เจาะสถานการณ์น้ำท่วม ภาคกลาง-ตะวันออกวิกฤต รับมือฝน - มวลน้ำป่าเขาใหญ่

Share on Line Share on Facebook Share on X
เจาะสถานการณ์น้ำท่วม ภาคกลาง-ตะวันออกวิกฤต รับมือฝน - มวลน้ำป่าเขาใหญ่

สถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ยังส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งหลายจังหวัดได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกสะสมและมวลน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยเหลือประชาชนและกลุ่มเปราะบาง พร้อมเฝ้าระวังระดับน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่

พระนครศรีอยุธยา น้ำท่วม 6 อำเภอ ชาวบ้านใช้เรือเข้า-ออกบ้าน

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ฝนตกต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 3 ประกอบกับสถานการณ์น้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ล่าสุดได้รับผลกระทบแล้ว 6 อำเภอ 85 ตำบล 414 หมู่บ้าน 20 ชุมชน รวม 13,971 ครัวเรือน ได้แก่ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.บางไทร อ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.บางปะอิน

สรุปข่าว

ฝนตกหนักต่อเนื่อง 3 วัน ส่งผลหลายพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเผชิญน้ำท่วม น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลาก อยุธยา-ลพบุรีเร่งช่วยเหลือและอพยพประชาชน ขณะที่ปราจีนบุรีและจันทบุรีจับตาปริมาณน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและริมแม่น้ำเตรียมรับมือสถานการณ์

สถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ยังส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งหลายจังหวัดได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกสะสมและมวลน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยเหลือประชาชนและกลุ่มเปราะบาง พร้อมเฝ้าระวังระดับน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่

พระนครศรีอยุธยา น้ำท่วม 6 อำเภอ ชาวบ้านใช้เรือเข้า-ออกบ้าน

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ฝนตกต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 3 ประกอบกับสถานการณ์น้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ล่าสุดได้รับผลกระทบแล้ว 6 อำเภอ 85 ตำบล 414 หมู่บ้าน 20 ชุมชน รวม 13,971 ครัวเรือน ได้แก่ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.บางไทร อ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.บางปะอิน

บริเวณชุมชนหัวแหลมและชุมชนภูเขาทอง ในเขต อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นชุมชนที่มีบ้านเรือนอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา พบระดับน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมสูงกว่า 1 เมตร ถนนภายในชุมชนไม่สามารถใช้สัญจรได้ตามปกติ ชาวบ้านต้องนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไปจอดไว้ริมถนน ก่อนใช้เรือเป็นพาหนะเข้า-ออกบ้าน

ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า น้ำเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา โดยระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและมีปริมาณมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้การดำเนินชีวิตได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ติดริมน้ำ ซึ่งบางจุดมีระดับน้ำสูงถึงบริเวณหน้าอก

ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลาง พบว่าปริมาณน้ำเหนือที่ไหลเข้าสู่เขื่อนผ่านจุดวัดน้ำ C2 อ.เมืองนครสวรรค์ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 1,846 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

เขื่อนเจ้าพระยายังคงตรึงการระบายน้ำท้ายเขื่อนไว้ที่ 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นวันที่ 2 ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้นประมาณ 10 เซนติเมตรในรอบ 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 17.03 เมตร รทก. ขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นประมาณ 30 เซนติเมตร อยู่ที่ 14.52 เมตร รทก.

จากการตรึงการระบายน้ำในอัตราดังกล่าว คาดว่าพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำท้ายเขื่อนใน จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา อาจมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10-20 เซนติเมตรในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า

ลพบุรีเร่งอพยพผู้ป่วยติดเตียง-ผู้สูงอายุหนีน้ำ

ที่ จ.ลพบุรี เทศบาลตำบลป่าตาลร่วมกับกองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 1 ค่ายวชิราลงกรณ์ เร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะบ้านพักในพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งมีผู้พักอาศัย 6 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยติดเตียง 1 ราย และผู้สูงอายุ 1 ราย

เจ้าหน้าที่พบว่าบริเวณทางเข้าบ้านมีน้ำท่วมสูงประมาณ 80 เซนติเมตร รถกู้ชีพไม่สามารถเข้าไปได้ จึงใช้รถบรรทุกทางยุทธวิธีแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมกำลังพลจิตอาสา 17 นาย เข้าช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุออกจากพื้นที่ไปยังจุดปลอดภัย พร้อมขนย้ายทรัพย์สินและรถจักรยานยนต์ และนำกระสอบทรายเข้าป้องกันน้ำไหลเข้าสู่ตัวบ้าน

ขณะเดียวกัน เทศบาลตำบลป่าตาลเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่คลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก และเตรียมอาคารโกษาเหล็กของวิทยาลัยอาชีวศึกษาลพบุรีเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ส่วนพื้นที่ อ.บ้านหมี่ เริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนในหลายตำบล เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจระดับน้ำและความเสียหาย พร้อมช่วยเหลือและอพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยง

ปราจีนบุรี น้ำป่าเขาใหญ่ทะลัก กระทบหลายอำเภอ

ด้าน จ.ปราจีนบุรี สถานการณ์น้ำยังน่าเป็นห่วง หลังฝนตกหนักสะสมในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ส่งผลให้มวลน้ำป่าไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ อ.ประจันตคาม และ อ.นาดี

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดจุดท่องเที่ยว 6 แห่งเป็นการชั่วคราว หลังฝนตกหนักและมีความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลาก ได้แก่ ด่านเนินหอม ด่านศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ น้ำตกตะคร้อ แก่งหินเพิง น้ำตกสาริกา และน้ำตกโกรกอีดก

พื้นที่ อ.กบินทร์บุรี มีน้ำท่วมครบทั้ง 14 ตำบล โดยบริเวณชุมชนตลาดเก่า 100 ปี เทศบาลตำบลกบินทร์บุรี ระดับน้ำเอ่อล้นตลิ่งประมาณ 1.56-1.70 เมตร ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 120 ครอบครัว ขณะที่ประชาชนบางส่วนต้องอพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว เนื่องจากบ้านเรือนยังไม่สามารถกลับเข้าอยู่อาศัยได้

ส่วน อ.ศรีมหาโพธิ มีน้ำท่วมขังครอบคลุมทั้ง 10 ตำบล โดยเฉพาะ ต.ท่าตูม ซึ่งมีทั้งพื้นที่ชุมชนและเขตอุตสาหกรรม ระดับน้ำบางจุดตั้งแต่ระดับเข่าถึงมากกว่า 1 เมตร ขณะที่ถนนบางสายรถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้

ด้าน อ.ประจันตคาม มีน้ำป่าจากเขาใหญ่ไหลเข้าท่วมพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ต.โพธิ์งาม ต.คำแก้ว ต.บุฝ้าย และ ต.ตะโนด โดยเจ้าหน้าที่เตรียมรับมือมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่ยังคงไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง และจัดกำลังเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

จันทบุรีขึ้นธงแดง เตือนริมน้ำเฝ้าระวังระดับน้ำสูง

ที่ จ.จันทบุรี เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเปลี่ยนธงเตือนภัยจากสีเหลืองเป็นสีแดง บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรีในเขตตัวเมือง หลังระดับน้ำในแม่น้ำจันทบุรีเพิ่มสูงเกินเกณฑ์ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนริมแม่น้ำ พื้นที่ริมคลองภักดีรำไพ พื้นที่ท้ายน้ำ และพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งเป็นจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก ให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและยกสิ่งของขึ้นที่สูง

มวลน้ำจาก อ.เขาคิชฌกูฏ และ อ.มะขาม ยังคงไหลลงสู่แม่น้ำจันทบุรีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เขตเศรษฐกิจของ อ.เมืองจันทบุรี ขณะที่พื้นที่รอบนอกยังพบสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ

เบื้องต้น จ.จันทบุรี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลาก รวม 8 อำเภอ 29 ตำบล 153 หมู่บ้าน 936 ครัวเรือน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย

สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำและลำคลอง รวมถึงพื้นที่ท้ายเขื่อนและพื้นที่รับน้ำ ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเตรียมเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน ยานพาหนะ และกลุ่มเปราะบางไปยังพื้นที่ปลอดภัยหากได้รับการแจ้งเตือน

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย