รถจมน้ำเคลมประกันอย่างไร? รวม 5 ขั้นตอนสำคัญ พร้อมวิธีเช็กสิทธิความคุ้มครอง

Share on Line Share on Facebook Share on X
รถจมน้ำเคลมประกันอย่างไร? รวม 5 ขั้นตอนสำคัญ พร้อมวิธีเช็กสิทธิความคุ้มครอง

สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ นอกจากส่งผลต่อการเดินทางแล้ว อีกหนึ่งความเสียหายที่เจ้าของรถต้องระวังคือ “รถจมน้ำ” โดยเฉพาะกรณีน้ำเพิ่มระดับอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถได้ทัน

หากพบว่ารถถูกน้ำท่วมหรือจมน้ำ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ห้ามสตาร์ตเครื่องยนต์หรือเปิดระบบไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น เนื่องจากหากน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การพยายามสตาร์ตรถอาจเพิ่มความเสียหายจากเดิม

จากนั้นเจ้าของรถควรบันทึกหลักฐานด้วยภาพถ่ายและวิดีโอให้ครบ ทั้งสภาพรถ ทะเบียนรถ ระดับน้ำ จุดเกิดเหตุ ภายในห้องโดยสาร รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบ ก่อนติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อแจ้งเหตุและขอเลขเคลม

รถจมน้ำ ประกันชั้นไหนเคลมได้?

สำหรับรถยนต์ที่ทำ ประกันภัยชั้น 1 โดยทั่วไปมีความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถจากน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เจ้าของรถควรตรวจสอบทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก และรายละเอียดความคุ้มครองเพิ่มเติม

ส่วน ประกัน 2+ และ 3+ ไม่สามารถสรุปได้ว่าทุกกรมธรรม์จะคุ้มครองน้ำท่วม เนื่องจากแต่ละบริษัทและแต่ละผลิตภัณฑ์อาจกำหนดรายละเอียดแตกต่างกัน เจ้าของรถต้องตรวจสอบตารางกรมธรรม์ว่ามีความคุ้มครองภัยธรรมชาติหรือน้ำท่วมเพิ่มเติมหรือไม่

ขณะที่ประกันชั้น 2 และชั้น 3 โดยทั่วไปไม่ได้ให้ความคุ้มครองความเสียหายของรถผู้เอาประกันจากน้ำท่วม ส่วน พ.ร.บ. มีวัตถุประสงค์หลักในการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถในด้านการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ไม่ใช่ค่าซ่อมรถที่ได้รับความเสียหายจากน้ำ

สรุปข่าว

รถจมน้ำอย่าเพิ่งสตาร์ตเครื่อง ให้ถ่ายภาพและวิดีโอระดับน้ำไว้เป็นหลักฐาน ก่อนแจ้งบริษัทประกันและขอเลขเคลม ประกันชั้น 1 โดยทั่วไปคุ้มครองน้ำท่วม ส่วน 2+ และ 3+ ต้องตรวจเงื่อนไขกรมธรรม์ หากเสียหายหนัก บริษัทจะประเมินค่าซ่อมและพิจารณาการชดใช้ตามทุนประกัน

สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ นอกจากส่งผลต่อการเดินทางแล้ว อีกหนึ่งความเสียหายที่เจ้าของรถต้องระวังคือ “รถจมน้ำ” โดยเฉพาะกรณีน้ำเพิ่มระดับอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถได้ทัน

หากพบว่ารถถูกน้ำท่วมหรือจมน้ำ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ห้ามสตาร์ตเครื่องยนต์หรือเปิดระบบไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น เนื่องจากหากน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การพยายามสตาร์ตรถอาจเพิ่มความเสียหายจากเดิม

จากนั้นเจ้าของรถควรบันทึกหลักฐานด้วยภาพถ่ายและวิดีโอให้ครบ ทั้งสภาพรถ ทะเบียนรถ ระดับน้ำ จุดเกิดเหตุ ภายในห้องโดยสาร รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบ ก่อนติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อแจ้งเหตุและขอเลขเคลม

รถจมน้ำ ประกันชั้นไหนเคลมได้?

