“เอกนิติ” วางไทยเชื่อมอาเซียน ผ่าน “Trusted Connector”

Share on Line Share on Facebook Share on X
“เอกนิติ” วางไทยเชื่อมอาเซียน ผ่าน  “Trusted Connector”

วันนี้(3 ก.ย. 2569) เวลา 9.20 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาในการประชุม Bangkok Business Summit 2026 หัวข้อ “การปลดล็อกเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ของภูมิภาค ด้วยขอบฟ้าใหม่ของประเทศไทย” 


นายเอกนิติ ได้กล่าวถึง แนวคิดผลักดันประเทศไทยและอาเซียนสู่การเป็นเครือข่าย “Trusted Connector” (ตัวเชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจ) รับเศรษฐกิจโลกที่แบ่งขั้ว พร้อมการใช้จุดแข็งของภูมิภาคสร้างเครื่องยนต์การเติบโตชุดใหม่


นายเอกนิติ กล่าวว่า ความเปิดกว้างยังเป็นหัวใจของเศรษฐกิจไทยและอาเซียน ซึ่งเติบโตจากการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงกับโลก โดยอาเซียนยังเป็นจุดหมายสำคัญของเงินลงทุน ในจังหวะที่บริษัททั่วโลกกำลังมองหาภูมิภาคที่มีการเติบโตและเป็นพื้นที่มั่นคงในห่วงโซ่อุปทาน 

นายเอกนิติ กล่าวว่า แนวคิด “Trusted Connector” ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอ มีนัยทางเศรษฐกิจมากขึ้น เพราะโลกปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องประสิทธิภาพ แต่รวมถึงความมั่นคงและความน่าเชื่อถือด้วย


เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงใหญ่ 4 ด้าน ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสังคมสูงวัย ซึ่งล้วนส่งผลข้ามพรมแดน และไม่มีประเทศใดในอาเซียนรับมือได้เพียงลำพัง


ด้านภูมิเศรษฐศาสตร์ ภาษี มาตรการควบคุมการส่งออก เงินอุดหนุน และกฎถิ่นกำเนิดสินค้าที่เข้มขึ้น กำลังเปลี่ยนทิศทางการค้าและการลงทุน บริษัทระดับโลกจึงไม่ได้มองเพียงต้นทุนต่ำ แต่ต้องการทำเลที่ไว้ใจได้ มีห่วงโซ่อุปทานหลากหลาย และสามารถรับแรงกระแทกจากความขัดแย้งทางเศรษฐกิจได้




สรุปข่าว

“เอกนิติ” ชูไทยดันอาเซียนสู่เครือข่าย “Trusted Connector” รับโลกแบ่งขั้ว ปลดล็อกเครื่องยนต์ตัวใหม่ ผ่าน AI พลังงานสะอาด ดิจิทัล สังคมสูงวัย เชื่อมทุน เทคโนโลยี คน สร้างภูมิคุ้มกันภูมิภาค ดันเศรษฐกิจมูลค่าสูง

วันนี้(3 ก.ย. 2569) เวลา 9.20 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาในการประชุม Bangkok Business Summit 2026 หัวข้อ “การปลดล็อกเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ของภูมิภาค ด้วยขอบฟ้าใหม่ของประเทศไทย” 


นายเอกนิติ ได้กล่าวถึง แนวคิดผลักดันประเทศไทยและอาเซียนสู่การเป็นเครือข่าย “Trusted Connector” (ตัวเชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจ) รับเศรษฐกิจโลกที่แบ่งขั้ว พร้อมการใช้จุดแข็งของภูมิภาคสร้างเครื่องยนต์การเติบโตชุดใหม่


นายเอกนิติ กล่าวว่า ความเปิดกว้างยังเป็นหัวใจของเศรษฐกิจไทยและอาเซียน ซึ่งเติบโตจากการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงกับโลก โดยอาเซียนยังเป็นจุดหมายสำคัญของเงินลงทุน ในจังหวะที่บริษัททั่วโลกกำลังมองหาภูมิภาคที่มีการเติบโตและเป็นพื้นที่มั่นคงในห่วงโซ่อุปทาน 

นายเอกนิติ กล่าวว่า แนวคิด “Trusted Connector” ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอ มีนัยทางเศรษฐกิจมากขึ้น เพราะโลกปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องประสิทธิภาพ แต่รวมถึงความมั่นคงและความน่าเชื่อถือด้วย


เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงใหญ่ 4 ด้าน ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสังคมสูงวัย ซึ่งล้วนส่งผลข้ามพรมแดน และไม่มีประเทศใดในอาเซียนรับมือได้เพียงลำพัง


ด้านภูมิเศรษฐศาสตร์ ภาษี มาตรการควบคุมการส่งออก เงินอุดหนุน และกฎถิ่นกำเนิดสินค้าที่เข้มขึ้น กำลังเปลี่ยนทิศทางการค้าและการลงทุน บริษัทระดับโลกจึงไม่ได้มองเพียงต้นทุนต่ำ แต่ต้องการทำเลที่ไว้ใจได้ มีห่วงโซ่อุปทานหลากหลาย และสามารถรับแรงกระแทกจากความขัดแย้งทางเศรษฐกิจได้




ขณะที่ AI กำลังกลายเป็นทั้งแหล่งผลิตภาพและอำนาจการแข่งขันใหม่ การเข้าถึงเซมิคอนดักเตอร์ พลังประมวลผล ข้อมูล และบุคลากรที่มีทักษะ จะมีผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจมากขึ้น โจทย์ของอาเซียนจึงไม่ควรหยุดอยู่ที่การแข่งขันดึงศูนย์ข้อมูลหรือการลงทุน AI แต่ต้องทำให้เทคโนโลยีเข้าถึง SMEs ธุรกิจ และประชาชนในวงกว้าง


นายเอกนิติ กล่าวว่า การเชื่อมโยงระบบชำระเงินของไทยกับสิงคโปร์เป็นตัวอย่าง โดยอาเซียนยังสามารถต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล บุคลากรด้าน AI การใช้ AI ใน SMEs และการป้องกันสแกม โดยหวังว่าความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน หรือ DEFA จะช่วยเร่งการเชื่อมต่อดังกล่าวได้


นายเอกนิติ กล่าวว่า ในด้านพลังงานและภูมิอากาศ ASEAN Power Grid เป็นตัวอย่างชัดเจนของความร่วมมือที่สร้างทั้งความมั่นคงและการแข่งขัน เพราะแต่ละประเทศมีทรัพยากรพลังงานหมุนเวียน ระบบสายส่ง เทคโนโลยี เงินทุน และความต้องการอุตสาหกรรมต่างกัน การเชื่อมระบบพลังงานจึงช่วยให้ภูมิภาคใช้ทรัพยากรร่วมกันได้มีประสิทธิภาพขึ้น


อีกด้านหนึ่ง สังคมสูงวัยไม่ควรถูกมองเป็นเพียงภาระทางการคลัง ประเทศไทยและสิงคโปร์สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ สุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ยา และเวลเนส ขณะที่ประเทศซึ่งยังมีประชากรวัยแรงงานจำนวนมาก เช่น ฟิลิปปินส์และ สปป.ลาว สามารถเชื่อมโยงกำลังคนในภูมิภาคได้มากขึ้น

นายเอกนิติ กล่าวว่า ความแตกต่างของโครงสร้างประชากรจึงอาจกลายเป็นความเกื้อกูล หากอาเซียนพัฒนาการเคลื่อนย้ายแรงงานและความร่วมมือด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม สังคมสูงวัยจะไม่จำเป็นต้องเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโต แต่สามารถสร้างตลาดใหม่และเพิ่มการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก


สำหรับประเทศไทย “New Horizon” จึงไม่ใช่เพียงการมีเงินลงทุน เทคโนโลยี หรือโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น แต่ต้องทำให้ดิจิทัล พลังงานสะอาด การเดินทางสมัยใหม่ อุตสาหกรรมขั้นสูง และการพัฒนาคนทำงานประสานกัน เพื่อยกระดับผลิตภาพ ลดความเปราะบาง และส่งผลของการเติบโตไปถึงประชาชน


นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลสามารถกำหนดยุทธศาสตร์และเปิดทางให้การลงทุนเกิดขึ้น แต่ภาคธุรกิจเป็นผู้เห็นคอขวดและเปลี่ยนนโยบายให้เป็นการลงทุนจริง ความร่วมมือรัฐ-เอกชนจึงเป็นหัวใจของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ก่อนทิ้งสารว่า ไทยพร้อมเป็น Trusted Connector แต่จะสร้างอาเซียนที่มีภูมิคุ้มกันไม่ได้ หากภูมิภาคยังไม่เชื่อมจุดแข็งของแต่ละประเทศเข้าหากันอย่างจริงจัง