คมนาคมผนึกหอการค้า เร่งปลดล็อกแหลมฉบัง ดันโลจิสติกส์น้ำ

Share on Line Share on Facebook Share on X
คมนาคมผนึกหอการค้า เร่งปลดล็อกแหลมฉบัง ดันโลจิสติกส์น้ำ

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดหารือร่วมกับคณะกรรมการด้าน Logistics & Supply Chain และคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ของ หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบาย มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการขนส่งทางน้ำ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

การหารือครั้งนี้ ภาคเอกชนได้เสนอ 4 ประเด็นเร่งด่วน ได้แก่ การส่งเสริมการขนส่งสินค้าโดยเรือชายฝั่ง (Coastal Transport) ควบคู่กับการพิจารณาปรับลดค่าภาระท่าเทียบเรือ เพื่อจูงใจผู้ประกอบการ การแก้ไขปัญหาจราจรแออัดภายใน ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญของระบบโลจิสติกส์ไทย การทบทวนแนวทางบริหารสัมปทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และการเร่งขับเคลื่อนระบบ Maritime Single Window เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเอกสารและการขนส่งทางน้ำให้มีความคล่องตัวมากขึ้น

สรุปข่าว

คมนาคมจับมือหอการค้า เร่งยกระดับขนส่งทางน้ำ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ โฟกัสแก้คอขวด “แหลมฉบัง” ดัน Coastal Transport และ Maritime Single Window รัฐ-เอกชนผนึกกำลัง ปั้นไทยสู่ฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดหารือร่วมกับคณะกรรมการด้าน Logistics & Supply Chain และคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ของ หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบาย มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการขนส่งทางน้ำ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

การหารือครั้งนี้ ภาคเอกชนได้เสนอ 4 ประเด็นเร่งด่วน ได้แก่ การส่งเสริมการขนส่งสินค้าโดยเรือชายฝั่ง (Coastal Transport) ควบคู่กับการพิจารณาปรับลดค่าภาระท่าเทียบเรือ เพื่อจูงใจผู้ประกอบการ การแก้ไขปัญหาจราจรแออัดภายใน ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญของระบบโลจิสติกส์ไทย การทบทวนแนวทางบริหารสัมปทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และการเร่งขับเคลื่อนระบบ Maritime Single Window เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเอกสารและการขนส่งทางน้ำให้มีความคล่องตัวมากขึ้น

ในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมเจ้าท่า ระบุว่า ได้เตรียมงบประมาณปี 2570 สำหรับขุดลอกร่องน้ำเศรษฐกิจ 17 แห่ง เพื่อรักษาระดับความลึกและรองรับการขนส่งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เตรียมเร่งบริหารจัดการพื้นที่และระบบจราจรในท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อลดความแออัด เพิ่มความคล่องตัวในการขนถ่ายสินค้า พร้อมพิจารณาทบทวนการขยายอายุสัมปทานผู้ประกอบการให้เหมาะสม

นายสรรเพชญย้ำว่า การพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยกระทรวงคมนาคมพร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการผลักดันข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาคในอนาคต

ที่มาข้อมูล : กระทรวงคมนาคม

ที่มารูปภาพ : กระทรวงคมนาคม