สำหรับรถยนต์ที่ทำ ประกันภัยชั้น 1 โดยทั่วไปมีความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถจากน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เจ้าของรถควรตรวจสอบทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก และรายละเอียดความคุ้มครองเพิ่มเติม

ส่วน ประกัน 2+ และ 3+ ไม่สามารถสรุปได้ว่าทุกกรมธรรม์จะคุ้มครองน้ำท่วม เนื่องจากแต่ละบริษัทและแต่ละผลิตภัณฑ์อาจกำหนดรายละเอียดแตกต่างกัน เจ้าของรถต้องตรวจสอบตารางกรมธรรม์ว่ามีความคุ้มครองภัยธรรมชาติหรือน้ำท่วมเพิ่มเติมหรือไม่

ขณะที่ประกันชั้น 2 และชั้น 3 โดยทั่วไปไม่ได้ให้ความคุ้มครองความเสียหายของรถผู้เอาประกันจากน้ำท่วม ส่วน พ.ร.บ. มีวัตถุประสงค์หลักในการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถในด้านการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ไม่ใช่ค่าซ่อมรถที่ได้รับความเสียหายจากน้ำ

5 ขั้นตอน หลังพบรถจมน้ำ

1. ห้ามสตาร์ตรถ

แม้น้ำจะลดลงแล้ว ไม่ควรทดลองสตาร์ตเครื่องทันที เพราะอาจมีน้ำหลงเหลืออยู่ในเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์สำคัญ

2. เก็บภาพและวิดีโอเป็นหลักฐาน

ถ่ายให้เห็นระดับน้ำ สภาพภายนอกและภายในรถ ทะเบียนรถ รวมถึงบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสินไหม

3. ติดต่อบริษัทประกันทันที

แจ้งทะเบียนรถ เลขกรมธรรม์ สถานที่เกิดเหตุและระดับน้ำ พร้อมขอเลขเคลม รวมถึงสอบถามสิทธิรถยกหรือรถลากไปยังอู่หรือศูนย์บริการ

4. อย่าเพิ่งรื้อหรือซ่อมรถเอง

ควรรอให้บริษัทประกันหรืออู่ที่ได้รับมอบหมายตรวจสอบและบันทึกความเสียหายก่อน โดยเฉพาะระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และระบบไฟฟ้า

5. เก็บเอกสารทุกขั้นตอน

ทั้งเลขเคลม เอกสารรับรถจากรถยก ใบประเมินความเสียหาย รายการซ่อม และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ตรวจสอบการเคลมภายหลัง

รถจมน้ำหนัก อาจพิจารณาเป็นเสียหายสิ้นเชิง

ระดับความเสียหายของรถน้ำท่วมมีตั้งแต่ความเสียหายเล็กน้อยบริเวณพื้นรถ ไปจนถึงน้ำท่วมสูงเข้าสู่ห้องโดยสาร เครื่องยนต์ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ หากรถได้รับความเสียหายรุนแรงและมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมสูง บริษัทประกันอาจพิจารณาความเสียหายตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ รวมถึงกรณีความเสียหายสิ้นเชิง ซึ่งการชดใช้จะพิจารณาตามทุนประกันและข้อกำหนดในสัญญา

หลังซ่อมรถจากเหตุการณ์น้ำท่วม เจ้าของรถควรตรวจสอบรายการซ่อมอย่างละเอียด โดยเฉพาะเครื่องยนต์ เกียร์ กล่องควบคุม ECU ระบบสายไฟ ระบบเบรก ถุงลมนิรภัย และความชื้นบริเวณใต้พรม เนื่องจากความชื้นและการกัดกร่อนอาจส่งผลต่อระบบไฟฟ้าในระยะต่อมา

อีกประเด็นที่ควรระวังคือ หากรถดับขณะอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ไม่ควรพยายามสตาร์ตซ้ำหรือฝืนขับต่อ ควรเก็บหลักฐานและแจ้งบริษัทประกันเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ รวมถึงใช้รถยกเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่ เพื่อจำกัดความเสียหายและรักษาสิทธิตามกรมธรรม์

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์