“Infineon” เลือกไทย เปิดโรงงานผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมลงทุนระยะยาว ศักยภาพพร้อม

Share on Line Share on Facebook Share on X
“Infineon” เลือกไทย เปิดโรงงานผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมลงทุนระยะยาว ศักยภาพพร้อม

อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ (Infineon Technologies) ผู้ผลิตชิปสัญชาติเยอรมัน ประกาศเปิดโรงงานแห่งใหม่ในประเทศไทยเมื่อวันพฤหัสบดี 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ในขณะที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างไทย กำลังเร่งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค

ไทย ฐานการผลิตปลายน้ำ

บริษัทระบุในงานแถลงข่าวว่า โรงงานแห่งใหม่ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ นี้ เป็นฐานการผลิตในส่วนปลายน้ำ (backend manufacturing) ซึ่งเป็นขั้นตอนการนำชิปมาผ่านกระบวนการผลิตจนเป็นเซมิคอนดักเตอร์สำเร็จรูป และผ่านการทดสอบ โดยมีการลงทุนเบื้องต้นมากกว่า 100 ล้านยูโร หรือประมาณ 3,800 ล้านบาท ด้านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ของไทยระบุในแถลงการณ์ว่า โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนรวมถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 47,000 ล้านบาท

สรุปข่าว

Infineon เปิดโรงงานผลิตและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ใกล้กรุงเทพฯ ด้วยเงินลงทุนเบื้องต้นกว่า 100 ล้านยูโร ขณะที่ BOI ระบุมูลค่าโครงการรวมราว 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โรงงานมีพื้นที่คลีนรูมเริ่มต้นสูงสุด 30,000 ตารางเมตร และขยายได้ถึง 150,000 ตารางเมตร ช่วยเพิ่มกำลังผลิตและกระจายความเสี่ยงจากฐานการผลิตในมาเลเซีย ไทยตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนเซมิคอนดักเตอร์ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 พร้อมพัฒนาบุคลากรเฉพาะทางเพื่อรองรับตลาดชิปที่เติบโตจากศูนย์ข้อมูลและ AI

อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ (Infineon Technologies) ผู้ผลิตชิปสัญชาติเยอรมัน ประกาศเปิดโรงงานแห่งใหม่ในประเทศไทยเมื่อวันพฤหัสบดี 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ในขณะที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างไทย กำลังเร่งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค

ไทย ฐานการผลิตปลายน้ำ

บริษัทระบุในงานแถลงข่าวว่า โรงงานแห่งใหม่ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ นี้ เป็นฐานการผลิตในส่วนปลายน้ำ (backend manufacturing) ซึ่งเป็นขั้นตอนการนำชิปมาผ่านกระบวนการผลิตจนเป็นเซมิคอนดักเตอร์สำเร็จรูป และผ่านการทดสอบ โดยมีการลงทุนเบื้องต้นมากกว่า 100 ล้านยูโร หรือประมาณ 3,800 ล้านบาท ด้านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ของไทยระบุในแถลงการณ์ว่า โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนรวมถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 47,000 ล้านบาท

โรงงานขนาดใหญ่ และสามารถขยายได้ในอนาคต

อเล็กซานเดอร์ กอร์สกี (Alexander Gorski) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของอินฟินีออน (Infineon) กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้จะเปิดดำเนินการโดยมีพื้นที่ห้องคลีนรูม (cleanroom) ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมพิเศษสำหรับกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ขนาดสูงสุดถึง 30,000 ตารางเมตร และสามารถขยายพื้นที่ได้ถึง 150,000 ตารางเมตรในอนาคต

กอร์สกี (Gorski) กล่าวว่า การลงทุนในครั้งนี้เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ระยะยาว โดยชี้ให้เห็นถึงทำเลที่ตั้งของไทยที่อยู่ใกล้กับตลาดสำคัญอย่างจีน พร้อมยืนยันว่าทางบริษัทมีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเติบโตที่แข็งแกร่งในอนาคต 

โดยเสริมว่าปัจจุบัน บริษัทมีฐานการผลิต 13 แห่งกระจายอยู่ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป จีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีศักยภาพที่จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าด้วยกำลังการผลิตจากพื้นที่ห้องคลีนรูมที่มีอยู่เดิม

นอกจากนี้ การขยายฐานการผลิตมายังประเทศไทย ยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างทางเลือกด้านแหล่งผลิตที่หลากหลาย (dual sourcing) ให้แก่ลูกค้า โดยกอร์สกี (Gorski) อธิบายว่า หากเกิดปัญหาขึ้นที่โรงงานในมาเลเซีย ทางบริษัทก็สามารถสนับสนุนลูกค้าผ่านทางโรงงานในประเทศไทยได้

ประเทศไทยพร้อมดึงดูดอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวในงานแถลงข่าวเดียวกันว่า ประเทศไทยตั้งเป้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ให้ได้ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6 แสนล้านบาทภายในปี 2030 โดยมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีโฟโทนิกส์ (photonics) อิเล็กทรอนิกส์กำลัง (power electronics) และเซ็นเซอร์ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวสำหรับภาคอุตสาหกรรมนี้ 

ข้อมูลจากการนำเสนอ ระบุว่า ในช่วงระหว่างปี 2023 ถึงเดือนกรกฎาคม 2026 ประเทศไทยสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงได้ถึง 9.1 แสนล้านบาท และนอกจากมาตรการจูงใจด้านการเงินเพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ แล้ว หน่วยงานของไทยยังมีแผนที่จะพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางเกือบ 85,000 คน และนักวิจัยอีกกว่า 1,700 คน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมนี้ภายในปี 2030

มีการคาดการณ์ว่ายอดจำหน่ายเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกจะแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 33.7 ล้านล้านบาทในปีนี้ และจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าสู่ระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 67 ล้านล้านบาทภายในปี 2035 โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ที่ใช้ขับเคลื่อนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Infineon Technologies