“ซินหัว” อ้างรายงานของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 หรือ “แอมโร” (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office-AMRO) ที่ประเมินว่า เศรษฐกิจกัมพูชาปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวที่ร้อยละ 4.2 ชะลอตัวลงจากร้อยละ 5.3 ในปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม “แอมโร” คาดการณ์ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจกัมพูชาน่าจะฟื้นตัวขึ้นเป็นร้อยละ 4.9 ในปี 2570
รายงานระบุด้วยว่า ราคาน้ำมันโลกที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อน่าจะขยับขึ้นเป็นร้อยละ 5.1 ในปีนี้ จากร้อยละ 2.5 ในปีที่แล้ว ก่อนที่จะลดลงเหลือร้อยละ 2.8 ในปีหน้า
สรุปข่าว
“ซินหัว” อ้างรายงานของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 หรือ “แอมโร” (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office-AMRO) ที่ประเมินว่า เศรษฐกิจกัมพูชาปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวที่ร้อยละ 4.2 ชะลอตัวลงจากร้อยละ 5.3 ในปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม “แอมโร” คาดการณ์ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจกัมพูชาน่าจะฟื้นตัวขึ้นเป็นร้อยละ 4.9 ในปี 2570
รายงานระบุด้วยว่า ราคาน้ำมันโลกที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อน่าจะขยับขึ้นเป็นร้อยละ 5.1 ในปีนี้ จากร้อยละ 2.5 ในปีที่แล้ว ก่อนที่จะลดลงเหลือร้อยละ 2.8 ในปีหน้า
ขณะที่ความเสี่ยงเชิงลบที่สำคัญมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง อาจทำให้ต้นทุนด้านพลังงาน การขนส่ง และอาหารสูงขึ้น
รายงานชี้ว่า ผู้กำหนดนโยบายของกัมพูชาจะต้องตอบสนองอย่างยืดหยุ่นต่อปัจจัยภายในประเทศ และความเสี่ยงภายนอกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะแนวโน้มของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
“ทอง เมงดาวิด” รองผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาจีน-อาเซียน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์กัมพูชา ระบุว่า เศรษฐกิจกัมพูชายังคงแข็งแกร่ง แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ อาทิ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา
ปัญหาเหล่านี้ทำให้ราคาน้ำมันอยู่ในภาวะผันผวน รวมทั้งส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
