จีนประกาศเป็นผู้นำระเบียบ AI ของโลก ชูโอเพนซอร์สช่วยกลุ่มซีกโลกใต้ ป้องกันการผูกขาดเทคโนโลยี

Share on Line Share on Facebook Share on X
จีนประกาศเป็นผู้นำระเบียบ AI ของโลก ชูโอเพนซอร์สช่วยกลุ่มซีกโลกใต้ ป้องกันการผูกขาดเทคโนโลยี

สำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) รายงานว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน แสดงจุดยืนของปักกิ่งในฐานะผู้นำการจัดระเบียบโครงสร้างพื้นฐาน AI โลกยุคใหม่ ผ่านการผลักดันระบบรหัสเปิดหรือโอเพนซอร์ส (Open-source technology) เพื่อท้าทายอิทธิพลทางเทคโนโลยีและการผูกขาดกฎเกณฑ์จากชาติมหาอำนาจ ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานประชุม World Artificial Intelligence Conference (WAIC) 2026 ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สรุปข่าว

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งจีน ประกาศวิสัยทัศน์ในงาน WAIC 2026 ณ นครเซี่ยงไฮ้ มุ่งดันจีนเป็นผู้นำการจัดระเบียบปัญญาประดิษฐ์โลกผ่านระบบโอเพนซอร์ส ชูแนวทางตั้งศูนย์ความร่วมมือ AI ร่วมกับอาเซียน บีริกส์ และกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ พร้อมมอบโควตาทุนฝึกอบรม 5,000 ที่นั่งใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อคานอำนาจและลดการผูกขาดกฎเกณฑ์เทคโนโลยีจากชาติมหาอำนาจ

สำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) รายงานว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน แสดงจุดยืนของปักกิ่งในฐานะผู้นำการจัดระเบียบโครงสร้างพื้นฐาน AI โลกยุคใหม่ ผ่านการผลักดันระบบรหัสเปิดหรือโอเพนซอร์ส (Open-source technology) เพื่อท้าทายอิทธิพลทางเทคโนโลยีและการผูกขาดกฎเกณฑ์จากชาติมหาอำนาจ ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานประชุม World Artificial Intelligence Conference (WAIC) 2026 ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา

WAIC - งานประชุม AI โลกจากฝั่งจีน คืออะไร ?

WAIC 2026 เป็นการประชุมด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในระดับนโยบายนานาชาติที่จีนเป็นเจ้าภาพ ซึ่งยังมาพร้อมการประชุมระดับสูงว่าด้วยการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก (High-Level Meeting on Global AI Governance) อีกด้วย

ภายในงาน ได้เชิญผู้นำระดับสากลและผู้แทนจากนานาชาติเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี , ฮุน มาเนต (Hun Manet) นายกรัฐมนตรีกัมพูชา, ประธานาธิบดี คาสซิม-โจมาร์ต โทคาเยฟ (Kassym-Jomart Tokayev) แห่งคาซัคสถาน และนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส (Antonio Guterres) เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) ซึ่งสะท้อนถึงมาตรการการทูตเชิงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จีนกำลังเร่งขับเคลื่อนในปัจจุบัน

จีนเผยกลยุทธ์ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทาง AI ในซีกโลกใต้

ในการแถลงสุนทรพจน์ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เปรียบเทียบความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่าส่งผลกระทบและสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับเดียวกับการประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำและการค้นพบกระแสไฟฟ้าในอดีต 

“เราควรคว้าโอกาสทางประวัติศาสตร์อันหาได้ยากนี้ เพื่อส่งเสริมโอเพนซอร์ส การทำงานร่วมกัน และการแบ่งปัน เราควรส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี AI และอุตสาหกรรมนวัตกรรมอย่างครอบคลุม” ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าว

โดยจีนมุ่งเน้นการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อช่วยเหลือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในการสร้างขีดความสามารถ (Capacity building) เพื่อปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital intelligence gap)

“เราต้องดำเนินความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างกว้างขวางและช่วยเหลือประเทศในซีกโลกใต้ในการเสริมสร้างศักยภาพเพื่อลดช่องว่างด้านปัญญาประดิษฐ์เชิงดิจิทัล เราควรส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและป้องกันการสร้างความอยุติธรรมครั้งใหม่ในประวัติศาสตร์ด้านปัญญาประดิษฐ์” ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวเสริม

จีนเรียกร้องวางระเบียบการใช้ AI ที่ต้องมีคนกำกับเสมอ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวตอนหนึ่งว่า “เราควรออกกฎหมายและข้อบังคับ วางระบบตรวจสอบทางเทคโนโลยี ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และระบบรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเสริมสร้างแนวป้องกันด้านความปลอดภัยและป้องกันการละเมิดและการใช้งานในทางที่ผิด เราควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าปัญญาประดิษฐ์อยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์เสมอ”

ความเคลื่อนไหวนี้ Reuters มองว่าเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนที่สุดของรัฐบาลจีนในความพยายามเป็นผู้กำหนดทิศทางการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก โดยมองว่าโมเดลโอเพนซอร์สของตนเป็นสินค้าสาธารณะระดับโลก และวางตำแหน่งปักกิ่งเป็นทางเลือกแทนวอชิงตันในช่วงเวลาสำคัญของการแข่งขันเพื่อเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี

จีนใช้ AI รุกเกมการเมืองโลก เสริมพันธมิตร ASEAN - BRICS และอเมริกาใต้

ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวด้วยว่า “ผมขอประกาศว่า ในอีกห้าปีข้างหน้า จีนจะมอบโอกาสในการฝึกอบรมและสัมมนาด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำนวน 5,000 โครงการให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา”

โดยจีนจะจัดตั้ง "ศูนย์ความร่วมมือการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ระหว่างประเทศ" (International AI Application Cooperation Centers) ร่วมกับกลุ่มพันธมิตรทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจระดับสากล ซึ่งประกอบไปด้วย กลุ่มอาเซียน (ASEAN), สหภาพแอฟริกา (African Union), สหภาพรัฐอาหรับ (Arab League), ประชาคมรัฐลาตินอเมริกาและแคริบเบียน (CELAC), องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) และบริกส์ (BRICS) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มกันของประเทศตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ที่มีจีนเป็นแกนนำ

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters