เปิดถ้อยแถลงนายกฯ บินด่วนกลับไทย สั่งทุกหน่วยช่วยน้ำท่วม

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดถ้อยแถลงนายกฯ บินด่วนกลับไทย สั่งทุกหน่วยช่วยน้ำท่วม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อเวลา 10.30 น. หลังยกเลิกภารกิจที่เหลือในต่างประเทศ เพื่อกลับมาติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่ภาคกลาง พร้อมประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และกรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือประชาชน

นายอนุทินกล่าวว่า ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ซึ่งมีฝนตกหนักต่อเนื่องในวงกว้าง จึงได้ประสานงานกับรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลสถานการณ์อุทกภัยในแต่ละภาค รวมถึงคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมประชุมออนไลน์และมอบข้อสั่งการเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา ก่อนตัดสินใจยกเลิกภารกิจในต่างประเทศและเดินทางกลับประเทศไทย

สรุปข่าว

“อนุทิน” ยกเลิกภารกิจต่างประเทศกลับไทย ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม สั่งทุกหน่วยงานบูรณาการช่วยประชาชน พร้อมเพิ่มวงเงินจังหวัดที่ประกาศพื้นที่ประสบภัยฉุกเฉิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อเวลา 10.30 น. หลังยกเลิกภารกิจที่เหลือในต่างประเทศ เพื่อกลับมาติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่ภาคกลาง พร้อมประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และกรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือประชาชน

นายอนุทินกล่าวว่า ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ซึ่งมีฝนตกหนักต่อเนื่องในวงกว้าง จึงได้ประสานงานกับรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลสถานการณ์อุทกภัยในแต่ละภาค รวมถึงคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมประชุมออนไลน์และมอบข้อสั่งการเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา ก่อนตัดสินใจยกเลิกภารกิจในต่างประเทศและเดินทางกลับประเทศไทย

ฝนตกหนักเกินศักยภาพระบายน้ำ เร่งบริหารน้ำเหนือไม่ให้สมทบ กทม.

นายกรัฐมนตรีระบุว่า สาเหตุหลักของน้ำท่วมครั้งนี้มาจากฝนตกหนักและต่อเนื่องจนมีปริมาณน้ำเกินกว่าอัตราการระบายน้ำที่แต่ละพื้นที่สามารถรองรับได้ ขณะที่การบริหารจัดการน้ำเหนือจะใช้การระบายออกตามโครงข่ายในลักษณะ “ก้างปลา” เพื่อไม่ให้มวลน้ำไหลมาสมทบกับปริมาณน้ำฝนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ส่วนการบริหารจัดการน้ำในระบบเขื่อน จะดำเนินการโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ใต้เขื่อนให้น้อยที่สุด

สำหรับกรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และ กทม.ได้ระดมกำลัง เครื่องจักร และอุปกรณ์เข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน กทม.ได้จัดตั้งศูนย์พักพิงสำหรับผู้ประสบภัย และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลไปยังสถานพยาบาล เพื่อความปลอดภัย

ให้อำนาจผู้ว่าฯ แก้ปัญหาเต็มที่ เพิ่มวงเงินจังหวัดประสบภัย

นายอนุทินกล่าวว่า ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาในพื้นที่ประสบภัยได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งรับผิดชอบสถานการณ์ภัยพิบัติในภาคกลาง ได้ดำเนินการเพิ่มวงเงินให้จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถอนุมัติงบประมาณนำไปบริหารจัดการสถานการณ์ในพื้นที่ได้ทันที

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีการแบ่งว่าเป็นพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงานใด โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การบริหารราชการ การศึกษา และการคมนาคมของประเทศ พร้อมกำชับให้ใช้ชุดข้อมูลเดียวกันและยึดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นหลัก

เร่งเยียวยารายครอบครัว ฟื้นฟูทันทีหลังน้ำลด

สำหรับการเยียวยาผู้ประสบภัย นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเร่งรวบรวมรายชื่อและสำรวจความเสียหายเป็นรายครอบครัว เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามกรอบกฎหมายโดยเร็ว โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะเร่งประสานงานเพื่อให้การอนุมัติเงินเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ส่วนการฟื้นฟูพื้นที่ ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเร่งสำรวจความเสียหาย และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดทำแผนฟื้นฟูเป็นรายพื้นที่ทันทีที่ระดับน้ำลดลง โดยไม่ต้องรอให้น้ำลดทั้งจังหวัด หากพื้นที่ใดน้ำลดแล้วให้เข้าไปสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูทันที

ขณะเดียวกัน หากประชาชนได้รับความเสียหายด้านที่อยู่อาศัยหรือยานพาหนะ และมีปัญหาเกี่ยวกับการเคลมประกันภัย รัฐบาลจะประสานสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อช่วยประสานกับบริษัทประกันภัยให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือและเงินชดเชยตามสิทธิ

เดินหน้าโครงการ “ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” แก้ปัญหาน้ำระยะยาว

นายอนุทินกล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาวว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ศึกษาความพร้อมของโครงการระบายน้ำตามเส้นทาง ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย

ล่าสุด เลขาธิการสภาพัฒน์รายงานผลการศึกษาว่า โครงการดังกล่าวมีความคุ้มค่าและมีความจำเป็นต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนของประเทศ เพื่อช่วยลดปริมาณมวลน้ำที่จะไหลลงสู่ภาคกลาง ปริมณฑล และกรุงเทพมหานคร

นายกรัฐมนตรีระบุว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยคาดว่าจะเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่จะถึงนี้ ขณะที่สำนักงบประมาณได้เตรียมงบประมาณสำหรับโครงการไว้ในปี 2570 แล้ว

พร้อมยืนยันว่าจะใช้ขอบเขตอำนาจในฐานะนายกรัฐมนตรีผลักดันโครงการให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและลดความเสี่ยงจากมวลน้ำในอนาคต

สั่งรัฐมนตรีงดเดินทางต่างประเทศ จนกว่าสถานการณ์กลับสู่ปกติ

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงงดเดินทางไปต่างประเทศในช่วงนี้ รวมถึงกำหนดการเดินทางของตนในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้าจะงดทั้งหมด เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์และปรับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด

พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือและเตรียมความพร้อมในระดับสูง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิต ทำงาน ค้าขาย ไปโรงเรียน และเดินทางได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์จากทุกจังหวัดที่ประสบภัยเป็นประจำทุกวัน เพื่อรับทราบการช่วยเหลือที่ดำเนินการไปแล้ว รวมถึงปัญหา อุปสรรค และความต้องการสนับสนุนจากส่วนกลาง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่

นายอนุทินยังระบุว่า จะนำบทเรียนจากสถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา มาใช้ในการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด ทั้งการเคลียร์เส้นทาง การจัดการขยะ และการเปิดทางน้ำ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว

หลังจากนี้ นายกรัฐมนตรีเตรียมลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร และเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบและมีสถานการณ์น่าเป็นห่วง ได้แก่ สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี เพื่อติดตามสถานการณ์ รับฟังปัญหาจากผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รวมถึงติดตามการดำเนินการตามข้อสั่งการของรัฐบาล

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย