
นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก-ดินแดง ครั้งที่ 2/2569 ว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุและถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันอุบัติเหตุในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม
การประชุมมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม อาทิ กรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางราง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กรุงเทพมหานคร และกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อบูรณาการแนวทางการแก้ไขปัญหาในทุกมิติ
สำหรับมาตรการระยะเร่งด่วน ซึ่งจะดำเนินการภายใน 6 เดือน กระทรวงคมนาคมจะเน้นการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่การรถไฟ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ปฏิบัติงานประจำตู้จราจร เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการสื่อสารและการใช้วิทยุสื่อสารระหว่างหน่วยงานให้มีความรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
นอกจากนี้ จะมีการปรับปรุงระบบสัญญาณไฟจราจรให้ทำงานสอดคล้องกับการเดินรถไฟ เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายจราจร รวมถึงตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัย และกวดขันพนักงานขับรถโดยสารทั้งของ ขสมก. และรถร่วมบริการ ไม่ให้หยุดรถบริเวณจุดตัดทางรถไฟ พร้อมเร่งสร้างการรับรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับอันตรายจากการฝ่าฝืนเครื่องกั้นทางรถไฟ
ในระยะกลาง กระทรวงคมนาคมจะนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมความปลอดภัยมากขึ้น โดยเตรียมติดตั้งระบบ Automatic Train Protection (ATP) หรือระบบหยุดรถไฟอัตโนมัติ หากตรวจพบว่าเครื่องกั้นทางรถไฟยังทำงานไม่สมบูรณ์หรือยังไม่ปิดลงครบถ้วนก่อนขบวนรถไฟจะผ่าน
สรุปข่าว
นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก-ดินแดง ครั้งที่ 2/2569 ว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุและถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันอุบัติเหตุในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม
การประชุมมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม อาทิ กรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางราง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กรุงเทพมหานคร และกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อบูรณาการแนวทางการแก้ไขปัญหาในทุกมิติ
สำหรับมาตรการระยะเร่งด่วน ซึ่งจะดำเนินการภายใน 6 เดือน กระทรวงคมนาคมจะเน้นการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่การรถไฟ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ปฏิบัติงานประจำตู้จราจร เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการสื่อสารและการใช้วิทยุสื่อสารระหว่างหน่วยงานให้มีความรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
นอกจากนี้ จะมีการปรับปรุงระบบสัญญาณไฟจราจรให้ทำงานสอดคล้องกับการเดินรถไฟ เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายจราจร รวมถึงตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัย และกวดขันพนักงานขับรถโดยสารทั้งของ ขสมก. และรถร่วมบริการ ไม่ให้หยุดรถบริเวณจุดตัดทางรถไฟ พร้อมเร่งสร้างการรับรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับอันตรายจากการฝ่าฝืนเครื่องกั้นทางรถไฟ
ในระยะกลาง กระทรวงคมนาคมจะนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมความปลอดภัยมากขึ้น โดยเตรียมติดตั้งระบบ Automatic Train Protection (ATP) หรือระบบหยุดรถไฟอัตโนมัติ หากตรวจพบว่าเครื่องกั้นทางรถไฟยังทำงานไม่สมบูรณ์หรือยังไม่ปิดลงครบถ้วนก่อนขบวนรถไฟจะผ่าน
พร้อมกันนี้ จะมีการเชื่อมโยงระบบสัญญาณไฟจราจรบริเวณใกล้เคียงให้สามารถทำงานประสานกันกับจุดตัดทางรถไฟ ลดความเสี่ยงการจราจรติดขัดบนทางตัด รวมถึงติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) และระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับตรวจจับสิ่งกีดขวางหรือพฤติกรรมเสี่ยงในจุดตัดที่มีความเสี่ยงสูง
ส่วนมาตรการระยะยาว กระทรวงคมนาคมจะเร่งดำเนินการลดจำนวนจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับในพื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวน 18 จุด ผ่านโครงการพัฒนาระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง เพื่อแยกการสัญจรระหว่างระบบรางและการจราจรบนถนนออกจากกันอย่างถาวร
ขณะเดียวกัน จะเร่งผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางรางแล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการลดปัญหาจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับ รวมถึงจุดลักผ่านที่เป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุทางรางในหลายพื้นที่
นายจิระพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางรางเร่งสำรวจและประเมินความเสี่ยงของจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับทั่วประเทศ เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการติดตั้งระบบ ATP และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอื่นๆ อย่างเหมาะสม พร้อมให้การรถไฟแห่งประเทศไทยดำเนินการตามข้อเสนอที่ได้จากการประชุมอย่างเป็นรูปธรรม
ที่มาข้อมูล : กระทรวงคมนาคม
ที่มารูปภาพ : กระทรวงคมนาคม
