รถจมน้ำ ประกันแบบไหนคุ้มครอง? คปภ. เปิด 5 ระดับความเสียหาย - 4 ขั้นตอนสำคัญ

Share on Line Share on Facebook Share on X
รถจมน้ำ ประกันแบบไหนคุ้มครอง? คปภ. เปิด 5 ระดับความเสียหาย - 4 ขั้นตอนสำคัญ

น้ำลดแต่ความเสียหายยังอยู่ “รถจมน้ำ” ภาระก้อนใหญ่ หลังวิกฤตอุทกภัย

เมื่อระดับน้ำเริ่มลดลง สิ่งที่หลายคนเฝ้ารออาจไม่ใช่เพียงการได้กลับเข้าบ้าน แต่คือการกลับไปสำรวจทรัพย์สินที่ต้องแลกมาด้วยความเสียหายจากมวลน้ำ หนึ่งในนั้นคือ “รถยนต์” ที่ถูกน้ำท่วมจนจมอยู่ใต้ระดับน้ำ กลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่เจ้าของรถต้องเร่งจัดการหลังสถานการณ์คลี่คลาย

รถที่ถูกน้ำท่วมไม่ได้เสียหายเพียงแค่ตัวถังหรือห้องโดยสาร แต่ยังมีชิ้นส่วนสำคัญจำนวนมากที่อาจได้รับผลกระทบ ตั้งแต่ระบบไฟฟ้า กล่องควบคุม เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ไปจนถึงอุปกรณ์ภายในรถ ยิ่งระดับน้ำสูงและแช่อยู่เป็นเวลานาน โอกาสเกิดความเสียหายก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

ความเสียหายไม่ได้มีแค่ค่าซ่อม

หลังน้ำลด เจ้าของรถอาจต้องเผชิญค่าใช้จ่ายหลายส่วน ทั้งค่าลากรถ ค่าตรวจเช็กระบบ ค่าเปลี่ยนอะไหล่ การทำความสะอาดและอบแห้ง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

สำหรับรถที่เสียหายหนักจนไม่สามารถซ่อมกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่การประเมินความเสียหายและเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันภัย ซึ่งแต่ละกรมธรรม์อาจมีรายละเอียดแตกต่างกัน เจ้าของรถจึงควรตรวจสอบสิทธิของตัวเองกับบริษัทประกันโดยตรง

สรุปข่าว

เมื่อน้ำท่วมคลี่คลาย รถที่จมน้ำกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญของการฟื้นฟูและเรียกร้องค่าสินไหม คปภ. แนะเจ้าของรถอย่าเร่งซ่อมโดยขาดหลักฐาน แต่ควรตรวจสอบกรมธรรม์ ถ่ายภาพความเสียหาย แจ้งบริษัทประกัน และเตรียมเอกสารให้พร้อม พร้อมทำความเข้าใจ 5 ระดับความเสียหาย เพื่อประเมินแนวทางซ่อมและการเคลมอย่างถูกต้อง

น้ำลดแต่ความเสียหายยังอยู่ “รถจมน้ำ” ภาระก้อนใหญ่ หลังวิกฤตอุทกภัย

เมื่อระดับน้ำเริ่มลดลง สิ่งที่หลายคนเฝ้ารออาจไม่ใช่เพียงการได้กลับเข้าบ้าน แต่คือการกลับไปสำรวจทรัพย์สินที่ต้องแลกมาด้วยความเสียหายจากมวลน้ำ หนึ่งในนั้นคือ “รถยนต์” ที่ถูกน้ำท่วมจนจมอยู่ใต้ระดับน้ำ กลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่เจ้าของรถต้องเร่งจัดการหลังสถานการณ์คลี่คลาย

รถที่ถูกน้ำท่วมไม่ได้เสียหายเพียงแค่ตัวถังหรือห้องโดยสาร แต่ยังมีชิ้นส่วนสำคัญจำนวนมากที่อาจได้รับผลกระทบ ตั้งแต่ระบบไฟฟ้า กล่องควบคุม เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ไปจนถึงอุปกรณ์ภายในรถ ยิ่งระดับน้ำสูงและแช่อยู่เป็นเวลานาน โอกาสเกิดความเสียหายก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

ความเสียหายไม่ได้มีแค่ค่าซ่อม

หลังน้ำลด เจ้าของรถอาจต้องเผชิญค่าใช้จ่ายหลายส่วน ทั้งค่าลากรถ ค่าตรวจเช็กระบบ ค่าเปลี่ยนอะไหล่ การทำความสะอาดและอบแห้ง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

สำหรับรถที่เสียหายหนักจนไม่สามารถซ่อมกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่การประเมินความเสียหายและเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันภัย ซึ่งแต่ละกรมธรรม์อาจมีรายละเอียดแตกต่างกัน เจ้าของรถจึงควรตรวจสอบสิทธิของตัวเองกับบริษัทประกันโดยตรง

