อาลีบาบา ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซของจีน เปิดศึกทางกฎหมายกับรัฐบาลสหรัฐฯ หลังยื่นฟ้องกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน กรณีถูกขึ้นบัญชีเป็นบริษัทจีนที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีน พร้อมเรียกร้องให้ถอดชื่อบริษัทออกจากบัญชีดังกล่าว
อาลีบาบายื่นคำร้องต่อศาลรัฐบาลกลางในเมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันอังคาร หลังเพนตากอนประกาศขยายบัญชีรายชื่อบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นบริษัททหารจีน เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน เพิ่มเป็นทั้งหมด 188 แห่ง
การขยายบัญชีครั้งนี้สะท้อนความกังวลของรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า กองทัพจีนอาจนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากภาคเอกชนไปใช้เพิ่มขีดความสามารถทางทหาร ภายใต้นโยบายที่เรียกว่า การผสานภาคทหารกับพลเรือน
เพนตากอนกล่าวหาอาลีบาบาว่า มีส่วนสนับสนุนฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของจีน ผ่านความเชื่อมโยงกับกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน รวมถึงมีความเกี่ยวข้องทางอ้อมกับหน่วยงานกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจของจีน
สรุปข่าว
อาลีบาบา ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซของจีน เปิดศึกทางกฎหมายกับรัฐบาลสหรัฐฯ หลังยื่นฟ้องกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน กรณีถูกขึ้นบัญชีเป็นบริษัทจีนที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีน พร้อมเรียกร้องให้ถอดชื่อบริษัทออกจากบัญชีดังกล่าว
อาลีบาบายื่นคำร้องต่อศาลรัฐบาลกลางในเมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันอังคาร หลังเพนตากอนประกาศขยายบัญชีรายชื่อบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นบริษัททหารจีน เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน เพิ่มเป็นทั้งหมด 188 แห่ง
การขยายบัญชีครั้งนี้สะท้อนความกังวลของรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า กองทัพจีนอาจนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากภาคเอกชนไปใช้เพิ่มขีดความสามารถทางทหาร ภายใต้นโยบายที่เรียกว่า การผสานภาคทหารกับพลเรือน
เพนตากอนกล่าวหาอาลีบาบาว่า มีส่วนสนับสนุนฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของจีน ผ่านความเชื่อมโยงกับกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน รวมถึงมีความเกี่ยวข้องทางอ้อมกับหน่วยงานกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจของจีน
แต่อาลีบาบาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยระบุว่า การตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่มีหลักฐานรองรับทั้งในทางข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พร้อมยืนยันว่า บริษัทบริหารงานโดยคณะกรรมการอิสระ และไม่มีกรรมการคนใดเกี่ยวข้องกับกองทัพ
บริษัทระบุด้วยว่า สินค้าและบริการของอาลีบาบาถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในธุรกิจค้าปลีก โลจิสติกส์ และเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับองค์กร ไม่ใช่เพื่ออาวุธ การป้องกันประเทศ หรืองานข่าวกรอง
คดีนี้จึงมีเป้าหมายให้อาลีบาบาถูกถอดออกจากบัญชีบริษัททหารจีน ขณะที่โฆษกเพนตากอนปฏิเสธแสดงความเห็น โดยระบุว่าไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
แม้การมีชื่ออยู่ในบัญชีดังกล่าวจะยังไม่ถือเป็นมาตรการคว่ำบาตรอย่างเป็นทางการ แต่ผลกระทบทางธุรกิจมีความสำคัญ เนื่องจากกฎหมายสหรัฐฯ ฉบับใหม่ห้ามเพนตากอนทำสัญญาโดยตรงกับบริษัทในบัญชีตั้งแต่เดือนนี้ และตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป จะห้ามจัดซื้อสินค้าและบริการจากบริษัทเหล่านี้ผ่านบุคคลที่สามด้วย
อาลีบาบาระบุว่า การถูกตีตราเป็นบริษัทที่เชื่อมโยงกับกองทัพจีน ได้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงอย่างรุนแรงและยากจะแก้ไข เพราะบริษัทเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่ช่วยให้ภาคธุรกิจอเมริกันเข้าถึงตลาดจีน
สถานะดังกล่าวอาจทำให้พันธมิตร ลูกค้า และบริษัทสหรัฐฯ ที่ทำธุรกิจกับอาลีบาบา ต้องเพิ่มความระมัดระวังด้านกฎหมาย ความมั่นคง และภาพลักษณ์องค์กร รวมถึงอาจกระทบต่อบริการคลาวด์ เทคโนโลยีองค์กร โลจิสติกส์ และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของบริษัทในระยะยาว
นอกจากอาลีบาบาแล้ว บริษัทจีนรายใหญ่อื่นที่ถูกเพิ่มเข้าสู่บัญชีในเดือนนี้ ยังมีไป่ตู้ ผู้ให้บริการค้นหาข้อมูลออนไลน์ ค่ายรถยนต์บีวายดีและนีโอ รวมถึงอู๋ซี แอปป์เทค บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งได้ยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ ในลักษณะเดียวกันเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน
การต่อสู้ของอาลีบาบาครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาทด้านชื่อเสียงของบริษัท แต่ยังสะท้อนการแข่งขันระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่กำลังขยายจากการค้าและเทคโนโลยี ไปสู่ประเด็นความมั่นคงแห่งชาติ
ผลของคดีอาจกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องมีหลักฐานระดับใด ก่อนนำบริษัทเอกชนของจีนเข้าสู่บัญชีที่อาจจำกัดโอกาสทางธุรกิจ และสร้างความเสียหายต่อความสัมพันธ์กับบริษัททั่วโลก
