กัมพูชาผลิตทองคำกว่า 20 ตัน เร่งพัฒนาเหมืองหนุนเศรษฐกิจใหม่

Share on Line Share on Facebook Share on X
กัมพูชาผลิตทองคำกว่า 20 ตัน เร่งพัฒนาเหมืองหนุนเศรษฐกิจใหม่

กัมพูชาเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่ สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่

กัมพูชาเดินหน้าผลักดันภาคเหมืองแร่ให้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หลังรัฐบาลเร่งส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการผลิตทองคำ ซึ่งเริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้นในโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ

กระทรวงเหมืองแร่และพลังงานของกัมพูชา เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2564 จนถึงปัจจุบัน กัมพูชาสามารถผลิตทองคำแท่งกึ่งบริสุทธิ์ (Gold Dore Bars) ได้สะสมมากกว่า 20 ตัน ภายในระยะเวลาราว 5 ปี ถือเป็นความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมเหมืองทองคำของประเทศ

สรุปข่าว

กัมพูชาผลิตทองคำแท่งกึ่งบริสุทธิ์สะสมกว่า 20 ตันในรอบ 5 ปี หลังเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์เมื่อปี 2564 ปัจจุบันมีเหมืองที่ได้รับอนุญาต 7 แห่ง รัฐบาลเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่เพื่อกระจายฐานเศรษฐกิจ เพิ่มมูลค่าทรัพยากร และลดการพึ่งพาภาคสิ่งทอและการท่องเที่ยว

กัมพูชาเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่ สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่

กัมพูชาเดินหน้าผลักดันภาคเหมืองแร่ให้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หลังรัฐบาลเร่งส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการผลิตทองคำ ซึ่งเริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้นในโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ

กระทรวงเหมืองแร่และพลังงานของกัมพูชา เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2564 จนถึงปัจจุบัน กัมพูชาสามารถผลิตทองคำแท่งกึ่งบริสุทธิ์ (Gold Dore Bars) ได้สะสมมากกว่า 20 ตัน ภายในระยะเวลาราว 5 ปี ถือเป็นความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมเหมืองทองคำของประเทศ

ข้อมูลจากกรมทรัพยากรแร่ ระบุว่า ปัจจุบันมีบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตทำเหมืองและแปรรูปทองคำจำนวน 7 แห่ง กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยการผลิตในปัจจุบันเปลี่ยนผ่านจากการทำเหมืองขนาดเล็กและการร่อนทองแบบดั้งเดิม ไปสู่ระบบเหมืองแร่อุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐมากขึ้น

แม้รายได้จากอุตสาหกรรมเหมืองทองคำยังมีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับภาคเศรษฐกิจหลักของกัมพูชา เช่น การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมสิ่งทอ แต่รัฐบาลกัมพูชามองว่าภาคเหมืองแร่มีศักยภาพในการสร้างรายได้และเพิ่มความหลากหลายของโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว

อีกเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรภายในประเทศ ผ่านการพัฒนากระบวนการสกัดและแปรรูปทองคำในประเทศ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและการกำกับดูแลกิจการเหมือง เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างยั่งยืน

นักวิเคราะห์ประเมินว่า หากกัมพูชาสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่ได้ครบทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่การสำรวจ การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการสร้างอุตสาหกรรมต่อเนื่อง จะช่วยกระจายความเสี่ยงของเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาการส่งออกเสื้อผ้าและการท่องเที่ยว พร้อมสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้กับประเทศในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์