คมนาคมบูรณาการแผน 20 ปี เร่งโครงสร้างพื้นฐานหนุนเศรษฐกิจ

Share on Line Share on Facebook Share on X
คมนาคมบูรณาการแผน 20 ปี เร่งโครงสร้างพื้นฐานหนุนเศรษฐกิจ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "MOT New Chapter ทันสมัย ใส่ใจประชาชน พร้อมขยายผลด้านเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ปี 2569 และปี 2570" เพื่อบูรณาการนโยบายและจัดทำแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มุ่งยกระดับคุณภาพการเดินทางของประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าของภาคธุรกิจ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเป็นภารกิจระยะยาวที่ต้องเชื่อมโยงทุกโหมดการขนส่งให้เป็นโครงข่ายเดียวกัน ทั้งทางบก ถนน ราง น้ำ และอากาศ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทุกหน่วยงานต้องขับเคลื่อนงานให้สอดคล้องกับนโยบายหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การลดค่าครองชีพและเพิ่มความปลอดภัย การกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน การส่งเสริมพลังงานสะอาดในระบบขนส่ง และการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคต

สรุปข่าว

"พิพัฒน์" นำทีมผู้บริหารกระทรวงคมนาคมจัดเวิร์กชอปบูรณาการแผนพัฒนาระบบขนส่งระยะ 20 ปี พร้อมเร่งโครงการ Quick Win และเปิดทางระดมทุนภาคเอกชน เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับการเดินทางและโลจิสติกส์ รองรับการเติบโตเศรษฐกิจไทย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "MOT New Chapter ทันสมัย ใส่ใจประชาชน พร้อมขยายผลด้านเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ปี 2569 และปี 2570" เพื่อบูรณาการนโยบายและจัดทำแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มุ่งยกระดับคุณภาพการเดินทางของประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าของภาคธุรกิจ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเป็นภารกิจระยะยาวที่ต้องเชื่อมโยงทุกโหมดการขนส่งให้เป็นโครงข่ายเดียวกัน ทั้งทางบก ถนน ราง น้ำ และอากาศ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทุกหน่วยงานต้องขับเคลื่อนงานให้สอดคล้องกับนโยบายหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การลดค่าครองชีพและเพิ่มความปลอดภัย การกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน การส่งเสริมพลังงานสะอาดในระบบขนส่ง และการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคต

พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานจัดทำทั้งแผนระยะกลาง 3-5 ปี และแผนระยะยาว 10-20 ปี ควบคู่กับการเร่งผลักดันโครงการสำคัญและโครงการ Quick Win ในช่วงปี 2569-2570 โดยมีสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นหน่วยงานหลักในการรวบรวมและติดตามผลการดำเนินงาน

นายพิพัฒน์ ยอมรับว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ไม่สามารถพึ่งพางบประมาณภาครัฐเพียงอย่างเดียว เนื่องจากอาจใช้เวลานานถึง 20 ปี จึงจำเป็นต้องเปิดทางระดมทุนจากภาคเอกชนและแหล่งเงินทุนภายนอก เพื่อเร่งการลงทุนและก่อสร้างโครงข่ายคมนาคมให้แล้วเสร็จเร็วขึ้น รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ

ทั้งนี้ ผลการระดมความคิดเห็นจากการสัมมนาจะถูกรวบรวมและนำเสนอผู้บริหารกระทรวงคมนาคมในวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ก่อนนำไปปรับปรุงเป็นแผนปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อผลักดันนโยบายของรัฐบาลสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับศักยภาพระบบคมนาคมไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : กระทรวงคมนาคม

ที่มารูปภาพ : กระทรวงคมนาคม

แท็กบทความ