เปิดปัจจัยน้ำท่วม กทม. ฝนตกแช่ข้ามวัน แม้ท่อไม่ตันแต่คลองเต็ม

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดปัจจัยน้ำท่วม กทม. ฝนตกแช่ข้ามวัน แม้ท่อไม่ตันแต่คลองเต็ม

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat ถึงสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ และภาคตะวันออก โดยระบุว่า กทม.เป็นพื้นที่แอ่งกระทะ น้ำทะเลหนุน ฝนตกแช่ข้ามวัน แม้ท่อไม่ตันแต่คลองเต็ม ท่วมกันทั่วหน้า มหาอุทกภัยหรือไม่?

 

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพ และภาคตะวันออกในช่วงวันที่ 24-27 ก.ย.69 เกิดจากภาวะ “ฝนตกแช่” และปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

 

ฝนตกต่อเนื่องตลอดวัน ปริมาณน้ำฝนมหาศาล

กรุงเทพมหานครมีฝนตกต่อเนื่อง 2 วัน 2 คืน ซึ่งเป็นฝนแช่ในปริมาณสูง มีสาเหตุมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำจากประเทศกัมพูชาเคลื่อนเข้ามาสมทบกับร่องมรสุม ทำให้มีกลุ่มฝนแช่ตัวและตกต่อเนื่องข้ามคืน ปริมาณฝนสะสมในบางพื้นที่มีขนาดสูงมาก เช่น เขตคลองสามวา และเขตมีนบุรี วัดได้ทะลุ 160-190 มม. ซึ่งเกิดขีดความสามารถที่ระบบระบายน้ำปกติของถนนจะรับไหวทันที

 

สรุปข่าว

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ชี้ปัจจัยที่ทำให้กรุงเทพฯ จมน้ำจากฝนตกข้ามวันข้ามคืนมาจากปัญหาคอขวดที่ปลายทาง คือปริมาณน้ำฝนมหาศาลจากทุกพื้นที่ไหลรวมกันที่คลองสายหลักจนระดับน้ำสูงเกินเกณฑ์และล้นตลิ่ง ประกอบกับพื้นที่ลุ่มต่ำแอ่งกระทะในกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก และสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้การระบายน้ำออกจากคลองสู่แม่น้ำและทะเลทำได้ในระยะเวลาจำกัด

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat ถึงสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ และภาคตะวันออก โดยระบุว่า กทม.เป็นพื้นที่แอ่งกระทะ น้ำทะเลหนุน ฝนตกแช่ข้ามวัน แม้ท่อไม่ตันแต่คลองเต็ม ท่วมกันทั่วหน้า มหาอุทกภัยหรือไม่?

 

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพ และภาคตะวันออกในช่วงวันที่ 24-27 ก.ย.69 เกิดจากภาวะ “ฝนตกแช่” และปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

 

ฝนตกต่อเนื่องตลอดวัน ปริมาณน้ำฝนมหาศาล

กรุงเทพมหานครมีฝนตกต่อเนื่อง 2 วัน 2 คืน ซึ่งเป็นฝนแช่ในปริมาณสูง มีสาเหตุมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำจากประเทศกัมพูชาเคลื่อนเข้ามาสมทบกับร่องมรสุม ทำให้มีกลุ่มฝนแช่ตัวและตกต่อเนื่องข้ามคืน ปริมาณฝนสะสมในบางพื้นที่มีขนาดสูงมาก เช่น เขตคลองสามวา และเขตมีนบุรี วัดได้ทะลุ 160-190 มม. ซึ่งเกิดขีดความสามารถที่ระบบระบายน้ำปกติของถนนจะรับไหวทันที

 

ท่อไม่ตันแต่คลองเต็ม กระทบการระบายน้ำ

แม้ว่ากรุงเทพมหานครจะลอกท่อระบายน้ำและเตรียมความพร้อมสถานีสูบน้ำเอาไว้แล้ว แต่เนื่องจากฝนตกหนักทั่วทุกพื้นที่พร้อมกัน น้ำปริมาณมหาศาลจึงไหลไปรวมกันที่คลองสายหลัก เช่น คลองแสนแสบ คลองลาดพร้าว คลองบางบัว และคลองประเวศบุรีรมย์ จนระดับน้ำเพิ่มสูงเกินเกณฑ์วิกฤตและล้นตลิ่งเมื่อน้ำในคลองเต็มและอยู่สูงกว่าระดับปลายท่อน้ำจากบนถนนจึงดันกลับไม่ไหลลงคลองได้ตามปกติ

 

กทม.ฝั่งตะวันออกเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ

กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกและเขตชั้นในมีสภาพพื้นที่เป็นที่ลุ่มต่ำ เช่น ย่านเสนานิคม ลาดพร้าววังหิน สวนหลวง หนองจอก และคันนายา มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะตามธรรมชาติ เมื่อคลองหลักเต็ม การระบายน้ำจึงต้องพึ่งพาสถานีสูบน้ำเพียงอย่างเดียว ทำให้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายชั่วโมงหลังจากฝนหยุดตก น้ำจึงเริ่มลดลง


“น้ำทะเลหนุนสูง” ปัจจัยเสริมระบายน้ำยาก

ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีสภาวะน้ำทะเลหนุนสูงร่วมด้วย ทำให้ กทม.ต้องบริหารจัดการปิด-เปิดประตูระบายน้ำให้สอดคล้องกับจังหวะน้ำขึ้น-น้ำลง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อหนุนเข้ามาซ้ำเติมระบบคลองชั้นใน ส่งผลให้จังหวะการสูบระบายน้ำออกจากคลองลงสู่แม่น้ำและทะเลทำได้จำกัดในบางเวลา 

 

สรุปสานการณ์ปัจจุบัน กทม.ประกาศให้ 3 เขตได้แก่ หนองจอก สวนหลวง และคันนายาวเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย ก่อนจะขยายพื้นที่ประสบภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขตในเวลาต่อมา เพื่อให้สามารถเร่งช่วยเหลือประชาชนและเปิดทางให้ใช้งบประมาณฉุกเฉินทำให้ได้เร็วขึ้น

ที่มาข้อมูล : FB Sonthi Kotchawat

ที่มารูปภาพ : FB Sonthi Kotchawat