
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจยังรัสเซีย เปิดเผยภายหลังนำคณะกระทรวงคมนาคมเข้าหารือกับสถาบันวิจัยระบบรางแห่งรัสเซีย (All-Russian Scientific Research Institute of Railway Transport : VNIIZHT) ณ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย ว่า การหารือครั้งนี้เป็นการต่อยอดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านคมนาคมระหว่างไทยกับรัสเซีย ให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยและยกระดับอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศ

สำหรับประเด็นความร่วมมือ ประกอบด้วย การพัฒนาบุคลากรและฝึกอบรมวิศวกรและนักวิจัย การวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ การทดสอบและรับรองมาตรฐานระบบราง การซ่อมบำรุง รวมถึงการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบ Early Warning เพื่อวิเคราะห์สภาพอากาศ ความเสี่ยงจากน้ำท่วม และผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถานการณ์ แจ้งเตือนล่วงหน้า และตัดสินใจด้านการเดินรถได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สรุปข่าว
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจยังรัสเซีย เปิดเผยภายหลังนำคณะกระทรวงคมนาคมเข้าหารือกับสถาบันวิจัยระบบรางแห่งรัสเซีย (All-Russian Scientific Research Institute of Railway Transport : VNIIZHT) ณ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย ว่า การหารือครั้งนี้เป็นการต่อยอดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านคมนาคมระหว่างไทยกับรัสเซีย ให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยและยกระดับอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศ

สำหรับประเด็นความร่วมมือ ประกอบด้วย การพัฒนาบุคลากรและฝึกอบรมวิศวกรและนักวิจัย การวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ การทดสอบและรับรองมาตรฐานระบบราง การซ่อมบำรุง รวมถึงการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบ Early Warning เพื่อวิเคราะห์สภาพอากาศ ความเสี่ยงจากน้ำท่วม และผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถานการณ์ แจ้งเตือนล่วงหน้า และตัดสินใจด้านการเดินรถได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ยังได้ทดลองใช้บริการรถไฟใต้ดินกรุงมอสโก เพื่อศึกษาระบบการให้บริการ ตั้งแต่การซื้อตั๋ว การแตะเข้า-ออก การเชื่อมต่อเส้นทาง ระบบข้อมูลผู้โดยสาร ตลอดจนการบริหารจัดการสถานีขนาดใหญ่ เพื่อนำประสบการณ์มาปรับใช้ในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของไทยให้สะดวก เชื่อมต่อ และปลอดภัยยิ่งขึ้น

“ในระยะยาวผมอยากเห็นประเทศไทยต่อยอดจากฐานอุตสาหกรรมยานยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนของไทย ไปสู่การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อุตสาหกรรมระบบรางของประเทศ ครอบคลุมการพัฒนาบุคลากร การวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี การทดสอบมาตรฐาน การซ่อมบำรุง ตลอดจนการผลิตหรือประกอบรถล้อเลื่อนภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในอนาคต” นายพิพัฒน์ กล่าว

- คมนาคมบูรณาการแผน 20 ปี เร่งโครงสร้างพื้นฐานหนุนเศรษฐกิจ
- “พิพัฒน์” หยัดได้ - คนใต้สิ้นสุดการรอคอย เร่งสร้าง 2 สะพาน พลิกโฉมคมนาคมภาคใต้
- คมนาคมถอดบทเรียนรถไฟชนรถเมล์ เร่งยกระดับความปลอดภัยจุดตัดทั่วประเทศ
- “พิพัฒน์” รับลูกแท็กซี่ไทย เดินหน้าลดต้นทุน-เพิ่มสถานีชาร์จ
- เร่งปฏิรูปท่าเรือแหลมฉบัง ดันโลจิสติกส์ไทยสู่มาตรฐานโลก
ที่มาข้อมูล : กระทรวงคมนาคม
ที่มารูปภาพ : กระทรวงคมนาคม
