รู้จัก “Misogyny” เมื่อการลดคุณค่าผู้หญิง กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ

Share on Line Share on Facebook Share on X
รู้จัก “Misogyny” เมื่อการลดคุณค่าผู้หญิง กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ

รู้จัก “Misogyny” เมื่อการเกลียด เหยียด และลดคุณค่าผู้หญิง ถูกทำให้กลายเป็นเรื่องปกติ สำรวจตัวเองดูว่า เรากำลังมีพฤติกรรมแบบนี้อยู่หรือเปล่า 


“ผู้หญิงเกินอายุ 35 ปี ไม่สวยแล้ว” “เปลี่ยนแฟนบ่อย แสดงว่าช่วงล่างใช้งานหนัก” หรือ “ผู้หญิงอายุเยอะ แต่ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยแต่งงาน แสดงว่า เธอเป็นคนมีปัญหา” 


คำพูดเหล่านี้อาจฟังดูเหมือนเป็นเพียงการล้อเล่น การวิจารณ์ หรือความคิดเห็นส่วนบุคคล แต่เมื่อเราลองมองให้ลึกลงไป กลับพบว่า ประโยคเหล่านี้กำลังใช้ “เพศ” เป็นเงื่อนไขในการตัดสินคุณค่าของคน 

การคาดหวังว่า ผู้หญิงต้องสวย อ่อนเยาว์ ต้องมีความสัมพันธ์ในแบบที่สังคมยอมรับ และหากมีประสบการณ์ทางเพศมากเกินไป ก็อาจถูกตีตราว่าเป็นผู้หญิงที่ “ไม่มีคุณค่า”


นี่คือหนึ่งในรูปแบบของ “Misogyny” ที่อาจไม่ได้ปรากฏออกมาเป็นคำว่า “เกลียดผู้หญิง” อย่างตรงไปตรงมา แต่อาจซ่อนอยู่ในคำพูด มุกตลก การเหมารวม หรือมาตรฐานสองแบบที่เราใช้กับผู้หญิงและผู้ชายแตกต่างกัน


“Misogyny” คืออะไร ?


โครงการริเริ่มด้านการศึกษาสำหรับเด็กผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNGEI นิยามคำว่า  “Misogyny” คือ อคติ ความเกลียดชัง และความเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้หญิง โดยมักมุ่งเป้าไปที่เด็กผู้หญิงและผู้หญิงที่ท้าทายหรือไม่ยอมอยู่ภายใต้อำนาจครอบงำของผู้ชาย


Misogyny มีเป้าหมายในการ ควบคุมผู้หญิงให้ปฏิบัติตามและตอกย้ำแนวคิดเรื่องความไม่เท่าเทียมทางเพศและระบบชายเป็นใหญ่


เด็กผู้หญิงและผู้หญิงอาจถูกขัดขวางไม่ให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เนื่องจากความหวาดกลัวที่มีรากมาจากแนวคิดแบบ Misogyny ว่า การที่ผู้หญิงได้รับความรู้และมีอำนาจทางสังคมมากขึ้นอาจเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ บางครั้ง Misogyny ก็ถูกเรียกว่า Sexism หรือการเหยียดเพศ 


แม้ Misogyny จะไม่ใช่การกระทำเชิงอาชญากรรม แต่ก็ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในรากเหง้าของความรุนแรงบนฐานเพศหลายรูปแบบ เช่น ความรุนแรงในครอบครัว การล่วงละเมิดทางเพศ การสะกดรอย และการเผยแพร่สื่อลามกเพื่อแก้แค้น 

สรุปข่าว

“Misogyny” คือ อคติ ความเกลียดชัง และความเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้หญิง โดยมักมุ่งเป้าไปที่เด็กผู้หญิงและผู้หญิงที่ท้าทายหรือไม่ยอมอยู่ภายใต้อำนาจครอบงำของผู้ชาย Misogyny อาจไม่ได้ปรากฏออกมาตรง ๆ ว่า “เกลียดผู้หญิง” แต่อาจซ่อนอยู่ในมุกตลก คำพูด การเหมารวม หรือมาตรฐานสองแบบที่ใช้ตัดสินผู้หญิงและผู้ชายไม่เหมือนกัน

