แม้ผู้ผลิตรถยนต์จีนจะยังถูกจำกัดไม่ให้เข้ามาลงทุนในอินเดียอย่างเต็มรูปแบบ แต่เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนกำลังขยายบทบาทในตลาดรถยนต์ใหญ่อันดับ 3 ของโลก ผ่านความร่วมมือด้านแพลตฟอร์ม ชิ้นส่วน และระบบขับเคลื่อน
ล่าสุด ทาทา มอเตอร์ส ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 3 ของอินเดีย เตรียมนำแพลตฟอร์มรถยนต์ของเชอรี่จากจีน มาใช้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในประเทศ โดยทั้งสองบริษัทระบุว่าเป็นข้อตกลงด้านการจัดหา ไม่ได้มีการถือหุ้นหรือถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีโดยตรง สะท้อนความอ่อนไหวทางการเมืองระหว่างสองประเทศ
อินเดียเพิ่มการตรวจสอบธุรกิจจีนอย่างเข้มงวด หลังเหตุปะทะบริเวณชายแดนในปี 2563 แต่ในทางปฏิบัติ อุตสาหกรรมรถยนต์ของทั้งสองประเทศกลับเชื่อมโยงกันมากขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตอินเดียต้องการลดระยะเวลาและต้นทุนในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่
สรุปข่าว
แม้ผู้ผลิตรถยนต์จีนจะยังถูกจำกัดไม่ให้เข้ามาลงทุนในอินเดียอย่างเต็มรูปแบบ แต่เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนกำลังขยายบทบาทในตลาดรถยนต์ใหญ่อันดับ 3 ของโลก ผ่านความร่วมมือด้านแพลตฟอร์ม ชิ้นส่วน และระบบขับเคลื่อน
ล่าสุด ทาทา มอเตอร์ส ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 3 ของอินเดีย เตรียมนำแพลตฟอร์มรถยนต์ของเชอรี่จากจีน มาใช้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในประเทศ โดยทั้งสองบริษัทระบุว่าเป็นข้อตกลงด้านการจัดหา ไม่ได้มีการถือหุ้นหรือถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีโดยตรง สะท้อนความอ่อนไหวทางการเมืองระหว่างสองประเทศ
อินเดียเพิ่มการตรวจสอบธุรกิจจีนอย่างเข้มงวด หลังเหตุปะทะบริเวณชายแดนในปี 2563 แต่ในทางปฏิบัติ อุตสาหกรรมรถยนต์ของทั้งสองประเทศกลับเชื่อมโยงกันมากขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตอินเดียต้องการลดระยะเวลาและต้นทุนในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่
สำหรับทาทา แพลตฟอร์มของเชอรี่จะช่วยให้บริษัทเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าได้รวดเร็วขึ้น ก่อนจะทยอยเปลี่ยนจากการนำเข้าชุดชิ้นส่วนจากจีน ไปสู่การผลิตชิ้นส่วนและสร้างซัพพลายเชนภายในอินเดีย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการผลิตในประเทศของรัฐบาลอินเดีย
ขณะเดียวกัน บริษัทชิ้นส่วนรถยนต์อินเดียอย่าง อูโน มินดา ยังตั้งบริษัทร่วมทุนกับอินโนแวนซ์ของจีน เพื่อผลิตระบบขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า แข่งขันกับผู้ผลิตระดับโลกอย่างบ๊อช นีเด็ค และแอพทีฟ
ก่อนหน้านี้ เจเอสดับเบิลยู มอเตอร์ ยังทำข้อตกลงกับเชอรี่ เพื่อขอสิทธิ์ใช้และปรับปรุงแพลตฟอร์มหลายรุ่น สำหรับผลิตรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าในอินเดีย คิดเป็นเงินก้อนแรกประมาณ 20,000 ล้านรูปี หรือราว 6,800 ล้านบาท ไม่รวมค่าลิขสิทธิ์
เจเอสดับเบิลยูเตรียมลงทุนในธุรกิจรถยนต์ประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 97,000 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดขาย 300,000 คันภายในปี 2573
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า แม้อินเดียจะปิดประตูไม่ให้แบรนด์รถยนต์จีนเข้ามาแข่งขันโดยตรง แต่ยังไม่สามารถปิดกั้นเทคโนโลยีอีวีของจีนได้ทั้งหมด และอาจกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อค่ายรถญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และยุโรป ที่กำลังทุ่มเงินลงทุนในตลาดอินเดีย โดยอาศัยข้อได้เปรียบจากการที่คู่แข่งจีนยังเข้ามาทำตลาดได้อย่างจำกัด
ที่มาข้อมูล : https://www.reuters.com/world/china/chinese-ev-makers-are-shut-out-india-their-tech-isnt-2026-06-24/
ที่มารูปภาพ : -
