รถจมน้ำเคลมประกันอย่างไร? รวม 5 ขั้นตอนสำคัญ พร้อมวิธีเช็กสิทธิความคุ้มครอง

สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ นอกจากส่งผลต่อการเดินทางแล้ว อีกหนึ่งความเสียหายที่เจ้าของรถต้องระวังคือ “รถจมน้ำ” โดยเฉพาะกรณีน้ำเพิ่มระดับอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถได้ทัน
หากพบว่ารถถูกน้ำท่วมหรือจมน้ำ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ห้ามสตาร์ตเครื่องยนต์หรือเปิดระบบไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น เนื่องจากหากน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การพยายามสตาร์ตรถอาจเพิ่มความเสียหายจากเดิม
จากนั้นเจ้าของรถควรบันทึกหลักฐานด้วยภาพถ่ายและวิดีโอให้ครบ ทั้งสภาพรถ ทะเบียนรถ ระดับน้ำ จุดเกิดเหตุ ภายในห้องโดยสาร รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบ ก่อนติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อแจ้งเหตุและขอเลขเคลม
รถจมน้ำ ประกันชั้นไหนเคลมได้?
สำหรับรถยนต์ที่ทำ ประกันภัยชั้น 1 โดยทั่วไปมีความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถจากน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เจ้าของรถควรตรวจสอบทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก และรายละเอียดความคุ้มครองเพิ่มเติม
ส่วน ประกัน 2+ และ 3+ ไม่สามารถสรุปได้ว่าทุกกรมธรรม์จะคุ้มครองน้ำท่วม เนื่องจากแต่ละบริษัทและแต่ละผลิตภัณฑ์อาจกำหนดรายละเอียดแตกต่างกัน เจ้าของรถต้องตรวจสอบตารางกรมธรรม์ว่ามีความคุ้มครองภัยธรรมชาติหรือน้ำท่วมเพิ่มเติมหรือไม่
ขณะที่ประกันชั้น 2 และชั้น 3 โดยทั่วไปไม่ได้ให้ความคุ้มครองความเสียหายของรถผู้เอาประกันจากน้ำท่วม ส่วน พ.ร.บ. มีวัตถุประสงค์หลักในการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถในด้านการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ไม่ใช่ค่าซ่อมรถที่ได้รับความเสียหายจากน้ำ
สรุปข่าว
สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ นอกจากส่งผลต่อการเดินทางแล้ว อีกหนึ่งความเสียหายที่เจ้าของรถต้องระวังคือ “รถจมน้ำ” โดยเฉพาะกรณีน้ำเพิ่มระดับอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถได้ทัน
หากพบว่ารถถูกน้ำท่วมหรือจมน้ำ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ห้ามสตาร์ตเครื่องยนต์หรือเปิดระบบไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น เนื่องจากหากน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การพยายามสตาร์ตรถอาจเพิ่มความเสียหายจากเดิม
จากนั้นเจ้าของรถควรบันทึกหลักฐานด้วยภาพถ่ายและวิดีโอให้ครบ ทั้งสภาพรถ ทะเบียนรถ ระดับน้ำ จุดเกิดเหตุ ภายในห้องโดยสาร รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบ ก่อนติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อแจ้งเหตุและขอเลขเคลม
รถจมน้ำ ประกันชั้นไหนเคลมได้?
สำหรับรถยนต์ที่ทำ ประกันภัยชั้น 1 โดยทั่วไปมีความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถจากน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เจ้าของรถควรตรวจสอบทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก และรายละเอียดความคุ้มครองเพิ่มเติม
ส่วน ประกัน 2+ และ 3+ ไม่สามารถสรุปได้ว่าทุกกรมธรรม์จะคุ้มครองน้ำท่วม เนื่องจากแต่ละบริษัทและแต่ละผลิตภัณฑ์อาจกำหนดรายละเอียดแตกต่างกัน เจ้าของรถต้องตรวจสอบตารางกรมธรรม์ว่ามีความคุ้มครองภัยธรรมชาติหรือน้ำท่วมเพิ่มเติมหรือไม่
ขณะที่ประกันชั้น 2 และชั้น 3 โดยทั่วไปไม่ได้ให้ความคุ้มครองความเสียหายของรถผู้เอาประกันจากน้ำท่วม ส่วน พ.ร.บ. มีวัตถุประสงค์หลักในการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถในด้านการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ไม่ใช่ค่าซ่อมรถที่ได้รับความเสียหายจากน้ำ
5 ขั้นตอน หลังพบรถจมน้ำ
1. ห้ามสตาร์ตรถ
แม้น้ำจะลดลงแล้ว ไม่ควรทดลองสตาร์ตเครื่องทันที เพราะอาจมีน้ำหลงเหลืออยู่ในเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์สำคัญ
2. เก็บภาพและวิดีโอเป็นหลักฐาน
ถ่ายให้เห็นระดับน้ำ สภาพภายนอกและภายในรถ ทะเบียนรถ รวมถึงบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสินไหม
3. ติดต่อบริษัทประกันทันที
แจ้งทะเบียนรถ เลขกรมธรรม์ สถานที่เกิดเหตุและระดับน้ำ พร้อมขอเลขเคลม รวมถึงสอบถามสิทธิรถยกหรือรถลากไปยังอู่หรือศูนย์บริการ
4. อย่าเพิ่งรื้อหรือซ่อมรถเอง
ควรรอให้บริษัทประกันหรืออู่ที่ได้รับมอบหมายตรวจสอบและบันทึกความเสียหายก่อน โดยเฉพาะระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และระบบไฟฟ้า
5. เก็บเอกสารทุกขั้นตอน
ทั้งเลขเคลม เอกสารรับรถจากรถยก ใบประเมินความเสียหาย รายการซ่อม และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ตรวจสอบการเคลมภายหลัง
รถจมน้ำหนัก อาจพิจารณาเป็นเสียหายสิ้นเชิง
ระดับความเสียหายของรถน้ำท่วมมีตั้งแต่ความเสียหายเล็กน้อยบริเวณพื้นรถ ไปจนถึงน้ำท่วมสูงเข้าสู่ห้องโดยสาร เครื่องยนต์ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ หากรถได้รับความเสียหายรุนแรงและมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมสูง บริษัทประกันอาจพิจารณาความเสียหายตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ รวมถึงกรณีความเสียหายสิ้นเชิง ซึ่งการชดใช้จะพิจารณาตามทุนประกันและข้อกำหนดในสัญญา
หลังซ่อมรถจากเหตุการณ์น้ำท่วม เจ้าของรถควรตรวจสอบรายการซ่อมอย่างละเอียด โดยเฉพาะเครื่องยนต์ เกียร์ กล่องควบคุม ECU ระบบสายไฟ ระบบเบรก ถุงลมนิรภัย และความชื้นบริเวณใต้พรม เนื่องจากความชื้นและการกัดกร่อนอาจส่งผลต่อระบบไฟฟ้าในระยะต่อมา
อีกประเด็นที่ควรระวังคือ หากรถดับขณะอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ไม่ควรพยายามสตาร์ตซ้ำหรือฝืนขับต่อ ควรเก็บหลักฐานและแจ้งบริษัทประกันเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ รวมถึงใช้รถยกเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่ เพื่อจำกัดความเสียหายและรักษาสิทธิตามกรมธรรม์
บรรณาธิการออนไลน์
