นรก "สแกมเมอร์" เป็นอมตะ? ปราบเท่าไหร่ แค่ย้ายฐาน ลวงเงินคนไทย 62 ล้านบาททุกวัน

Share on Line Share on Facebook Share on X
นรก "สแกมเมอร์" เป็นอมตะ? ปราบเท่าไหร่ แค่ย้ายฐาน ลวงเงินคนไทย 62 ล้านบาททุกวัน

รู้ไหมว่า แค่ 4 เดือนแรกของปี 2569 คนไทยแจ้งความถูกหลอกออนไลน์ไปแล้วกว่า 7,400 ล้านบาท เฉลี่ยวันละกว่า 60 ล้านบาท  และ UNODC เพิ่งเปิดรายงานชี้ว่า ไทยนั่งอยู่กลางวงล้อมของเศรษฐกิจอาชญากรรมที่โตเร็วที่สุดในภูมิภาค ทั้งฝั่งเมียวดี ปอยเปต และสามเหลี่ยมทองคำ แล้วทำไมปราบเท่าไหร่ก็ยังไม่หมด 

เริ่มจากตัวเลขในประเทศก่อน ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ระบุว่า ตั้งแต่มกราคมถึงเมษายนปีนี้ มีคดีอาชญากรรมออนไลน์กว่า 120,000 คดี ความเสียหายรวม 7,480 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วคือวันละกว่า 62 ล้านบาท 

ส่วนระดับภูมิภาค UNODC เผยแพร่รายงานประเมินภัยอาชญากรรมข้ามชาติฉบับใหม่ ระบุว่า ปี 2568 เหยื่อสแกมในเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สูญเงินรวมราว 2.9 ถึง 3.7 ล้านล้านบาท สูงกว่าปี 2566 ราว 3 เท่า 

ทำไมยิ่งปราบ แต่คนทั้งโลกกลับสูญเงินกับสแกมเมอร์มากขึ้นเรื่อย ๆ

แล้ววงล้อมที่ว่าอยู่ตรงไหน คำตอบคือรอบชายแดนไทยแทบทุกด้าน ฝั่งเมียนมา คือเมียวดี ที่มีนิคมสแกมขนาดใหญ่อย่างชเวโก๊กโก่ และเคเคพาร์ก รวมถึงท่าขี้เหล็ก 

ฝั่งกัมพูชา คือปอยเปต บาเวต และสีหนุวิลล์ ที่นำอาคารคาสิโนและเขตเศรษฐกิจพิเศษ มาดัดแปลงเป็นศูนย์ปฏิบัติการ 

ส่วนฝั่งลาว คือเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ จุดร่วมของทุกพื้นที่ คือเป็นรอยต่อพรมแดนที่อำนาจรัฐเข้าถึงได้ยาก

สรุปข่าว

รู้ไหมว่า แค่ 4 เดือนแรกของปี 2569 คนไทยแจ้งความถูกหลอกออนไลน์ไปแล้วกว่า 7,400 ล้านบาท เฉลี่ยวันละกว่า 60 ล้านบาท และ UNODC เพิ่งเปิดรายงานชี้ว่า ไทยนั่งอยู่กลางวงล้อมของเศรษฐกิจอาชญากรรมที่โตเร็วที่สุดในภูมิภาค ทั้งฝั่งเมียวดี ปอยเปต และสามเหลี่ยมทองคำ แล้วทำไมปราบเท่าไหร่ก็ยังไม่หมด

รู้ไหมว่า แค่ 4 เดือนแรกของปี 2569 คนไทยแจ้งความถูกหลอกออนไลน์ไปแล้วกว่า 7,400 ล้านบาท เฉลี่ยวันละกว่า 60 ล้านบาท  และ UNODC เพิ่งเปิดรายงานชี้ว่า ไทยนั่งอยู่กลางวงล้อมของเศรษฐกิจอาชญากรรมที่โตเร็วที่สุดในภูมิภาค ทั้งฝั่งเมียวดี ปอยเปต และสามเหลี่ยมทองคำ แล้วทำไมปราบเท่าไหร่ก็ยังไม่หมด 

เริ่มจากตัวเลขในประเทศก่อน ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ระบุว่า ตั้งแต่มกราคมถึงเมษายนปีนี้ มีคดีอาชญากรรมออนไลน์กว่า 120,000 คดี ความเสียหายรวม 7,480 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วคือวันละกว่า 62 ล้านบาท 

ส่วนระดับภูมิภาค UNODC เผยแพร่รายงานประเมินภัยอาชญากรรมข้ามชาติฉบับใหม่ ระบุว่า ปี 2568 เหยื่อสแกมในเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สูญเงินรวมราว 2.9 ถึง 3.7 ล้านล้านบาท สูงกว่าปี 2566 ราว 3 เท่า 

ทำไมยิ่งปราบ แต่คนทั้งโลกกลับสูญเงินกับสแกมเมอร์มากขึ้นเรื่อย ๆ

แล้ววงล้อมที่ว่าอยู่ตรงไหน คำตอบคือรอบชายแดนไทยแทบทุกด้าน ฝั่งเมียนมา คือเมียวดี ที่มีนิคมสแกมขนาดใหญ่อย่างชเวโก๊กโก่ และเคเคพาร์ก รวมถึงท่าขี้เหล็ก 

ฝั่งกัมพูชา คือปอยเปต บาเวต และสีหนุวิลล์ ที่นำอาคารคาสิโนและเขตเศรษฐกิจพิเศษ มาดัดแปลงเป็นศูนย์ปฏิบัติการ 

ส่วนฝั่งลาว คือเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ จุดร่วมของทุกพื้นที่ คือเป็นรอยต่อพรมแดนที่อำนาจรัฐเข้าถึงได้ยาก

แล้วไทยอยู่ตรงไหนในสมการนี้ นอกจากเป็นเป้าหมายของเหยื่อแล้ว ไทยยังถูกใช้เป็นทางผ่าน และเป็นจุดพักคอยลำเลียงคนจากหลายทวีป ตามรายงานของ UNODC

แต่ที่ผ่านมาการปราบปรามไม่ได้ผ่อนลงเลย ยกตัวอย่าง เมื่อธันวาคม 2568 ไทย จีน และเมียนมา ร่วมปฏิบัติการทลายและทุบอาคารในเคเคพาร์กกับชเวโก๊กโก่ อีกทั้ง ทางการไทยพาสำนักข่าวระดับโลก สำรวจอาคารสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่อง

แต่รายงานล่าสุดของ UNODC เตือนว่า แรงกดดันจากการปราบปราม ส่วนใหญ่ทำให้เครือข่ายย้ายฐาน มากกว่าถูกทำลาย โดยเริ่มขยับออกจากเมียนมาและลาว ไปยังติมอร์-เลสเต หมู่เกาะแปซิฟิก และบางพื้นที่ในแอฟริกา ด้วยวิธีที่เรียกว่า จูริสดิกชัน ช้อปปิ้ง หรือการเลือกย้ายไปยังเขตอำนาจที่กฎหมายอ่อนแอกว่า

UNODC ยังชี้ว่า เครือข่ายเหล่านี้ทำงานคล้ายแฟรนไชส์ของบริษัท คือมีแผนกฟอกเงิน แผนกค้ามนุษย์ และแผนกเก็บข้อมูล ที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน 

คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่แค่ว่า เราจะทลายตึกได้อีกกี่หลัง แต่คือ เราจะตัดโครงสร้างที่พวกเขาใช้ร่วมกัน ได้เร็วแค่ไหน ก่อนที่วงแหวนนี้จะขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม

ที่มาข้อมูล : TNN Online รวบรวม

ที่มารูปภาพ : AI Generated