
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานต่าง ๆ อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม เพื่อส่งคำขอใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) วงเงินรวม 4 แสนล้านบาท ในส่วนที่ 2 วงเงิน 2 แสนล้านบาท ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงาน
ซึ่งก่อนหน้านี้ กระทรวงคมนาคมได้แสดงความประสงค์มาแล้วว่า จะมีโครงการเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านรถขนส่งสาธารณะให้เป็นแบบไฟฟ้า และยังมีโครงการจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะทำโครงการเกี่ยวกับการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยโครงการที่จะขอใช้เงินกู้แต่ละส่วนมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ดังนั้น จึงต้องมีการจัดทำรายละเอียดอย่างสมบูรณ์ที่สุด
ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานนี้ เป็นมาตรการที่มีประโยชน์ เพราะไม่เช่นนั้นประเทศไทยก็จะต้องพึ่งพาการใช้พลังงานจากการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศอยู่ตลอด ถ้าหากพลังงานไฟฟ้าไม่เพียงพอใช้ จากกรณีที่สงครามมีความยืดเยื้อ น้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซขาดแคลนจากการขนส่งที่ไม่สามารถดำเนินการได้ ประเทศไทยก็อาจจะมีน้ำมันสำรองใช้เพียง 90 วัน
"แต่หากประเทศไทย สามารถขับเคลื่อนมาตรการที่สามารถลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน และก๊าซได้ แม้ว่าจะมีปัญหาสงคราม แต่ก็ยังมีแสงแดด ประเทศไทยก็ยังสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้เอง ตรงนี้เป็นคำถามว่า การใช้เงินในลักษณะนี้จะดีกว่าหรือไม่" ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุ
สรุปข่าว
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานต่าง ๆ อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม เพื่อส่งคำขอใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) วงเงินรวม 4 แสนล้านบาท ในส่วนที่ 2 วงเงิน 2 แสนล้านบาท ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงาน
ซึ่งก่อนหน้านี้ กระทรวงคมนาคมได้แสดงความประสงค์มาแล้วว่า จะมีโครงการเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านรถขนส่งสาธารณะให้เป็นแบบไฟฟ้า และยังมีโครงการจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะทำโครงการเกี่ยวกับการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยโครงการที่จะขอใช้เงินกู้แต่ละส่วนมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ดังนั้น จึงต้องมีการจัดทำรายละเอียดอย่างสมบูรณ์ที่สุด
ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานนี้ เป็นมาตรการที่มีประโยชน์ เพราะไม่เช่นนั้นประเทศไทยก็จะต้องพึ่งพาการใช้พลังงานจากการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศอยู่ตลอด ถ้าหากพลังงานไฟฟ้าไม่เพียงพอใช้ จากกรณีที่สงครามมีความยืดเยื้อ น้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซขาดแคลนจากการขนส่งที่ไม่สามารถดำเนินการได้ ประเทศไทยก็อาจจะมีน้ำมันสำรองใช้เพียง 90 วัน
"แต่หากประเทศไทย สามารถขับเคลื่อนมาตรการที่สามารถลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน และก๊าซได้ แม้ว่าจะมีปัญหาสงคราม แต่ก็ยังมีแสงแดด ประเทศไทยก็ยังสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้เอง ตรงนี้เป็นคำถามว่า การใช้เงินในลักษณะนี้จะดีกว่าหรือไม่" ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุ
*พร้อมแจงกมธ.-ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีตรวจสอบใช้เงินกู้ 4 แสนลบ.*
ด้านนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า วันนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ ตาม พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาทนัดแรก ซึ่งตนในฐานะผู้อำนวยการ สศค. รวมถึงผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนกระทรวงการคลัง อยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วย
สำหรับประเด็นที่ฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ตรวจสอบรัฐบาลในการใช้เงินกู้ กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนที่อนุมัติเงินไป 18,800 ล้านบาท เพื่อใช้ในสวัสดิการตามปีงบประมาณ 2569 นั้น นายวินิจ ระบุว่า กระทรวงการคลังได้รับทราบเรื่องแล้ว และยืนยันว่าได้เคยชี้แจงในประเด็นดังกล่าวไปแล้วเช่นกัน แต่เมื่อมีกระบวนการนี้เกิดขึ้น ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงการคลังกำลังเร่งพิจารณาข้อมูลอยู่
พร้อมยืนยันว่า เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาทนั้น ได้ถูกใช้ไปตามวัตถุประสงค์ที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก.กู้เงินฯ ฉบับนี้ ได้เตรียมข้อมูลเพื่อจะชี้แจงในประเด็นนี้อย่างละเอียด
"กระทรวงการคลัง ได้เคยชี้แจงเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการใช้เงิน และกู้เงินตาม พ.ร.ก.ดังกล่าวไปแล้ว แต่เมื่อมีกระบวนการนี้เกิดขึ้น เราก็พร้อมจะชี้แจงอีก ซึ่งฝ่ายกฎหมายของกระทรวงการคลัง กำลังเร่งเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงเรื่องนี้อย่างละเอียด" โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ
ส่วนของความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการที่จะขอใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาทนั้น คาดว่าคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ อยู่ระหว่างนัดหมายเพื่อกำหนดวันประชุมอีกครั้ง โดยเบื้องต้นทราบว่า ขณะนี้มีหน่วยงานที่เตรียมเสนอโครงการเพื่อขอใช้เงินตาม พ.ร.ก. กู้เงินเข้ามา ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ อยู่ระหว่างให้ สบน. พิจารณา ก่อนจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาอีกครั้ง
- เร่งปฏิรูปท่าเรือแหลมฉบัง ดันโลจิสติกส์ไทยสู่มาตรฐานโลก
- “ไทยช่วยไทยพลัส” 7 วันแรก ยอดใช้จ่ายพุ่ง 1.7 หมื่นล้าน ร้านค้าเข้าร่วม 1 ล้านแห่ง
- คลังเคลียร์ชัด! ร่วม “ไทยช่วยไทย พลัส” ไม่โดนภาษีย้อนหลัง
- 'เอกนิติ" ยันไทยพร้อมรับการลงทุนระลอกใหม่จากทั่วโลก
- คมนาคมผนึกหอการค้า เร่งปลดล็อกแหลมฉบัง ดันโลจิสติกส์น้ำ
ที่มาข้อมูล : กระทรวงการคลัง
ที่มารูปภาพ : TNN
