จีนกลับมาครองอันดับ 1 ในการจัดอันดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ TOP500 เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี หลังระบบ LineShine หรือชื่อภาษาจีนว่า หลิงเซิ่ง เปิดตัวเข้าสู่การจัดอันดับครั้งแรก และขึ้นสู่อันดับสูงสุดทันที แซงหน้าเครื่อง El Capitan ของสหรัฐฯ
ผลการจัดอันดับ TOP500 ครั้งที่ 67 ได้รับการประกาศภายในงานประชุม International Supercomputing Conference 2026 ที่นครฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี
LineShine ทำความเร็วจากการทดสอบ High Performance LINPACK หรือ HPL ได้ที่ 2.198 exaflops หมายถึงสามารถประมวลผลตัวเลขแบบทศนิยมความแม่นยำสูงได้ประมาณ 2.198 ล้านล้านล้านครั้งต่อวินาที
ผลการทดสอบดังกล่าวคิดเป็นประมาณร้อยละ 80 ของสมรรถนะสูงสุดตามทฤษฎี ซึ่งอยู่ที่ 2.736 เอ็กซะฟลอปส์ และสูงกว่า El Capitan เครื่องอันดับ 2 ซึ่งทำความเร็วได้ 1.809 เอ็กซะฟลอปส์ มากกว่าร้อยละ 20
สรุปข่าว
จีนกลับมาครองอันดับ 1 ในการจัดอันดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ TOP500 เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี หลังระบบ LineShine หรือชื่อภาษาจีนว่า หลิงเซิ่ง เปิดตัวเข้าสู่การจัดอันดับครั้งแรก และขึ้นสู่อันดับสูงสุดทันที แซงหน้าเครื่อง El Capitan ของสหรัฐฯ
ผลการจัดอันดับ TOP500 ครั้งที่ 67 ได้รับการประกาศภายในงานประชุม International Supercomputing Conference 2026 ที่นครฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี
LineShine ทำความเร็วจากการทดสอบ High Performance LINPACK หรือ HPL ได้ที่ 2.198 exaflops หมายถึงสามารถประมวลผลตัวเลขแบบทศนิยมความแม่นยำสูงได้ประมาณ 2.198 ล้านล้านล้านครั้งต่อวินาที
ผลการทดสอบดังกล่าวคิดเป็นประมาณร้อยละ 80 ของสมรรถนะสูงสุดตามทฤษฎี ซึ่งอยู่ที่ 2.736 เอ็กซะฟลอปส์ และสูงกว่า El Capitan เครื่องอันดับ 2 ซึ่งทำความเร็วได้ 1.809 เอ็กซะฟลอปส์ มากกว่าร้อยละ 20
TOP500 ระบุว่า LineShine เป็นระบบแรกในการจัดอันดับที่ทำความเร็ว HPL ได้เกิน 2 เอ็กซะฟลอปส์ โดยใช้หน่วยประมวลผลกลาง หรือ ซีพียู เพียงอย่างเดียว แตกต่างจากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ชั้นนำหลายเครื่องที่ใช้ชิปเร่งการประมวลผลร่วมกับซีพียู
LineShine ติดตั้งอยู่ที่ศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติในนครเซินเจิ้น และสร้างโดย Shenzhen Cloud Computing Center
การขึ้นอันดับ 1 ของ LineShine ทำให้จีนกลับมาเป็นผู้นำ TOP500 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2560 เมื่อ Sunway TaihuLight เคยครองตำแหน่งสูงสุดของโลก
นอกจากนี้ LineShine ยังขึ้นอันดับ 1 ในการทดสอบ HPCG ด้วยผลงาน 22 เพตะฟลอปส์ ซึ่งเป็นการประเมินสมรรถนะในการทำงานที่มีรูปแบบใกล้เคียงกับโปรแกรมคำนวณทางวิทยาศาสตร์ในโลกจริงมากกว่าการทดสอบ HPL เพียงอย่างเดียว
ส่วนการทดสอบ HPL-MxP ซึ่งวัดการประมวลผลแบบความแม่นยำผสม LineShine ทำความเร็วได้ 7.92 เอ็กซะฟลอปส์ และอยู่ในอันดับ 4 ของโลก
ดังนั้น การขึ้นอันดับ 1 ครั้งนี้ตีความว่า LineShine เป็นระบบที่เร็วที่สุดตามการจัดอันดับ TOP500 และผลการทดสอบ HPL ไม่ได้หมายความว่าเป็นเครื่องที่เร็วที่สุดสำหรับงานปัญญาประดิษฐ์ทุกประเภท เนื่องจากการประเมินระบบ AI ต้องพิจารณาทั้งชิปเร่งประมวลผล ซอฟต์แวร์ หน่วยความจำ และรูปแบบงานที่แตกต่างกัน
สำหรับอันดับอื่น El Capitan ของสหรัฐฯ ลดลงมาอยู่อันดับ 2 ตามด้วย Frontier และ Aurora ของสหรัฐฯ ในอันดับ 3 และ 4 ส่วน JUPITER Booster ของเยอรมนีอยู่ในอันดับ 5
ขณะนี้มีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ผ่านระดับเอ็กซะสเกลในการทดสอบ HPL รวม 5 ระบบ และกระจายอยู่ในเอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรปเป็นครั้งแรก
ในมุมเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ซูเปอร์คอมพิวเตอร์มีบทบาทสำคัญต่อการพยากรณ์อากาศ การวิจัยยา การจำลองทางวิทยาศาสตร์ การออกแบบวัสดุ พลังงาน และอุตสาหกรรมขั้นสูง
ความสำเร็จของ LineShine จึงสะท้อนความก้าวหน้าของจีนในการพัฒนาระบบประมวลผลสมรรถนะสูง และส่งสัญญาณว่า การแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวเตอร์ระหว่างจีน สหรัฐฯ และยุโรป กำลังเข้าสู่ยุคเอ็กซะสเกลอย่างเต็มตัว
ที่มาข้อมูล : https://biz.chosun.com/en/en-it/2026/06/24/ZXWGTP5DY5AXBKWHDDKEI6GWPI/
ที่มารูปภาพ : -
