
นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า โครงการก่อสร้างสำคัญบนถนนพระราม 2 ซึ่งประชาชนติดตามมาอย่างต่อเนื่อง กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย โดยภายในปี 2569 จะเห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมของโครงการหลัก โดยเฉพาะทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) ที่จะเปิดทดลองใช้ครบตลอดสายในเดือนสิงหาคมนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับการเดินทางบนถนนพระราม 2
สรุปข่าว
นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า โครงการก่อสร้างสำคัญบนถนนพระราม 2 ซึ่งประชาชนติดตามมาอย่างต่อเนื่อง กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย โดยภายในปี 2569 จะเห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมของโครงการหลัก โดยเฉพาะทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) ที่จะเปิดทดลองใช้ครบตลอดสายในเดือนสิงหาคมนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับการเดินทางบนถนนพระราม 2
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปัจจุบัน M82 เปิดให้ประชาชนทดลองใช้ช่วงบางขุนเทียน–เอกชัย ระยะทาง 8 กิโลเมตร ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 แล้ว ส่วนช่วงเอกชัย–บ้านแพ้ว ระยะทาง 16 กิโลเมตร อยู่ระหว่างงานก่อสร้างช่วงสุดท้าย และจะเปิดทดลองใช้เพิ่มเติมในเดือนสิงหาคม 2569 ส่งผลให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางยกระดับได้ครบระยะทาง 24 กิโลเมตร
สำหรับความกังวลด้านความปลอดภัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า เมื่อเปิดให้บริการแล้ว งานก่อสร้างบนทางยกระดับจะแล้วเสร็จทั้งหมด ไม่มีการก่อสร้างเหนือศีรษะผู้ใช้ทางอีกต่อไป พร้อมผ่านการตรวจสอบมาตรฐานด้านวิศวกรรมและทดสอบโครงสร้างอย่างครบถ้วนก่อนเปิดใช้งาน ขณะที่งานที่ยังเหลือจะเป็นเพียงการติดตั้งระบบจัดเก็บค่าผ่านทางและงานทางขึ้น-ลงบางจุด ซึ่งไม่กระทบต่อการใช้งานของประชาชน
กระทรวงคมนาคมคาดว่า M82 จะช่วยลดปริมาณรถบนถนนพระราม 2 ซึ่งปัจจุบันมีรถใช้เส้นทางประมาณ 200,000 คันต่อวัน ได้ราว 20% พร้อมลดระยะเวลาการเดินทางตลอดเส้นทาง 24 กิโลเมตร จากประมาณ 45 นาที เหลือเพียง 15 นาที หรือประหยัดเวลาได้เฉลี่ย 30 นาที โดยประชาชนจะสามารถทดลองใช้เส้นทางฟรีไปจนถึงอย่างน้อยปลายปี 2570 ระหว่างติดตั้งระบบจัดเก็บค่าผ่านทางให้แล้วเสร็จ
ส่วนโครงการทางพิเศษสายพระราม 3–ดาวคะนอง–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นอีกโครงการสำคัญในการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคม ปัจจุบันมีความคืบหน้าก่อสร้างประมาณ 94.83% และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2570 โดยเมื่อเปิดใช้งานจะช่วยแบ่งเบาปริมาณการจราจรบนเส้นทางเดิมได้ประมาณ 40%
นายสิริพงษ์ ระบุว่า นอกจากโครงการบนถนนพระราม 2 แล้ว กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าพัฒนาโครงข่ายมอเตอร์เวย์ทั่วประเทศ ทั้ง M6, M7, M8 และ M9 เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภูมิภาค เพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในระยะยาว โดยย้ำว่าความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งที่กระทรวงให้ความสำคัญสูงสุดในการดำเนินทุกโครงการก่อสร้าง
บรรณาธิการออนไลน์
