ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สถานการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน โดยข้อมูลวันที่ 11 กันยายน 2569 ระบุว่า อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 55,647 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 69 ของความจุเก็บกัก เพิ่มขึ้นจากช่วงต้นเดือนกันยายนที่มีปริมาณน้ำประมาณร้อยละ 67-68
สำหรับอ่างเก็บน้ำหลักในลุ่มเจ้าพระยา ข้อมูลวันที่ 6 กันยายน 2569 ระบุว่า เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำ 7,073 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 74 ของความจุเก็บกัก ขณะที่เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ 7,776 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 58
ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 440 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุเก็บกัก และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนมีปริมาณน้ำ 416 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 44
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลย้อนหลังช่วงต้นเดือนกันยายน การประเมินสถานการณ์น้ำในวันที่ 23 กันยายน จึงต้องติดตามข้อมูลปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ ปริมาณน้ำสะสม และแผนการระบายน้ำล่าสุดของกรมชลประทานประกอบด้วย เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์ฝนและความต้องการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่
กรมอุตุฯ ชี้แจงข่าวมหาอุทกภัย 120 ชั่วโมง ย้ำติดตามข้อมูลทางการ
ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ช่วงวันที่ 21-22 กันยายน 2569 มีการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าประเทศไทยจะเผชิญมหาอุทกภัยภายใน 120 ชั่วโมง พร้อมระบุว่าจะเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน
กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวไม่สอดคล้องกับผลการพยากรณ์อากาศและแบบจำลองที่หน่วยงานใช้ประเมินสถานการณ์ แม้ประเทศไทยจะมีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากระหว่างวันที่ 23-27 กันยายน แต่ไม่สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปยืนยันว่าจะเกิดมหาอุทกภัยทั่วประเทศตามข้อความที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ได้
การพยากรณ์ฝนตกหนักและการประเมินความรุนแรงของน้ำท่วมจำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลหลายด้านร่วมกัน ทั้งปริมาณฝนสะสม สภาพภูมิประเทศ ระดับน้ำในแม่น้ำ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในแต่ละพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศพยากรณ์อากาศและคำเตือนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
สรุปข่าว
สถานการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน โดยข้อมูลวันที่ 11 กันยายน 2569 ระบุว่า อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 55,647 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 69 ของความจุเก็บกัก เพิ่มขึ้นจากช่วงต้นเดือนกันยายนที่มีปริมาณน้ำประมาณร้อยละ 67-68
สำหรับอ่างเก็บน้ำหลักในลุ่มเจ้าพระยา ข้อมูลวันที่ 6 กันยายน 2569 ระบุว่า เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำ 7,073 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 74 ของความจุเก็บกัก ขณะที่เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ 7,776 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 58
ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 440 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุเก็บกัก และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนมีปริมาณน้ำ 416 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 44
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลย้อนหลังช่วงต้นเดือนกันยายน การประเมินสถานการณ์น้ำในวันที่ 23 กันยายน จึงต้องติดตามข้อมูลปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ ปริมาณน้ำสะสม และแผนการระบายน้ำล่าสุดของกรมชลประทานประกอบด้วย เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์ฝนและความต้องการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่
กรมอุตุฯ ชี้แจงข่าวมหาอุทกภัย 120 ชั่วโมง ย้ำติดตามข้อมูลทางการ
ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ช่วงวันที่ 21-22 กันยายน 2569 มีการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าประเทศไทยจะเผชิญมหาอุทกภัยภายใน 120 ชั่วโมง พร้อมระบุว่าจะเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน
กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวไม่สอดคล้องกับผลการพยากรณ์อากาศและแบบจำลองที่หน่วยงานใช้ประเมินสถานการณ์ แม้ประเทศไทยจะมีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากระหว่างวันที่ 23-27 กันยายน แต่ไม่สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปยืนยันว่าจะเกิดมหาอุทกภัยทั่วประเทศตามข้อความที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ได้
การพยากรณ์ฝนตกหนักและการประเมินความรุนแรงของน้ำท่วมจำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลหลายด้านร่วมกัน ทั้งปริมาณฝนสะสม สภาพภูมิประเทศ ระดับน้ำในแม่น้ำ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในแต่ละพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศพยากรณ์อากาศและคำเตือนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
ย้อนรอยไทม์ไลน์เตือนภัยน้ำท่วม กันยายน 2569
ตลอดเดือนกันยายน 2569 หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาและการบริหารจัดการน้ำได้ออกประกาศแจ้งเตือนหลายระลอก ตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและปริมาณฝนสะสมในแต่ละพื้นที่
ช่วงวันที่ 4-8 กันยายน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติแจ้งเตือน 24 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ให้เฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมขังจากฝนตกสะสม
ต่อมาช่วงวันที่ 8-13 กันยายน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสานพื้นที่เสี่ยง 71 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม
ช่วงวันที่ 15-20 กันยายน ปภ. แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง 76 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานคร พร้อมเฝ้าระวังคลื่นลมแรงในทะเล โดยบางพื้นที่มีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร
ขณะที่ช่วงวันที่ 17-20 กันยายน กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่อง จากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
สำหรับช่วงวันที่ 22-26 กันยายน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติแจ้งเตือน 24 จังหวัด ให้เฝ้าระวังน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนและระดับน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
ล่าสุด ช่วงวันที่ 23-27 กันยายน ปภ. ประสานพื้นที่เสี่ยงรวม 70 จังหวัดทั่วประเทศ รวมกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่
ภาครัฐติดตามสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมแจ้งเตือนประชาชน
สำหรับการรับมือสถานการณ์ระหว่างวันที่ 23-27 กันยายน 2569 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องติดตามทั้งปริมาณฝนสะสม ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญ ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ และแผนการระบายน้ำจากเขื่อน เพื่อประเมินผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนที่มีความเสี่ยง
กรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติมีบทบาทสำคัญในการติดตามข้อมูลและบริหารจัดการน้ำ ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสานจังหวัดและหน่วยงานท้องถิ่นให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางของทางราชการและระบบ Cell Broadcast ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ และบริเวณเชิงเขา ควรติดตามประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมตรวจสอบเส้นทางสัญจรและเตรียมเคลื่อนย้ายทรัพย์สินขึ้นสู่ที่สูงหากระดับน้ำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีประวัติเกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลาก
สำหรับสถานการณ์ช่วงปลายเดือนกันยายน ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดยังคงเป็นปริมาณฝนในพื้นที่เสี่ยง การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา และระดับน้ำแม่น้ำสายบริเวณชายแดนจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อการแจ้งเตือนประชาชนและการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในระยะต่อไป
- กทม. พร้อมรับมือฝนตกหนัก ติดตามระดับน้ำและดูแลจุดเสี่ยงใกล้ชิด
- ฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย. ภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน ไม่ซ้ำรอยมหาอุทกภัยปี 54
- อะไร? คือ “มหาอุทกภัย” เมื่อปัจจัยเสี่ยงไม่ได้เกิดจากฝนตกหนักเพียงอย่างเดียว
- สภาพอากาศวันนี้! เตือนฝนตกหนักทั่วไทย กทม. โดน 80% พื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวัง
- พยากรณ์อากาศวันนี้ 22 กันยายน 2569 ทั่วไทยฝนตกหนักสะสม กทม. รับมือฝน 80%
บรรณาธิการออนไลน์
