น้ำจะท่วมไทยจริงไหม? เช็กคำเตือน “มหาอุทกภัย” จากเพจดัง

กระแสคำเตือนเรื่อง “มหาอุทกภัย” กลับมาได้รับความสนใจ หลังเพจเฟซบุ๊ก “ที’ ลมฟ้าอากาศ” เผยแพร่ข้อมูลเตือนฝนตกหนักและความเสี่ยงน้ำท่วมในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 จนเกิดคำถามว่า น้ำจะท่วมไทยจริงไหม และสถานการณ์มีโอกาสรุนแรงเหมือนมหาอุทกภัยปี 2554 หรือไม่
ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานด้านน้ำยืนยันตรงกันว่า ช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่จริง และมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมถึงน้ำท่วมขัง แต่ข้อมูล ณ ขณะนี้ยังไม่สนับสนุนข้อสรุปว่าจะเกิด “มหาอุทกภัย” ในระดับเดียวกับปี 2554
คำเตือน “มหาอุทกภัย” จากเพจดังมาจากไหน?
กระแสเริ่มขึ้นหลังเพจ “ที’ ลมฟ้าอากาศ” เผยแพร่ข้อความเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 โดยระบุในลักษณะนับถอยหลัง 120 ชั่วโมง พร้อมเตือนความเสี่ยง “มหาอุทกภัย” ในภาคตะวันออก รวมถึงความเสี่ยงฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และปริมณฑลช่วงวันที่ 24-27 กันยายน
ข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ต่อในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ก่อนที่กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานด้านน้ำจะออกมาชี้แจงสถานการณ์ตามข้อมูลทางวิชาการและแบบจำลองสภาพอากาศ
สรุปข่าว
กระแสคำเตือนเรื่อง “มหาอุทกภัย” กลับมาได้รับความสนใจ หลังเพจเฟซบุ๊ก “ที’ ลมฟ้าอากาศ” เผยแพร่ข้อมูลเตือนฝนตกหนักและความเสี่ยงน้ำท่วมในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 จนเกิดคำถามว่า น้ำจะท่วมไทยจริงไหม และสถานการณ์มีโอกาสรุนแรงเหมือนมหาอุทกภัยปี 2554 หรือไม่
ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานด้านน้ำยืนยันตรงกันว่า ช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่จริง และมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมถึงน้ำท่วมขัง แต่ข้อมูล ณ ขณะนี้ยังไม่สนับสนุนข้อสรุปว่าจะเกิด “มหาอุทกภัย” ในระดับเดียวกับปี 2554
คำเตือน “มหาอุทกภัย” จากเพจดังมาจากไหน?
กระแสเริ่มขึ้นหลังเพจ “ที’ ลมฟ้าอากาศ” เผยแพร่ข้อความเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 โดยระบุในลักษณะนับถอยหลัง 120 ชั่วโมง พร้อมเตือนความเสี่ยง “มหาอุทกภัย” ในภาคตะวันออก รวมถึงความเสี่ยงฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และปริมณฑลช่วงวันที่ 24-27 กันยายน
ข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ต่อในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ก่อนที่กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานด้านน้ำจะออกมาชี้แจงสถานการณ์ตามข้อมูลทางวิชาการและแบบจำลองสภาพอากาศ
กรมอุตุฯ ยืนยัน ฝนหนักจริง แต่ไม่ใช่ “มหาอุทกภัย”
นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการ ระบุว่า ช่วงเวลาดังกล่าวประเทศไทยมีแนวโน้มเกิด ฝนตกหนักหลายพื้นที่และฝนตกหนักมากบางแห่งจริง จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ร่องมรสุม และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ระบุว่าจะเกิด “มหาอุทกภัย” หรือฝนจะตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งวันทั้งคืน ไม่สอดคล้องกับข้อมูลพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา
สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังในช่วง 23-27 กันยายน คือฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา และบริเวณทางน้ำไหลผ่าน
น้ำปี 2569 ต่างจากมหาอุทกภัยปี 2554 แค่ไหน?
อีกปัจจัยสำคัญคือปริมาณน้ำในลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งข้อมูลจากกรมชลประทานระบุว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังแตกต่างจากปี 2554 อย่างมาก
ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา และโฆษกกรมชลประทาน ประเมินว่า ปริมาณน้ำบริเวณนครสวรรค์อาจขึ้นสูงสุดประมาณ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับน้ำจากลุ่มน้ำสะแกกรังและพื้นที่สองฝั่งเจ้าพระยาอีกราว 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะอยู่ที่ประมาณ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
กรมชลประทานประเมินการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่ประมาณ 1,700-1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังต่ำกว่าปริมาณการระบายน้ำในปี 2568 ที่เคยอยู่ประมาณ 2,800-2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เทียบปี 2554 น้ำเหนือยังต่างกันมาก
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ จากศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ข้อมูลเปรียบเทียบว่า มวลน้ำเหนือช่วงนี้อยู่ประมาณ 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ช่วงมหาอุทกภัยปี 2554 เคยมีปริมาณประมาณ 4,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
แม้ฝนระลอกนี้อาจทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น แต่ระดับที่ประเมินไว้ยังแตกต่างจากปี 2554 อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการยังเตือนว่า ฝนในช่วงหลายวันนี้มีนัยสำคัญ โดยบางพื้นที่อาจมีฝนสะสมประมาณ 200-300 มิลลิเมตร ทำให้ยังมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วม น้ำท่วมขัง และน้ำรอการระบายในหลายพื้นที่ได้
พื้นที่ไหนต้องเฝ้าระวัง?
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 พื้นที่ต้องติดตามฝนตกหนักถึงหนักมากครอบคลุม ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้
พื้นที่เสี่ยงจึงยังต้องเตรียมพร้อม โดยเฉพาะชุมชนลุ่มต่ำ พื้นที่ริมแม่น้ำ พื้นที่เชิงเขา ทางน้ำไหลผ่าน รวมถึงพื้นที่เมืองที่มีจุดน้ำท่วมขังซ้ำซาก
ส่วนลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง กรมชลประทานระบุว่าพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งของพระนครศรีอยุธยา เช่น อำเภอโผงเผง อำเภอเสนา และอำเภอผักไห่ มีโอกาสได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น จึงต้องติดตามการระบายน้ำอย่างใกล้ชิด
น้ำจะท่วมไทยจริงไหม?
คำตอบต้องแยกเป็น 2 ประเด็น คือ มีน้ำท่วมและความเสี่ยงน้ำท่วมจริงในหลายพื้นที่ จากฝนตกหนัก ฝนสะสม น้ำป่า และปริมาณน้ำในลำน้ำที่เพิ่มขึ้น แต่คำเตือนว่าไทยกำลังจะเผชิญ “มหาอุทกภัย” แบบปี 2554 ยังไม่สอดคล้องกับการประเมินของกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และข้อมูลจากนักวิชาการที่เผยแพร่ล่าสุด
ประชาชนจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานในพื้นที่ เพราะปริมาณฝนและระดับน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศในแต่ละวัน
- 41 จังหวัด - กทม. เช็กด่วน! 26 ก.ย. รับมือ "ฝนตกหนักถึงหนักมาก" เสี่ยงน้ำท่วม
- น้ำท่วม 2569 เทียบปี 2554 ต่างกันแค่ไหน? เปิดตัวเลขน้ำเหนือ-เขื่อนหลัก
- เปิด 5 ปัจจัยหลักสาเหตุ “ฝนตกหนัก-ตกแช่” ความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมในช่วงนี้
- เปิด War Room 24 ชม. วางแผนเผชิญเหตุ รับมือวิกฤตฝนตกหนักทั่วประเทศ
- ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
บรรณาธิการออนไลน์