รู้จัก “Misogyny” เมื่อการเกลียด เหยียด และลดคุณค่าผู้หญิง ถูกทำให้กลายเป็นเรื่องปกติ สำรวจตัวเองดูว่า เรากำลังมีพฤติกรรมแบบนี้อยู่หรือเปล่า 


“ผู้หญิงเกินอายุ 35 ปี ไม่สวยแล้ว” “เปลี่ยนแฟนบ่อย แสดงว่าช่วงล่างใช้งานหนัก” หรือ “ผู้หญิงอายุเยอะ แต่ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยแต่งงาน แสดงว่า เธอเป็นคนมีปัญหา” 


คำพูดเหล่านี้อาจฟังดูเหมือนเป็นเพียงการล้อเล่น การวิจารณ์ หรือความคิดเห็นส่วนบุคคล แต่เมื่อเราลองมองให้ลึกลงไป กลับพบว่า ประโยคเหล่านี้กำลังใช้ “เพศ” เป็นเงื่อนไขในการตัดสินคุณค่าของคน 

การคาดหวังว่า ผู้หญิงต้องสวย อ่อนเยาว์ ต้องมีความสัมพันธ์ในแบบที่สังคมยอมรับ และหากมีประสบการณ์ทางเพศมากเกินไป ก็อาจถูกตีตราว่าเป็นผู้หญิงที่ “ไม่มีคุณค่า”


นี่คือหนึ่งในรูปแบบของ “Misogyny” ที่อาจไม่ได้ปรากฏออกมาเป็นคำว่า “เกลียดผู้หญิง” อย่างตรงไปตรงมา แต่อาจซ่อนอยู่ในคำพูด มุกตลก การเหมารวม หรือมาตรฐานสองแบบที่เราใช้กับผู้หญิงและผู้ชายแตกต่างกัน


“Misogyny” คืออะไร ?


โครงการริเริ่มด้านการศึกษาสำหรับเด็กผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNGEI นิยามคำว่า  “Misogyny” คือ อคติ ความเกลียดชัง และความเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้หญิง โดยมักมุ่งเป้าไปที่เด็กผู้หญิงและผู้หญิงที่ท้าทายหรือไม่ยอมอยู่ภายใต้อำนาจครอบงำของผู้ชาย


Misogyny มีเป้าหมายในการ ควบคุมผู้หญิงให้ปฏิบัติตามและตอกย้ำแนวคิดเรื่องความไม่เท่าเทียมทางเพศและระบบชายเป็นใหญ่


เด็กผู้หญิงและผู้หญิงอาจถูกขัดขวางไม่ให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เนื่องจากความหวาดกลัวที่มีรากมาจากแนวคิดแบบ Misogyny ว่า การที่ผู้หญิงได้รับความรู้และมีอำนาจทางสังคมมากขึ้นอาจเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ บางครั้ง Misogyny ก็ถูกเรียกว่า Sexism หรือการเหยียดเพศ 


แม้ Misogyny จะไม่ใช่การกระทำเชิงอาชญากรรม แต่ก็ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในรากเหง้าของความรุนแรงบนฐานเพศหลายรูปแบบ เช่น ความรุนแรงในครอบครัว การล่วงละเมิดทางเพศ การสะกดรอย และการเผยแพร่สื่อลามกเพื่อแก้แค้น 

รูปแบบ “Misogyny” มีอะไรบ้าง ?


