เปิดแผนรถไฟฟ้า 17-45 บาท เล็งเริ่ม 1 ม.ค. 2570 จ่ายก่อนรับเงินคืนผ่านเป๋าตัง

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดแผนรถไฟฟ้า 17-45 บาท เล็งเริ่ม 1 ม.ค. 2570 จ่ายก่อนรับเงินคืนผ่านเป๋าตัง

เดินหน้าค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาทต่อเที่ยว

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันมาตรการค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภายใต้กรอบค่าโดยสาร 17–45 บาทต่อเที่ยว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน 

โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเปลี่ยนสายรถไฟฟ้าหลายครั้ง ซึ่งปัจจุบันต้องรับภาระค่าแรกเข้าและค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้นจากการเดินทางข้ามระบบ โดยกระทรวงคมนาคมตั้งเป้าเริ่มดำเนินมาตรการในวันที่ 1 มกราคม 2570 พร้อมเตรียมระบบชำระเงินและการคืนส่วนต่างค่าโดยสารให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ

สรุปข่าว

รัฐบาลเดินหน้าผลักดันมาตรการค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้า 17–45 บาทต่อเที่ยว ตั้งเป้าเริ่ม 1 ม.ค. 2570 ช่วยลดภาระค่าเดินทางประชาชน โดยระยะแรกยังจ่ายค่าโดยสารตามปกติก่อนรับเงินส่วนต่างคืนผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” สำหรับผู้ลงทะเบียนและผ่านเงื่อนไข พร้อมเร่งพัฒนาระบบรองรับบัตร EMV และ Rabbit ทั้งนี้ ยังต้องรอ ครม. อนุมัติงบประมาณและความพร้อมของระบบก่อนเริ่มดำเนินการจริง

เดินหน้าค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาทต่อเที่ยว

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันมาตรการค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภายใต้กรอบค่าโดยสาร 17–45 บาทต่อเที่ยว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน 

โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเปลี่ยนสายรถไฟฟ้าหลายครั้ง ซึ่งปัจจุบันต้องรับภาระค่าแรกเข้าและค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้นจากการเดินทางข้ามระบบ โดยกระทรวงคมนาคมตั้งเป้าเริ่มดำเนินมาตรการในวันที่ 1 มกราคม 2570 พร้อมเตรียมระบบชำระเงินและการคืนส่วนต่างค่าโดยสารให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ

นางสาวลลิดากล่าวว่า นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม ครั้งที่ 4/2569 ว่า กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อชดเชยส่วนต่างค่าโดยสาร 

โดยในระยะเปลี่ยนผ่านจะยังคงใช้กลไกสัมปทานของผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเดิม เพื่อให้สามารถเดินหน้ามาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนได้โดยไม่ต้องรอการปรับโครงสร้างสัมปทานทั้งหมด

จ่ายก่อน แล้วรับเงินคืนผ่าน “เป๋าตัง”

ผู้โดยสารจะยังคงชำระค่าโดยสารตามอัตราปกติเมื่อใช้บริการ จากนั้นระบบจะคืนเงินส่วนต่างตามสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ให้แก่ประชาชนชาวไทยที่ลงทะเบียนและผ่านเงื่อนไขของมาตรการ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายสุทธิในการเดินทางให้อยู่ภายใต้กรอบค่าโดยสารที่กำหนด ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นระบบคืนเงินภายหลัง ไม่ใช่การปรับลดค่าโดยสารที่เรียกเก็บ ณ ประตูทางเข้า–ออกให้เหลือไม่เกิน 45 บาททันที

เชื่อมบัตร EMV–Rabbit เพิ่มความสะดวก

กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างประสานธนาคารกรุงไทยเพื่อพัฒนาระบบเชื่อมโยงบัตรชำระเงินมาตรฐาน EMV ทั้งบัตรเครดิตและบัตรเดบิตที่รองรับการแตะจ่าย เข้ากับระบบลงทะเบียนและคืนเงินส่วนต่าง รวมถึงหารือแนวทางรองรับบัตร Rabbit ซึ่งประชาชนใช้งานอยู่ในปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาระบบหัวอ่านบัตรของรถไฟฟ้าให้รองรับมาตรฐานเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามสาย

ทั้งนี้ การพัฒนาระบบตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วมมีเป้าหมายลดความซ้ำซ้อนของค่าแรกเข้า ทำให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากโครงข่ายรถไฟฟ้าได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น และส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยกระทรวงคมนาคมยังมีแผนขยายการเชื่อมโยงระบบตั๋วร่วมไปยังรถโดยสารสาธารณะและเรือในระยะต่อไป เพื่อให้การเดินทางจากชุมชนสู่สถานีรถไฟฟ้าและจุดหมายปลายทางมีความสะดวกและต่อเนื่องมากขึ้น

ตั้งเป้าเริ่ม 1 ม.ค. 2570 ลดภาระประชาชนเดินทางข้ามสาย 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการเดินทางซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของผู้ใช้แรงงานและประชาชนในเขตเมือง มาตรการค่าโดยสารร่วม 17–45 บาทจึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายและเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้มากขึ้น 

อย่างไรก็ตาม วันที่ 1 มกราคม 2570 ยังเป็นเป้าหมายการเริ่มดำเนินมาตรการ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบและการอนุมัติที่เกี่ยวข้อง โดยประชาชนสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการลงทะเบียน ประเภทบัตรที่รองรับ และเงื่อนไขการรับเงินคืนจากกระทรวงคมนาคมต่อไป

ที่มาข้อมูล : รัฐบาล

ที่มารูปภาพ : TNN

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