คปภ.  สั่งระดมความช่วยเหลือเยียวยาผู้เอาประกันภัย 

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ สำนักงาน คปภ. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแสดงความห่วงใยต่อประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ 

โดยขอให้ประชาชนคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตเป็นสำคัญ และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายจนสามารถเข้าสำรวจพื้นที่ได้อย่างปลอดภัยแล้ว ควรตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย พร้อมเก็บหลักฐานความเสียหายให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย

ภาพจาก Thai News Pix

4 ขั้นตอนสำคัญ หลังพบรถเสียหายจากน้ำท่วม

1. ตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย

ผู้เอาประกันภัยควรตรวจสอบว่ากรมธรรม์ประกันภัยที่มีอยู่ให้ความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบวงเงินความคุ้มครองและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยได้ผ่าน LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ.รอบรู้" ของสำนักงาน คปภ. ในเมนู “กรมธรรม์ของฉัน (My Policy)" เพื่อดูรายละเอียดความคุ้มครองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว 

รถจมน้ำ ประกันแบบไหนคุ้มครอง?

ทั้งนี้ ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม ขณะที่ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ และ 3+ ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่าได้ซื้อความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้หรือไม่ ส่วนประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ควรตรวจสอบว่ากรมธรรม์ระบุความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติไว้ด้วยหรือไม่

2. เก็บหลักฐานความเสียหายให้ครบถ้วน

ผู้เอาประกันภัยควรถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอความเสียหายทั้งภาพรวมและรายละเอียดของทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบ เช่น กรณีบ้านเรือน ถ่ายภาพทรัพย์สินที่เสียหายแบบเจาะจงทีละชิ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า กรณีรถยนต์ ถ่ายภาพให้เห็นสภาพรถทั้งภายนอก ภายใน ห้องเครื่อง รวมถึงบันทึกระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำไว้เป็นหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

3. ติดต่อบริษัทประกันภัยโดยเร็ว

ผู้เอาประกันภัยควรแจ้งเหตุแก่บริษัทประกันภัยทันทีที่สามารถดำเนินการได้ พร้อมเตรียมข้อมูลที่จำเป็น เช่น เลขที่กรมธรรม์ ทะเบียนรถ วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ ตลอดจนรายละเอียดความเสียหาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน และเก็บเลขที่ใบเคลม (Claim No.) ไว้สำหรับติดตามสถานะ

4. เตรียมเอกสารประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

ผู้เอาประกันภัยควรจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ภาพถ่ายความเสียหาย สำเนาทะเบียนรถ สำเนาทะเบียนบ้านหรือสำเนาโฉนดที่ดิน และเอกสารประกอบอื่นๆ กรณีบริษัทประกันวินาศภัยมีการร้องขอ

ภาพจาก Thai News Pix

เปิด 5 ระดับ รถเสียหายจากน้ำท่วม

สำนักงาน คปภ. ได้กำหนดแนวปฏิบัติตามมาตรฐานการซ่อมรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประเมินความเสียหายและการซ่อมแซม โดยแบ่งระดับความเสียหายออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ 

-ระดับ A น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถยนต์ ค่าซ่อมประมาณ 8,000-10,000 บาท 

-ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง ค่าซ่อมประมาณ 15,000-20,000 บาท 

-ระดับ C น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมประมาณ 25,000-30,000 บาท 

-ระดับ D น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป 

-ระดับ E รถยนต์จมน้ำทั้งคัน บริษัทประกันภัยจะพิจารณาความเสียหายตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย ทั้งนี้ หากเข้าข่ายเป็นความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย

คปภ. เรียกบริษัทประกันถกแผนช่วยผู้ประสบภัย

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 สำนักงาน คปภ. จะเชิญบริษัทประกันวินาศภัยประชุมหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีประเด็นสำคัญเบื้องต้น ได้แก่ 

1) การสำรวจข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมผ่านระบบฐานข้อมูลกลางประกันภัย (Insurance Bureau System : IBS) เพื่อประเมินขอบเขตความเสียหายและจำนวนผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ 

2) การบูรณาการความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยในการจัดเตรียมรถยกและรถลากเข้าช่วยเหลือเพื่อเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและกีดขวางการจราจร โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรุงเทพมหานคร เพื่อจัดเตรียมพื้นที่รองรับการเคลื่อนย้ายรถยนต์ 

3) การกำหนดแนวทางและกรอบระยะเวลาในการพิจารณาและชำระค่าสินไหมทดแทน รวมถึงมาตรการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยเพื่อให้ได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม นอกจากนี้ จะมีการพิจารณามาตรการผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยสำหรับผู้เอาประกันภัยในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ตลอดจนพิจารณาผ่อนผันการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตัวแทนประกันภัยและนายหน้าประกันภัยบุคคลธรรมดาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ หากประชาชนผู้เอาประกันภัยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประกันภัย การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้" ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มาข้อมูล : คปภ.

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