า 29,000 ราย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ผู้สูงอายุ1 ใน 3 หกล้มทุกปี กระดูกสะโพกหักมากกว่า 29,000 ราย

วันนี้ (1 ตุลาคม 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การมีอายุยืนควรมาพร้อมสุขภาพที่ดีและความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง โดยจากข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยพบว่า ผู้สูงอายุประมาณ 1 ใน 3 หกล้มทุกปี มีผู้สูงอายุบาดเจ็บจนกระดูกสะโพกหักมากกว่า 29,000 ราย ส่งผลให้ภาครัฐมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลมากกว่า 2,600 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ การพลัดตกหกล้มยังทำให้ผู้สูงอายุไทยสูญเสียปีสุขภาวะรวมมากกว่า 400,000 ปี

 นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า การหกล้มสามารถป้องกันได้ด้วยหลัก “รู้–ปรับ–ขยับเพิ่ม” คือ รู้ ประเมินความเสี่ยงหกล้มอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ปรับ สิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด ต้องระวังพื้นเปียกลื่น ตะไคร่น้ำ คราบโคลน และสิ่งของย้ายหนีน้ำกีดขวางทางเดิน จัดที่พักให้แห้ง ทางเดินโล่ง มีแสงสว่างเพียงพอ ติดราวจับในห้องน้ำ สวมรองเท้าพื้นไม่ลื่น และหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ ขยับเพิ่ม ลดการนั่งหรือนอนนาน ออกกำลังกายฝึกแรงต้านและการทรงตัวสม่ำเสมอตามความเหมาะสม


สรุปข่าว

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เชิญชวนร่วมป้องกันการพลัดตกหกล้ม เนื่องในวันผู้สูงอายุสากล 1 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “สูงวัยอายุยืน มีคุณภาพชีวิตดี ยืนได้อย่างมั่นคง” ด้วยหลัก “รู้–ปรับ–ขยับเพิ่ม” พร้อมย้ำครอบครัวร่วมป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ ทั้งช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด

วันนี้ (1 ตุลาคม 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การมีอายุยืนควรมาพร้อมสุขภาพที่ดีและความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง โดยจากข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยพบว่า ผู้สูงอายุประมาณ 1 ใน 3 หกล้มทุกปี มีผู้สูงอายุบาดเจ็บจนกระดูกสะโพกหักมากกว่า 29,000 ราย ส่งผลให้ภาครัฐมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลมากกว่า 2,600 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ การพลัดตกหกล้มยังทำให้ผู้สูงอายุไทยสูญเสียปีสุขภาวะรวมมากกว่า 400,000 ปี

 นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า การหกล้มสามารถป้องกันได้ด้วยหลัก “รู้–ปรับ–ขยับเพิ่ม” คือ รู้ ประเมินความเสี่ยงหกล้มอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ปรับ สิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด ต้องระวังพื้นเปียกลื่น ตะไคร่น้ำ คราบโคลน และสิ่งของย้ายหนีน้ำกีดขวางทางเดิน จัดที่พักให้แห้ง ทางเดินโล่ง มีแสงสว่างเพียงพอ ติดราวจับในห้องน้ำ สวมรองเท้าพื้นไม่ลื่น และหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ ขยับเพิ่ม ลดการนั่งหรือนอนนาน ออกกำลังกายฝึกแรงต้านและการทรงตัวสม่ำเสมอตามความเหมาะสม


แพทย์หญิงศิริรัตน์ สุวรรณฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองป้องกันการบาดเจ็บ กล่าวว่า การสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัวมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงน้ำท่วมที่ต้องเดินบนพื้นผิวเปียกลื่นหรือพื้นที่ต่างระดับ จึงควรฝึกแรงต้านอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน เช่น ลุก–นั่งจากเก้าอี้ ยืนเขย่งปลายเท้า หรือใช้ยางยืดออกกำลังกาย ซึ่งสามารถทำได้แม้อยู่ในพื้นที่จำกัดหรือศูนย์พักพิง ทั้งนี้ ควรเริ่มจากระดับที่ปลอดภัยและค่อย ๆ เพิ่มตามความเหมาะสม เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและข้อต่อ ช่วยให้ร่างกายสามารถพยุงตัวและทรงตัวได้อย่างมั่นคง


ทั้งนี้ หากเกิดการหกล้มและมีอาการปวดมาก ไม่สามารถขยับร่างกายได้ หรือสงสัยว่ามีกระดูกหัก ไม่ควรเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บด้วยตนเอง ให้โทร. 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องกันหกล้ม สามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 เว็บไซต์ ddc.moph.go.th/dip/ เฟซบุ๊ก thaiinjury หรือไลน์ @dipgunlom

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