Misogyny สามารถแสดงออกได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ แนวคิดด้านลบเกี่ยวกับผู้หญิงและบทบาทของผู้หญิงในสังคม เช่น การเชื่อว่าผู้หญิงไม่ควรได้รับค่าจ้างเท่าเทียมกับผู้ชาย หรือไม่ควรดำรงตำแหน่งที่มีอำนาจ


นอกจากนี้ยังอาจแสดงออกผ่านการมองผู้หญิงเป็นวัตถุ เช่น การใช้ภาษาที่ทำให้ผู้หญิงกลายเป็นวัตถุทางเพศ การใช้ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยาม หรือการมองข้ามความรู้สึกของผู้หญิง ไม่ว่าจะทำต่อหน้าเธอหรือโดยที่เธอไม่รู้ตัว 


การตะโกนแซวเชิงทางเพศบนท้องถนน การจีบหรือสัมผัสตัวโดยไม่ได้รับความยินยอม ก็สามารถถือเป็นพฤติกรรมที่สะท้อน Misogyny ได้เช่นกัน ร้ายแรงกว่านั้น คือการใช้ความรุนแรงและการล่วงละเมิดทางเพศ

“Misogyny” พบมากขึ้นบนโลกออนไลน์ 


พฤติกรรม Misogyny เริ่มเห็นได้บ่อยชัดขึ้น จากการเติบโตของกลุ่มชุมชนออนไลน์ ที่เรียกตัวเองว่า “Incel”  มาจากคำว่า “involuntary celibate” หรือกลุ่มผู้ที่มองว่าตนเองไม่สามารถมีคู่รักหรือคู่สัมพันธ์ทางเพศได้โดยไม่สมัครใจ 


ชุมชนบางส่วนแสดงความเกลียดชังต่อผู้หญิงผ่านภาษาที่รุนแรงและเป็นพิษ รวมถึงการข่มขู่ว่าจะใช้ความรุนแรง แม้ว่าวัฒนธรรมดังกล่าวส่วนใหญ่จะอยู่ในโลกออนไลน์ แต่ในบางกรณีแนวคิด Misogyny เหล่านี้สามารถนำไปสู่ความรุนแรงในโลกจริงได้ 


งานวิจัย Men who hate women: The misogyny of involuntarily celibate men ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี 2023 วิเคราะห์ข้อความ 3,686,110 comments จากเว็บบอร์ด Incel แห่งหนึ่ง ตลอดระยะเวลา 42 เดือน พบการใช้คำหรือถ้อยคำที่แสดงความเกลียดชังหรืออคติต่อผู้หญิงสูงถึง 960,487 ครั้ง, 82% ของกระทู้สนทนา และ 81% ของประวัติการโพสต์ของผู้ใช้งาน มีถ้อยคำที่แสดงความเกลียดชังหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้หญิงอย่างน้อย 1 คำ


งานวิจัยยังพบว่า กลุ่ม Incel มีแนวโน้มลดทอนคุณค่าของผู้หญิงโดยรวม และผู้หญิงผิวสีอาจถูกลดทอนคุณค่าซ้ำซ้อนจากทั้งเรื่องเพศและเชื้อชาติ


Misogyny จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของกลุ่มสุดโต่งบนโลกออนไลน์ เพราะอคติที่มีต่อผู้หญิงอาจซ่อนอยู่ในคำพูด มุกตลก และมาตรฐานที่เราใช้ตัดสินคนในชีวิตประจำวัน


เมื่อการเหยียดและลดคุณค่าผู้หญิงถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ เส้นแบ่งระหว่างคำพูดกับการเลือกปฏิบัติก็อาจค่อย ๆ เลือนหายไป การทำความเข้าใจเรื่องนี้ จึงไม่ใช่เพียงการหาว่าใครเกลียดผู้หญิง แต่คือการมองกลับมาที่สังคมว่า เราจะหยุดวงจรของอคติ ก่อนที่มันจะพัฒนาไปสู่การคุกคามและความรุนแรงได้อย่างไร


แหล่งข้อมูลอ้างอิง: 


ที่มาข้อมูล : UNGEI, Sage Jounal, Heriot Watt University, The Goodtherapy Blog ​

ที่มารูปภาพ : Envato

แท็กบทความ

Misogyny
การเกลียดชังผู้หญิง
ผู้หญิงแก่ไม่สวย
ลดคุณค่าผู้หญิง
อคติต่อเพศหญิง