น้ำท่วมกทม. ตอนนี้เป็นอย่างไร?คลองหลักยังวิกฤติ - ปิดรร. 400 แห่ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
น้ำท่วมกทม. ตอนนี้เป็นอย่างไร?คลองหลักยังวิกฤติ - ปิดรร. 400 แห่ง

สถานการณ์ฝนในกรุงเทพมหานครเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น หลังร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวออกจากพื้นที่กรุงเทพฯ ไปทางภาคตะวันตก ส่งผลให้ฝนลดความรุนแรงลงเมื่อเทียบกับช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แต่ปัญหาน้ำท่วมขังยังไม่คลี่คลายในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอกและคลองสายหลักที่ยังมีระดับน้ำสูง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์ฝนและการระบายน้ำว่า ขณะนี้ฝนเปลี่ยนเป็นฝนจากลมมรสุมตามฤดูกาล ระดับเบาถึงปานกลาง และเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยยังมีฝนเติมในบางพื้นที่ เช่น ลาดกระบัง ขณะที่พื้นที่ฝนตกหนักมีแนวโน้มย้ายไปทางฝั่งตะวันตกของประเทศไทย

สรุปข่าว

น้ำท่วม กทม. ล่าสุด ฝนเริ่มลดลงหลังมรสุมเคลื่อนพ้น แต่คลองหลักยังวิกฤติ เร่งระบายน้ำ จับตาลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี พร้อมปิดโรงเรียน 400 แห่ง

สถานการณ์ฝนในกรุงเทพมหานครเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น หลังร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวออกจากพื้นที่กรุงเทพฯ ไปทางภาคตะวันตก ส่งผลให้ฝนลดความรุนแรงลงเมื่อเทียบกับช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แต่ปัญหาน้ำท่วมขังยังไม่คลี่คลายในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอกและคลองสายหลักที่ยังมีระดับน้ำสูง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์ฝนและการระบายน้ำว่า ขณะนี้ฝนเปลี่ยนเป็นฝนจากลมมรสุมตามฤดูกาล ระดับเบาถึงปานกลาง และเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยยังมีฝนเติมในบางพื้นที่ เช่น ลาดกระบัง ขณะที่พื้นที่ฝนตกหนักมีแนวโน้มย้ายไปทางฝั่งตะวันตกของประเทศไทย

คลองหลักยังวิกฤติ แม้ระดับน้ำริมเจ้าพระยาเริ่มลด

แม้คลองบริเวณใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาจะเริ่มมีระดับน้ำลดลง แต่คลองสายหลัก 4 แห่ง ได้แก่ คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ ยังคงมีระดับน้ำสูงในระดับสีแดง

ปัญหาสำคัญคือ แม้กรุงเทพมหานครจะเร่งสูบน้ำออกจากคลองหลัก แต่ยังมีน้ำจากพื้นที่โดยรอบไหลเข้ามาเติมอย่างต่อเนื่อง ทำให้การระบายน้ำต้องใช้เวลา

ขณะที่บางพื้นที่เริ่มคลี่คลายแล้ว เช่น ย่านเอกมัย ซึ่งน้ำเริ่มแห้ง หลัง กทม.ใช้ระบบสูบน้ำระบายออกทางคลองเตยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

อย่างไรก็ตาม พื้นที่รอบนอกอย่าง บางกะปิ อ่อนนุช และรามคำแหง ยังคงเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง โดยผู้ว่าฯ กทม.ประเมินว่า หากเป็นถนนสายหลักอาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วันจึงจะดีขึ้น ส่วนพื้นที่ชุมชนอาจใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์กว่าน้ำจะลดและแห้งสนิท

เร่งระบายน้ำแสนแสบ-ประเวศฯ จากตะวันออกลงเจ้าพระยา

สำหรับแผนบริหารจัดการน้ำ กทม.เน้นเร่งระบายน้ำจาก คลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์ จากพื้นที่ฝั่งตะวันออกไปทางตะวันตก เพื่อผลักดันน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

เป้าหมายสำคัญคือการลดระดับน้ำในคลองสายหลักให้ได้ก่อน จากนั้นจึงเร่งสูบน้ำจากคลองและซอยย่อยในพื้นที่โดยรอบออกตามลำดับ เพราะหากคลองหลักยังมีระดับน้ำสูง การระบายน้ำจากพื้นที่ย่อยจะทำได้จำกัด

ลาดกระบัง-หนองจอก-มีนบุรี ยังต้องเร่งช่วยประชาชน

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่รอบนอกยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ ลาดกระบัง หนองจอก และมีนบุรี ซึ่ง กทม.ได้สั่งการให้ทีมงานลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดค้าง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง

ส่วนกรณีฝนอาจตกหนักในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ผู้ว่าฯ กทม.ระบุว่า การระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งธนบุรีสามารถทำได้รวดเร็ว จึงไม่น่าเป็นพื้นที่ที่น่ากังวลเท่าพื้นที่ที่ยังมีน้ำสะสมและระดับน้ำในคลองหลักสูง

กทม.ปิดโรงเรียนกว่า 400 แห่ง 28 ก.ย. รับมือสถานการณ์

ด้านมาตรการรองรับผลกระทบ กรุงเทพมหานครสั่งให้โรงเรียนในสังกัด กทม.กว่า 400 แห่ง ปิดการเรียนการสอนชั่วคราว 1 วัน ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

ส่วนหน่วยงานราชการที่ไม่มีภารกิจให้บริการประชาชน หรือมีลักษณะงานที่สามารถปฏิบัติงานจากที่บ้านได้ ให้พิจารณา Work from Home ตามความเหมาะสม

สรุปสถานการณ์น้ำท่วม กทม. ตอนนี้

ภาพรวมสถานการณ์กำลังเปลี่ยนจาก “ฝนหนัก” ไปสู่ “เร่งระบายน้ำ” แม้ปริมาณฝนจะเริ่มลดลง แต่ปริมาณน้ำที่สะสมในพื้นที่และคลองสายหลักยังอยู่ในระดับสูง ทำให้หลายจุดยังมีน้ำท่วมขัง

กทม.จึงเร่งลดระดับน้ำในคลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อเปิดทางให้น้ำจากพื้นที่ย่อยระบายตามมา ขณะที่ลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี และพื้นที่รอบนอกบางแห่งยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สำหรับประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ควรตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง ติดตามประกาศจาก กทม. และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฝนที่อาจตกเติมในบางพื้นที่

ที่มาข้อมูล : กรุงเทพมหานคร

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย